วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"สิทธิการชุมนุมแบบไทยๆ"


                       " สิทธิการชุมนุมแบบไทยๆ"







            ไม่นานเกินลืม รัฐบาลไทยได้สำรวจพบว่ามีแหล่งก๊าชธรรมชาติอยู่ในท้องทะเลอ่าวไทย
จำนวนมาก ด้วยอารามดีใจจึงได้คิดโครงการต่างๆขึ้นมาเพื่อหาทางใช้ทรัพยากรธรรมชาตินี้ให้เกิด
ประโยชน์กับประเทศชาติ แต่ก็ดีใจได้ไม่เท่าไหร่ก็พบว่าแหล่งที่พบก๊าชนั้นมันทับซ้อนกับประเทศ
เพื่อนบ้านอันมีนามว่ามาเลเซีย แต่นั่นหาใช่อุปสรรคต่อรัฐบาลไทยไม่ ว่าแล้วก็ดำเนินการเจรจาตก
ลงกับผู้เป็นหุ้นส่วนในแหล่งก๊าชนั้นทันที จากข้อตกลงในครั้งนั้นทำให้เกิดโครงการขนาดใหญ่คือ
การสร้างโรงแยกก๊าชและท่อส่งก๊าชไทย-มาเลเซีย ตามมาด้วยอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย
ซึ่งพื้นที่ที่ถูกเลือกให้เป็นที่ตั้งของโครงการเช่นว่านี้คือพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อภาครัฐ
ใช้ความเจริญของประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจมาเป็นเหตุปัจจัยในการเดินหน้า โครงการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตรงข้ามกับชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเห็นว่า
การดำเนินโครงการจะทำให้สูญเสียด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งไปเป็นสิ่งที่ยากจะหาอะไรมาทดแทนได้นั้นเป็นเรื่องยากที่ชาวบ้านจะยอมรับได้ เมื่อมุมมองระหว่างรัฐกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการ
ก่อสร้างโครงการแตกต่างกันเช่นนี้แล้วมันจึงทำให้เกิดปัญหาในด้านต่างๆตามมา
(1)

              สิทธิในการชุมนุมอย่าสงบและปราศจากอาวุธถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่งของ
ประชาชน ในประเทศต่างๆได้บัญญัติในกฎหมายของประเทศตนเองรองรับแนวคิดที่ว่านี้ ใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาถือเสรีภาพในการชุมนุมโดยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอเมริกันในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นประเทศที่ใช้กฎหมายจารีตประเพณีโดยที่ไม่มีการตรากฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรยังมีหลักที่ว่า “พลเมืองมีเสรีภาพที่จะกระทำการใดๆตามที่ตนปรารถนาแต่จะต้อง
ไม่ไปละเมิดต่อกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง” 
            ในประเทศไทยเองตราบใดการชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและปราศจาก
อาวุธก็เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศได้บัญญัติไว้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วหลักที่ว่านี้มันไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว เพราะ
ทางภาครัฐได้ออกกฎหมายลูกจำนวนหลายฉบับที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบของประชาชน

 
            ขบวนรถยนต์กว่าหกสิบกว่าคันจอดเรียงแถวกันเตรียมพร้อมสำหรับเคลื่อนขบวนมุ่ง
หน้าไปสู่ตัวอำเภอหาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ในขบวนประกอบไป
ด้วยชาวบ้านในพื้นที่อำเภอจะนะที่อาจได้รับผลกระทบจากการเดินหน้าทำโครงการโรงแยกก๊าช
และท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย เพื่อไปบอกผู้มีอำนาจในบ้านเมืองได้ทราบถึงความหายนะของ
ชุมชนถ้าหากเกิดโครงการนี้ขึ้นจริง โดยก่อนการจะเดินทางไปนั้น ทางแกนนำชาวบ้านได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไว้แล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มชาวบ้าน แต่เมื่อ
ถึงเวลานัดเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ทำตามที่ตกลงไว้ ขบวนชาวบ้านจึงต้องเคลื่อนขบวนไปกันเอง
ระหว่างทางมีการสกัดขบวนผู้ชุมนุมเป็นระยะ ช่วงโพล้เพล้ขบวนชาวบ้านผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดย
สงบและปราศจากอาวุธก็ได้มาหยุดลงตรงถนนที่จะไปยังโรงแรมที่เป็นสถานที่ประชุม มีการแจ้ง
ให้ชาวบ้านรอคำสั่งของผู้มีอำนาจในการสั่งการในการในการยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะรัฐมนตรี
ชาวบ้านก็แยกย้ายกันนั่งกินข้าวเป็นกลุ่มย่อยและบางกลุ่มก็ทำการละหมาด ซึ่งไม่มีความรุนแรง
หรือก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด“ผู้ชุมนุมได้พังรั้วกันแผงเหล็กเพื่อจะบุกเข้าไปยังตัวโรงแรม”
เป็นคำสั่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงรายงานต่อผู้บังคับบัญชา นำมาซึ่งคำสั่งสลายการชุมนุม!
(2)
 
             จากวันนั้นถึงวันนี้ในประเทศไทยมีการใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องในเรื่อง
ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้องหรือเรื่องการเมือง จนอาจกล่าวได้ว่าสิทธิในการชุมนุม
ได้ซึมซับเข้าไปในวิถีของคนไทยไปแล้วดังที่จะเห็นจากกลุ่มผู้ชุมนุมในชุดฟอร์มสีต่างๆ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการต่อสู้ทางคดีของพี่น้องชาวจะนะหลังจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเจ้าหน้า
ที่ตำรวจที่ออกหมายจับชาวบ้านกว่ายี่สิบคนในหลายข้อหา จนศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาว่าการ
ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธเป็นการผิดกฎหมาย ศาลปกครอง
ก็สอดรับโดยการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจ่ายค่าชดเชยความเสียหายกับผู้ชุมนุม สิ่งนี้เป็นเหตุปัจจัยสำคัญหนึ่งให้การใช้สิทธิชุมนุมตามกฎหมายใช้ได้อย่างเต็มใบมากขึ้นแต่ในปีสองปีที่ผ่านมานี้มีความพยายามของฝ่ายบริหารประเทศจะผลักดัน พรบ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะมีผล
บังคับใช้ เพื่อที่จะให้ฝ่ายราชการมีอำนาจในการจำกัดสิทธิสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม
มาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 41 มาตรา 45 และ
มาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่รัฐบาลความพยายามจะผลักดันให้ออกกฎหมายฉบับนี้ก็ยังมีเช่นเดิม
ซึ่งถ้าออกได้จริงย่อมกระทบถึงสิทธิของพี่น้องคนยากคนจนที่รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารแก่ไขปัญหาความเดือดร้อนของตน อันเกิดจากกลไกการแก้ปัญหาตามปกติของภาคราช
การไม่ทำงาน ในขณะทีสังคมโลกส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ แต่ภาครัฐและฝ่ายบริหารของประเทศไทยกลับมุ่งแต่จะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพียงเพื่อการลุแก่อำนาจของตนเองและพวกพ้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net