วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรียนรู้ผ่านกิจกรรม


                        เรียนรู้ผ่านกิจกรรม

 

                ในชีวิตหนึ่งของคนเราคงจะหนีไม่พ้นกับคำว่า “กิจกรรม” เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าและปล่อยลมหายใจออกมาไง แต่ในชีวิตของเรานั้นยังมีอะไรที่มากกว่านั้นน่ะสิ

                หากให้ฉันมองดูตัวเอง ฉันคงจะมองตัวของฉันเองว่า เป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยคุยกับใครที่ไม่รู้จัก หากต้องขอความช่วยเหลือจากใครฉันก็มักจะไม่ถามชื่อหรือประวัติอะไรต่างๆจากพวกเขาเหล่านั้น จะเพราะเหตุอันใดที่ทำให้ฉันไม่สร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาเหล่านั้นฉันก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน อิๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าลึกๆแล้วฉันเป็นคนขี้อายรึเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ เกลิ่นมาก็นานแล้ว ฉันควรจะพาคุณไปยังโลกแห่งกิจกรรมที่ฉันต้องการเล่าให้คุณฟังกันเสียที

            โดยปกติแล้วฉันเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารี กีฬาสี ตอนสมัยมัธยม หรือแม้แต่ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย เวลาภาควิชา คณะมีการประชุมต่างๆ หรือแม้แต่เป็นการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเหล่านั้นก็ตาม น้อยนักน้อยหนาจึงจะเห็นฉันโผล่เข้าไปร่วมกิจกรรม เวลาใดที่จะเห็นฉันเข้าไป ก็เวลาที่ใกล้จะคอขาดบาดตายหรือมีผลต่อการเรียนน่ะสิ ฮ่าๆๆ คิดว่าฉันเห็นแก่ตัวใช่มั้ยจ๊ะ เปล่าหรอก เพราะฉันคิดว่าฉันจะถ่วงเพื่อนและไม่มีใครรับฟังความคิดเห็นของฉันต่างหากเล่า อิๆ คิดแบบเด็กๆน่ะ ดังนั้นเวลาที่มีงานอะไรก็ตาม สิ่งที่ฉันจะบอกกับเพื่อนสนิทของฉันให้ทำให้นั่นคือ “แกลงชื่อให้ด้วยนะ เดี๋ยวจะรอฟังผลอยู่ที่หอ” จากนั้นก็ บบาย เพื่อนเอ๋ย

นี่คือชีวิตของฉันเมื่อหลายๆปีก่อนจนถึงปัจจุบัน เพราะทุกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าถูกบังคับให้ทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมอะไรก็ตาม ฉันจะไม่มีความสุขเอาเสียจริงๆ ให้ตายเถิดคุณผู้อ่าน

                แต่มาวันนี้ เมื่อเวลาล่วงเข้าสู่ปีที่ยี่สิบปลายๆของชีวิตฉัน ฉันเพิ่งรู้สึกว่า ฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆของสังคมก็ตามเถิด เหตุการณ์ใดกันที่สามารถเปลี่ยนความคิดฉันได้นี่

                เมื่อวานนี้ ฉันได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมบัณฑิตพบมิตรใหม่ที่มหาวิทยาลัยจัดให้กับนักศึกษารหัส 52 และรุ่นพี่ที่สนใจได้เข้ามาร่วมกิจกรรม งานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 21.00 น.

ช่วงเช้ามีการละลายพฤติกรรมซึ่งในกิจกรรมนี้ฉันไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลย แต่ถึงให้ฉันไปเต้นหรือทำอะไรฉันก็คงไม่กล้าอยู่ดีเพราะว่าฉันไม่รู้ว่าท่าทางที่แสดงออกไปมันจะออกมาในรูปแบบใด แต่กิจกรรมต่อมาที่ทำให้ฉันประทับใจและทำให้เข้าถึงความจริงในชีวิตและรู้จักตัวเอง รู้ทันความคิดตัวเองและได้รู้จักการเกื้อกูรกันและอื่นๆอีก นั่นก็คือ การจัดกิจกรรมของศูนย์จิตปัญญาเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกิจกรรมที่ทำเริ่มตั้งแต่การให้นั่งนิ่งๆ สงบ ให้หยุดคิดเรื่องต่างๆและให้ผ่อนลมหายใจเพื่อให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลาย การออกเดินไปในที่ๆต้องการจะไปเพียงคนเดียว แต่ฉันไม่ได้เดินคนเดียวหรอกเพราะมีพี่มาเป็นไกด์นำทางให้ ให้จับกลุ่มกันสองคนและทำท่าที่ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง จากนั้นก็เพิ่มเป็นสามคน ซึ่งตรงนี้เองกระมังที่ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกว่า ฉันนก็สามารถเป็นที่พึ่งหรือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้เหมือนกัน ฉันรู้สึกว่า การนำจิตปัญญามาใช้กับคนพิการภายหลังเพื่อให้เขาได้รู้จักการอยู่กับตัวเอง ละทิ้งอดีตและเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันเพื่อปูพื้นฐานสำหรับอนาคตของเขาได้ก็น่าจะดีเหมือนกัน แต่นี่ก็ยังเป็นเพียงความคิดของฉันเท่านั้น หลังจากจบกิจกรรมนี้แล้วก็มีการแบ่งกลุ่มสีต่างๆ ตอนนี้เอง ความคิดชั่วร้ายก็ได้บังเกิดขึ้นในหัวอีกครั้ง นั่นก็คือ การเผ่นออกจากงาน อิๆ (แต่ก็ไม่สำเร็จหรอกเพราะว่า buddy ของฉันได้พูดกับพี่ที่ฉันจะแว็บไปด้วยจนพี่เขายอมอยู่ต่อ) ดังนั้นความคิดนี้ก็จบไป อิๆๆ

ในตอนบ่ายมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ สำหรับกิจกรรมนี้ จะแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มๆและแยกไปตามฐานต่างๆ มีทั้งหมด 7 สี ฉันอยู่สีเหลือง ซึ่งฉันไม่รู้จักเพื่อนใหม่ๆเลยในตอนแรก ถามว่าฉันอยู่สีนี้ได้ยังไง ก็อยู่กับพี่ buddy ของฉันไงและอยู่กับเพื่อนเก่าๆที่รู้จักกันมาแล้ว ฐานแรกที่ไปเป็นฐานเอาลูกบอลใส่ตระกร้า ในฐานนี้ต้องปิดตาทุกคนที่นำลูกบอลไปใส่ตระกร้าและให้มีผู้บอกทางเพื่อให้ไปถึงตระกร้าได้อย่างถูกต้อง ในฐานนี้ฉันมั่นใจมากว่าฉันต้องทำได้ดีก็เพราะว่าฉันเป็นคนตาบอดและบอดมานานพอที่จะกะระยะและฟังเสียงได้อย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันนั่นก็คือ ฉันไม่สามารถไปยังจุดที่กำหนดได้อย่างรวดเร็วและทำให้เพื่อนๆในกลุ่มเสียเวลาอย่างมาก เมื่อการแข่งขันจบลง ทีมของฉันแพ้ ฉันรู้สึกเสียใจมากที่ไม่สามารถช่วยเพื่อนได้ อ้อ ลืมบอกไป สีของฉันมีคนตาบอดสองคน ก็ฉันกับพี่เจนไง อิๆ ฐานต่อมาคือฐานร้อยมาลัย ฐานนี้ฉันก็ไปแย่งพี่เจนร้อย สามคนร้อยเข็มเดียว แต่ในฐานนี้ เพื่อนต่างชาติที่ชื่ออนันตรา มาจากเนปาล เขาร้อยได้เก่งมาก ในเวลาเท่ากันเขาร้อยได้สองพวงแน่ะ เขาเล่าให้ฟังว่าอยู่ที่บ้านของเขาเขาร้อยเป็นประจำดังนั้นเขาจึงร้อยได้ไว แต่ฉันก็ร้อยได้แค่พวงเดียวเท่าๆกับคนอื่นๆ และอีกสองฐานต่อมาซึ่งมีฐานตักน้ำและฐานแบกหาม ในสองฐานนี้ทีมฉันก็แพ้อีกตามเคย แต่ฐานที่ทำให้ฉันเริ่มใจชื้นขึ้นก็คือฐานต่อของ เพราะในฐานนี้ฉันให้ทุกอย่างที่ฉันจะให้ได้ทั้งอาวุธคู่กายคือไม้เท้า ป้ายชื่อ ลิบบิ้นผูกข้อมือและรองเท้า ในฐานนี้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมชนะได้เป็นครั้งแรก ฐานที่หกต้องต่อกระป๋องเป็บซี่ไม่ให้ล้มโดยไม่ใช้มือ ในฐานนี้ก็เสมอกันเพราะต่อเสร็จพร้อมๆกัน ส่วนฐานสุดท้ายเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ กลุ่มฉันทำดอกทานตะวันซึ่งกลีบไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลคือ ต่างคนต่างที่มาแต่มารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในรั้วมหิดล หลังจากจบกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์แล้วก็มีพิธีการสู่ขวัญ เพื่อเรียกขวัญให้กับนักศึกษาใหม่และในช่วงเย็นมีการเลี้ยงอาหารค่ำ ภายในงานเลี้ยงอาหารค่ำนั้นมีการประกวดดาวเดือน การจับฉลากหางบัตรของผู้ที่มาร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้า และมีการประกาศผลคะแนนรวมในกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ด้วย ซึ่งผลที่ออกมานั่นก็คือ สีเหลืองของฉันนั้นมีผลคะแนนรวมมาเป็นอันดับหนึ่งซึ่งนั่นก็คือ ผู้ชนะนั่นเอง อิๆ ดีใจๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้

                                สิ่งที่ฉันได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มวันในวันนี้นั่นคือ การที่ฉันได้เรียนรู้การมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในสังคม นี่ก็ทำให้ฉันรู้ว่า การที่คนเราจะอยู่ในสังคมได้ดีนั้น เราควรถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำและผู้ตาม ความสามัคคี เพราะความสามัคคีนี่แหละที่จะนำพาให้เราประสบผลสำเร็จ

                นี่คือสิ่งที่กิจกรรมให้กับฉันในวันที่ฉันได้ตระหนักรู้ว่า ไม่มีใครสามารถเด่นดังแต่เพียงผู้เดียวได้ เพราะทุกคนต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูรกัน ไม่ว่าจะมากหรือจะน้อยก็ตาม ฉันคิดว่า บางทีเพียงแค่เรารู้จักหยุดมองตัวเอง หันมาสำรวจความต้องการที่แท้จริงของตัวเองและกล้าที่จะนำพาตนเองออกสู่สังคมภายนอก ฉันยังคงมีความเชื่อว่าฉันจะได้รับโอกาสดีๆที่ผู้คนต่างๆหยิบยื่นให้กับฉันอยู่เสมอ “ไม่มีคำว่าสาย หากเราจะเปิดตัวและเปิดใจของเราเพื่อให้สังคมภายนอกได้รู้จักเราให้มากขึ้น” และเรียนรู้ที่จะให้และรับซึ่งกันและกัน

                ในท้ายที่สุดนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆชาวองค์การและสภานักศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหิดลที่คัดเลือกกิจกรรมดีๆจนทำให้ฉันรู้สึกดีๆกับการเข้าร่วมกิจกรรมและกล้าที่จะไปพบปะผู้คนใหม่ๆมากขึ้น

โดย พูพู

 

กลับไปที่ www.oknation.net