วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

db ชีวิตนักบุญเปาโล 06.2009




"พระคริสตเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตนักบุญเปาโล"  
  
by.. C.Francis   

ตลอดเวลาที่นักบุญเปาโลเดินทางประกาศข่าวดี ท่านได้เผชิญกับความยากลำบากมากมาย แต่ยังได้รับกำลังใจจากพระเยซูเจ้าอีกด้วย “ข้าพเจ้าถูกชาวยิวลงแส้ 5 ครั้ง ครั้งละ 39 ที  ข้าพเจ้าถูกชาวโรมันเฆี่ยนตี 3 ครั้ง ถูกขว้างด้วยหิน 1 ครั้ง เรืออับปาง 3 ครั้ง ลอยคออยู่กลางทะเล 1 คืนกับ 1 วัน ข้าพเจ้าต้องเดินทางเสมอ ต้องเผชิญอันตรายในแม่น้ำ อันตรายจากโจรผู้ร้าย อันตรายจากเพื่อนร่วมชาติ อันตรายจากคนต่างชาติ อันตรายในเมือง อันตรายในถิ่นทุรกันดาร อันตรายในทะเล อันตรายจากพี่น้องทรยศ ข้าพเจ้าต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยลำบากตรากตรำ อดนอนบ่อยๆ ต้องหิวกระหาย ต้องอดอาหารหลายครั้ง ต้องทนหนาว ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ข้าพเจ้ายังถูกบีบคั้นทุกวัน นั่นคือเป็นห่วงพระศาสนจักรทุกแห่ง” (2คร11:24-28)  

นักบุญเปาโลชนะอุปสรรคและการทดลองต่างๆ เพราะความรักต่อพระคริสตเจ้า และพละกำลังของพระหรรษทาน ความปรารถนาที่จะประกาศข่าวดี ทำให้ท่านสามารถชนะความเหน็ดเหนื่อยทุกประการด้วยความยินดี ท่านเอาใจใส่กลุ่มคริสตชนต่างๆ ด้วยความรัก ไม่ว่าเป็นกลุ่มที่ท่านได้ก่อตั้งหรือกลุ่มที่ท่านได้ส่งเสริมให้แข็งแกร่งมากขึ้น จดหมายที่นักบุญเปาโลเขียนถึงกลุ่มคริสตชนในเมืองต่างๆ แสดงว่า ท่านต้องการตักเตือน ตำหนิ แนะนำ และให้แสงสว่างแก่คริสตชนในเรื่องชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระคริสตเจ้า หนทางที่นำเราไปรับความรักและพระเมตตาของพระองค์ ชีวิตตามการแนะนำของพระจิตเจ้า และการตอบสนองพระพรจากพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์ 

เราพบความเป็นห่วงของนักบุญเปาโลต่อกลุ่มคริสตชนอย่างชัดเจน ในคำปราศรัยอำลาผู้อาวุโสแห่งเมืองเอเฟซัส คำอำลานี้เป็นเหมือนพินัยกรรมของผู้อภิบาลที่กำลังจากไป โดยสรุปชีวิตของท่าน  นักบุญเปาโลรู้ดีว่าคริสตชนชาวเอเฟซัสรู้จักตนเองอย่างดี “ท่านทั้งหลายรู้ว่า ตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกที่ข้าพเจ้าเข้ามาในแคว้นอาเชีย ข้าพเจ้าปฏิบัติตนต่อท่านอย่างไร” (กจ20:18) กิจการของท่านได้พิสูจน์ว่า ท่านได้ปฏิบัติศาสนบริการด้วยความรักยิ่งใหญ่ต่อพระคริสตเจ้า และต่อบรรดาพี่น้อง “ข้าพเจ้ารับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความถ่อมตนอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าต้องร่ำไห้เป็นทุกข์และเสี่ยงชีวิตจากการที่ชาวยิววางแผนปองร้ายข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายรู้ว่า ข้าพเจ้าไม่เคยละเลยสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ไม่เคยหยุดเทศน์และสอนท่านในที่สาธารณะ และตามบ้าน ข้าพเจ้าเชิญชวนทั้งชาวยิวและชาวกรีกอย่างแข็งขันให้กลับใจมาหาพระเจ้า และให้มีความเชื่อในพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (กจ20:19-21)    

แม้นักบุญเปาโลได้เผชิญกับการทดลอง ท่านก็ซื่อสัตย์ต่อพระคริสตเจ้าจนถึงที่สุด เพราะเคยมีประสบการณ์กับความซื่อสัตย์ของพระคริสตเจ้ามาก่อน ท่านเปิดใจกับชาวชาวโครินธ์ว่า  “เพื่อมิให้การเปิดเผยที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้ข้าพเจ้ายกตนเกินไป พระเจ้าทรงให้มีหนามทิ่มแทงเนื้อหนังของข้าพเจ้า ดุจทูตของซาตานที่คอยตบตีข้าพเจ้ามิให้ข้าพเจ้ายกตนเกินไป เรื่องนี้ข้าพเจ้าวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าสามครั้ง ขอให้มันพ้นไปจากข้าพเจ้า แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “พระหรรษทานของเราเพียงพอสำหรับท่าน เพราะพระอานุภาพแสดงออกเต็มที่ เมื่อมนุษย์มีความอ่อนแอ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเต็มใจที่จะโอ้อวดเรื่องความอ่อนแอ เพื่อให้พระอานุภาพของพระคริสตเจ้าพำนักอยู่ในข้าพเจ้า” (2คร12:7-9)  


พระคริสตเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของนักบุญเปาโล ทรงสอนให้รู้จักถ่อมตน สละโครงการของท่านเพื่อรับพระเจ้า และอุทิศตนแก่ผู้อื่น เพราะความรักต่อพระคริสตเจ้า ท่านเรียกตนเองว่าเป็น “ผู้ถูกจองจำเพราะพระคริสตเยซู” (อฟ3:1) “ผู้รับใช้ของพระคริสตเยซู ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกมาเป็นอัครสาวก และทรงมอบหมายให้ประกาศข่าวดี” (รม1:1-2) เพราะความรักต่อพระคริสตเจ้าท่านร่วมงานกับผู้อื่นเพื่อให้ทุกคนมีความชื่นชม ( เทียบ 2คร1:24) ได้เป็นทั้งสักขีพยานที่เรียกร้องและบิดาที่รักของผู้อื่น “ข้าพเจ้าเขียนเรื่องเหล่านี้มิใช่เพื่อทำให้ท่านอับอาย แต่เขียนเพื่อตักเตือนในฐานะที่ท่านเป็นลูกรักของข้าพเจ้า แม้ว่าท่านจะมีครูพี่เลี้ยงนับหมื่นคน ในพระคริสตเจ้า แต่ก็มีบิดาเพียงคนเดียว เพราะข้าพเจ้าให้กำเนิดท่านในพระคริสตเยซู โดยการประกาศข่าวดี  ดังนั้น จึงขอร้องท่านให้ยึดถือข้าพเจ้าเป็นแบบอย่าง” (1คร4:14-16)  

เมื่อคริสตชนรับรู้แบบอย่างของนักบุญเปาโลแล้ว ก็ตั้งคำถามสำคัญว่า “พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า เช่นเดียวกับนักบุญเปาโลพระองค์เป็นผู้ทรงชีวิตที่ข้าพเจ้าได้พบ และอยากเป็นผู้ถูกจองจำของพระคริสตเจ้าโดยอิสระและด้วยความรักหรือ ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตโดยพระองค์ เพื่อพระองค์ และพร้อมกับพระองค์ ตามแบบอย่างของนักบุญเปาโลหรือ”  

นักบุญเปาโลพร้อมที่จะติดตามพระคริสตเจ้าจนถึงที่สุด บนหนทางไปสู่ไม้กางเขน ท่านรื้อฟื้นพระทรมานของพระเยซูเจ้าในตนเอง โดยเผชิญหน้ากับความตายด้วยความเชื่อและความรัก “บัดนี้ ข้าพเจ้ายินดีที่จะได้รับทุกข์ทรมานเพื่อท่านทั้งหลาย ความทรมานของพระคริสตเจ้ายังขาดสิ่งใด ข้าพเจ้าก็เสริมให้สมบูรณ์ด้วยการทรมานในกายของข้าพเจ้า เพื่อพระกายของพระองค์คือพระศาสนจักร” (คส1:24) การรับทรมานของนักบุญเปาโลเปรียบได้กับพระทรมานของพระคริสตเจ้า ท่านถูกจับกุมขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกับพระองค์ เวลานั้นท่านรู้สึกอยู่โดดเดี่ยวเช่นกัน  แต่แน่ใจเสมอว่า พระเจ้าผู้ประทานพละกำลังอยู่เคียงข้างตลอดเวลา “ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าตรากตรำทำงาน และต่อสู้ด้วยพลังที่มาจากพระองค์ พลังนี้กำลังมีอำนาจผลักดันให้ข้าพเจ้าทำงานอย่างเข้มแข็ง” (กจ16:22-24)  

นักบุญเปาโลผู้ประกาศข่าวดียิ่งใหญ่ สิ้นชีวิตโดยเป็นมรณสักขีซึ่งเป็นวิธีประกาศข่าวดีในความเงียบ แต่ได้ผลมากที่สุด แบบอย่างของนักบุญเปาโลชวนคริสตชนให้ตั้งคำถามว่า “ข้าพเจ้ารักพระศาสนจักร ดังที่นักบุญเปาโลได้รักโดยยอมรับทรมานต่างๆ ในเวลาแห่งการทดลอง ข้าพเจ้าติดตามพระคริสตเจ้าในยามทุกข์ โดยรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ที่นั่น ทรงนำหน้าเราและพร้อมที่จะค้ำจุนเรา ข้าพเจ้ารักพระองค์เหนือสิ่งใด ดังที่นักบุญเปาโลได้รักพระองค์หรือไม่”   

สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ทรงกำหนดให้วันสมโภชนักบุญเปโตรและเปาโล 29 มิถุนายน 2009 เป็นวันปิด “ปีนักบุญเปาโล” ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้ทำความรู้จักกับนักบุญเปาโลและได้เรียนรู้แบบอย่างของท่าน เมื่อเราเปรียบเทียบชีวิตของเรากับชีวิตของนักบุญเปาโล เราคงสำนึกถึงความอ่อนแอของตน จึงวอนขอความช่วยเหลือด้วยความไว้ใจจากพระเยซูเจ้า ผู้ทรงมีบทบาทยิ่งใหญ่ในชีวิตของนักบุญเปาโลว่า..  

“ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกขอสรรเสริญพระองค์ที่ได้ตรัสกับลูก โดยผ่านทางชีวิตของนักบุญเปาโล และทรงเชิญชวนลูกให้ติดตามพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข ดังที่นักบุญเปาโลได้ติดตามพระองค์ ขอสรรเสริญพระองค์ผู้แสวงหามนุษย์ทุกคน และเสด็จมาในชีวิตของลูกดังที่เสด็จมาพบนักบุญเปาโลในหนทางไปสู่เมืองดามัสกัส ขอพระองค์ทรงเป็นชีวิตแท้ของลูก ทรงเป็นความชื่นชมที่เต็มเปี่ยม ทรงเป็นบ่อเกิดของความรักใหม่อยู่เสมอ ทรงเป็นแสงสว่างที่ไม่มีอัสดงทั้งในชีวิตนี้และในชีวิตหน้าตลอดไปเทอญ”...

โดย sdcenter

 

กลับไปที่ www.oknation.net