วันที่ พุธ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การ์ตูนไทย ไม่ธรรมดา


ความที่หลายเดือนมานี้ ผมต้องเข้าไปติดต่องาน และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในบ้านเราเกี่ยวกับเรื่องการ์ตูน และแคแร็คเตอร์ไทย ทำให้รู้สึกได้ว่า ชั่วโมงนี้ โอกาสของนักการ์ตูน นักออกแบบแคแร็คเตอร์ ตลอดจนบุคคลากรในวิชาชีพที่เกียวข้อง มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

เพราะหลายหน่วยงานมองออกแล้วว่า ตัวการ์ตูน หรือแคแร็คเตอร์ไทยนี่แหละ คือหนึ่งในสินค้ากลยุทธ Creative Product ที่จะต้องช่วยกันสนับสนุนและผลักดัน เป็น IP หรือทรัพย์สินทางปัญญาไทยเรา ร่วมกับสินค้าบันเทิงอื่นๆ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันในด้านกลุยุทธราคากับประเทศอื่นๆให้มากนัก

กรณีตัวอย่างที่หลายหน่วยงานมองเหมือนๆกันก็คือ การที่ประเทศเกาหลีสามารถผลักดันการ์ตูน แคแร็คเตอร์ ตลอดจนสินค้าบันเทิง Entertainment Product อื่นๆไปยังนานาชาติได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี

หลายๆท่านอาจจะไม่รุ้ว่า ประเทศเกาหลีนั้น มีปูมหลังของพัฒนาการการ์ตูนหลังประเทศไทยนานโขอยู่ (การ์ตูนเกาหลี มีชื่อเรียกว่า Manhwa คล้ายๆกับ Manga ของญี่ปุ่น) กว่าเกาหลีจะมีการ์ตูนปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น ก็คือปี 1908 ตรงกับ พ.ศ. 2451 นั้น การ์ตูนไทย เราต้องย้อนไปในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3-4 ซึ่งถึงแม้จะไมได้มีการระบุปี พ.ศ. ชัดเจน แต่เอาเพียงแค่ปีที่เริ่มต้นรัชกาลที่ 4 นั่นก็เป็นปี พ.ศ. 2394 ซึ่งนานกว่ากันไม่น้อยกว่า 57 ปีแน่ๆครับ


ภาพการ์ตูนจากฝีมือ เปล่ง ไตรปิ่น ตีพิมพ์ลงในหนังสือ อาจารย์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2458

ผมออกจะขำมุขของพี่เซีย ศักดา เอียว และพี่บุญ สมบุญ เกรียงอารีกุล ที่เล่าในงานเสวนาการ์ตูนไทยที่ว่า "ว่าไป เกาหลีกับไทย ก็ Copy ญี่ปุ่นมาด้วยกันน่ะแหละ ไทยเราเริ่มก๊อปมาก่อนซะด้วยซ้ำ"

^^ แต่น่าเสียดายที่ในสมัยก่อน นักการ์ตูนไทยเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกียวข้องเท่าที่ควร ทั้งๆที่เรามีบุคคลากรที่คุณภาพคับแก้วอยู่จำนวนไม่น้อย อย่างอาจารย์ ปยุต เงากระจ่าง ที่ญี่ปุ่นต้องเชิญไปบรรยาย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำแอนิเมชั่น หลังจากที่อาจารย์ทำแอนิเมชั่น สุดสาคร ออกมาเป็นเรื่องแรกของประเทศไทย ก็ไม่ได้รับการส่งเสริมให้จัดทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องที่สองขึ้น น่าเสียดายมั้ยละครับ

และต่อมา ก็มีบุคคลากรไทยแท้อีกหลายท่าน ที่ไปได้ดิบได้ดีในต่างประเทศในสายงานนี้ อย่างพี่ เท็ด บุญธนากิจ เจ้าของ Ted B Studio นั่นก็ถือเป็นคนไทยคนแรกที่ฝากฝีมือในการวาดการ์ตูนในซีรีย์ M.I.C.R.A. หรือ Mind Controlled Remote Automation ร่วมกับเจ้าของบทประพันธ์ Lamar Waldron ซึ่งวางจำหน่ายในตลาดอเมริกาตั้งแต่ปี 2529 นู่น

คนไทยอาจจะไม่เคยรู้จักพี่เท็ด แม้กระทั่งสมาคมการ์ตูนไทยก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะพี่เท็ดแกไม่ได้สูงสิงอะไรกับคนไทยเท่าไรนัก อีกทั้งเรียนและทำมาหากินอยู่ทีอเมริกาตั้งแต่เด็กนู่นเลย และก็ไม่ได้เขียนการ์ตูนคอมมิกอีกหลังจากนั้น เพราะย้ายสายงานไปทำอย่างอื่นแทนนานแล้ว

ปัจจุบันพี่เท็ดเป็น Storyboard Artist ทำงานในฮอลลีวู๊ด ที่ฝากฝีไม้ลายมือไว้ร่วมกับผู้กำกับดังๆหลายท่าน เช่น แซม เรมี กับภาพยนตร์ดังเรื่อง Spiderman นั่นไงครับ ไม่เพียงแค่นั้น หนังฮอลลีวู๊ดดังๆที่เราเคยผ่านตาร่วม 30 เรื่อง อย่าง Ronin, Starsky & Hutch, Gone in 60 Seconds, Road Trip หรือล่าสุดทีมาปักหลักถ่ายทำกันที่เมืองไทยอย่าง Street Fighter :  The Legend of Chun Li ก็มีชื่อ Ted Boonthankit เป็นคนทำสตอรี่บอร์ดหลัก

พี่ เท็ด จะเป็นหนึ่งในบุคคลากรที่มีความสามารถในระดับโลกซึ่งเราจะเชิญมาร่วมให้ความรู้ และมีบทบาทในการชี้แนะ เพื่อจัดทำโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสายงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในงาน Bangkok Toy & Comic Convention ต้นปีหน้าครับ

ข้อมูลในส่วนการ์ตูนไทย จากวิกิพีเดีย

โดย Unhit

 

กลับไปที่ www.oknation.net