วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประวัติพรรคไทยรักไทย (ยาวมากมาย) แต่ลองอ่านดู




ภายใต้รูปลักษณ์ของอักษรไทย "ท" แสดงความหมายของการรวมเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันของคนไทยทั้งมวล ผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้า ที่จะคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อพลิกฟื้นประเทศให้กลับคืนสู่ความรุ่งเรือง มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป โดยมีองค์ประกอบของเจตนารมณ์ดังนี้

1. เลขหนึ่ง (สีน้ำเงินแถบหน้า) หมายถึง การผนึกแนวคิดรวมพลังของทุกคนในชาติ เป็นหนึ่งเดียว โดยเดินตามรอยพระยุคลบาทยึดมั่นในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชประสงค์ ให้คนไทยรู้รักสามัคคีผนึกประสาน ความคิดที่จะช่วยพลิกฟื้นประเทศ ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีเกียรติและศักดิศรี เป็นที่ยอมรับของนานาอารยะประเทศ

2. สีแดง น้ำเงิน (แถบกลาง) หมายถึงความมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นประเทศชาติด้วยนโยบายใหม่ วิธีคิดใหม่ และกระบวนการสร้างภูมิปัญญา

3. สีน้ำเงิน (แถบหลัง) หมายถึง ความมุ่งมั่นแน่วแน่และความพากเพียรที่จะพัฒนา ประเทศให้มั่นคง เข้มแข็ง และก้าวหน้าในทุกๆด้านอย่างยั่งยืน

พรรค "ไทยรักไทย" พรรคการเมืองใหม่ ที่ได้รับการตั้งชื่อจากเสียงของประชาชน และเผยตัวผู้ร่วมสานอุดมการณ์ และได้ประกาศแนวความคิดหลักของพรรคชัดเจนด้วยว่า

เพราะจุดอ่อนของชาติคือ : ขาดหน่วยงานหรือผู้นำที่บริหารประเทศแบบมีกลยุทธ์ จนพาประเทศหลงทางสู่วิกฤตเศรษฐกิจ พรรคไทยรักไทยจึงขอเสนอตัวมาบริหารประเทศแบบมีกลยุทธ์นำทาง

เพราะจุดอ่อนของชาติคือ : การมักยึดกฏหมายนำในการแก้ปัญหา พรรคไทยรักไทยจึงขอเสนอให้ใช้หลักการบริหารนำการแก้ปัญหา โดยใช้กฏหมายเป็นเพียงส่วนประกอบและรัฐบาลจะต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกเพราะเราต้องรวมพลังคนไทยด้วยกันเพื่อคนไทยด้วยกัน

เจตนารมพรรคไทยรักไทย


สังคมไทย มีประวัติศาสตร์ที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีการสั่งสมภูมิปัญญามายาวนานอย่างต่อเนื่องถึงแม้บางช่วงจะเผชิญกับการท้าทายที่ล่อแหลมต่อการล่มสลาย ทว่าการส่งสมทางปัญญาที่มีลักษณะเฉพาะตัวบนพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เหล่านั้นได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากความยากลำบากและสามารถก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ด้วยความภาคภูมิใจ และมีศักดิ์ศรี สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคเอเชียได้สร้างความระส่ำระสายให้กับสังคมไทย และภูมิภาคอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ด้วยภูมิปัญญา ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับคุณค่าอันดีงามของวัฒนธรรมไทย ที่ยึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันครอบครัวชุมชนและความรักในอิสรภาพ จะเป็นพลังขับดันให้สังคมไทยแสวงหาทางออก ภายใต้สภาวการณ์ที่ระส่ำระสายอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และก้าวต่อไปด้วยความสุขุมมั่นคง

กระบวนทัศน์ ทางความคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนพื้นฐานของประวัติศาสตร์ ที่มีลักษณะสร้างสรรค์เป็นของตนเองและมีความแจ่มชัดแบบเป็นไปได้เท่านั้น ที่จะสามารถสร้างความมั่นใจแก่คนทุกหมู่เหล่าในสังคม ผนึกกำลังกันก้าวไปตามแนวทางดังกล่าวอย่างมีพลัง ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนทัศน์ทางความคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บนพื้นฐานของประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะสร้างสรรค์เป็นของตนเองและเข้าใจโลกที่เป็นจริง มีความแจ่มชัดแบบเป็นไปได้เท่านั้นที่จะทำให้เราได้รับความนับถือจากนานาประเทศ

พรรคไทยรักไทย สถาปนาขึ้นเพื่อที่จะนำเอาการสั่งสมทางปัญญาที่มีมาอย่างยาวนานดังกล่าวมาเป็นพื้นฐาน ในการทำความเข้าใจความเป็นไปของโลกและเลือกเอาแต่สิ่งที่ดีงามมาประกอบการแก้ปัญหาของประเทศไทย และสังคมไทยเพื่อเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชนชาวไทย รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้และก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจ นอกจากนั้นพรรคไทยรักไทยยังเชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของการบริหารราชการแผ่นดินก็คือ การเพิ่มพูนความอุดมให้กับชีวิตของประชาชนโดยการสร้างและธำรงไว้ซึ่งความเสมอภาค ทางด้านโอกาสในชีวิตให้กับประชาชนอย่างมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เพราะจุดอ่อนของชาติคือ : ขาดการมีส่วนร่วมในการปกครอง พรรคไทยรักไทยจึงขอให้สร้างคนมีความสามารถที่คิดและมีอิสระในการทำงานสูง ทำเป็นทีมและบริหารแบบผสมผสาน ประนีประนอม แต่กล้าตัดสินใจที่เด็ดขาด โดยยึดประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลัก

เพราะจุดอ่อนของชาติคือ : ความล่าช้าของระบบราชการ พรรคไทยรักไทยจึงขอเสนอให้คิดแบบนอกกรอบ ของระบบราชการ และลัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพและความฉับไว

พรรคไทยรักไทย จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2541 ถือว่าเป็นพรรคการเมืองแรกที่ก่อตั้งขึ้น ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 23 คน จนถึงขณะนี้มีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน การดำเนินงานของพรรคไทยรักไทย เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้สโลแกน " คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน" โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนพรรคได้ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาที่แท้จริง ร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในทุกปัญหา ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม พร้อมวางกรอบแนวทางแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของประเทศ พัฒนาเป็นนโยบายพรรคไทยรักไทยที่ครอบคลุมทุกด้าน และนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2544
นโยบายหลัก

ประเทศไทยของเราในวันนี้ ต้องการได้รับการฟื้นฟูและดูแลเอาใจใส่ จะปล่อยให้ดำเนินไปตามยถากรรมอย่างเช่นที่เคยเป็นนั้นไม่ได้เพราะนับวันจะยิ่งถลำลึก และจมดิ่งในหุบเหวแห่งวิกฤตการณ์จนยากที่จะเยียวยาให้กลับคืน ประเทศไทยต้องการการปฏิรูปในแทบทุกมิติด้วยแนวคิดของนโยบายใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานแห่งข้อมูล ความรอบรู้และสติปัญญาที่เข้าใจในรากเหง้าแห่งปัญหาและทันโลกทันเหตุการณ์ พรรคไทยรักไทยจึงรับอาสาพี่น้องประชาชน เข้ามาแก้ไขปัญหาและช่วยฟื้นฟูประเทศตามแนวนโยบายของพรรคที่เน้นในประเด็นสำคัญต่อไปนี้

แนวคิดใหม่ ปรับแนวคิดใหม่ทั้งในด้านเป้าหมายกระบวนการ และวิธีการในการพัฒนาประเทศ เน้นการบริหารเชิงยุทธ์ในระดับชาติ โดยใช้ปัญญา และความรู้ที่สั่งสมมายาวนานอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับวิสัยทัศน์ที่มองโลกจากความเป็นจริงเป็นพื้นฐานเพื่อปรับเปลี่ยนองคาพยพทุกส่วนในสังคม ให้ก้าวหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างสมดุลและยั่งยืน

ปรับเปลี่ยนการบริหาร ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและกลไก การทำงานของภาครัฐ ให้เกิดประสิทธิภาพปรับปรุงทัศนคติ วิธีคิดและวิธีปฏิบัติงานของข้าราชการ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงบทบาทของภาครัฐ จากการควบคุมมาเป็นการสนับสนุน และเอื้ออำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับ นานาประเทศและเป็นประโยชน์ ต่อภาคประชาชน ในด้านบริการสาธารณะ รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นการส่วนรวม เน้นการพัฒนาและปฏิรูปการเมืองอย่างต่อเนื่อง

ปฏิรูปภาคเอกชน ส่งเสริมให้เกิดการปฏิรูปกิจการในภาคเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทางด้านการผลิต ทั้งในส่วนของเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเกษตรพาณิชยกรรม และการให้บริการ โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพสูง และมีประสิทธิผลอย่างแท้จริง ครอบคลุมกิจการธุรกิจทั้ง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ให้เกิดคุณภาพในระดับมาตรฐาน ที่จะแข่งขันในกรอบของการค้าเสรีที่เป็นธรรมอันจะนำไปสู่การกระจายความมั่งคั่งในส่วนต่างๆของสังคม โดยประสานพลังภาคเอกชนกับภาครัฐภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ฟื้นฟูสังคม ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและ สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง เสริมสร้างจิตสำนึก แห่งการอยู่ร่วมกันด้วยความเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกัน และกันและร่วมมือทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยสร้างสำนึกของ "จิตใจไทย ความคิดสากล" เพื่อให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยมีจุดยืน ทางความคิดเป็นของตนเอง และสามารถเลือกเอาข้อดีของกระแสโลกมาใช้ เพื่อให้ก่อประโยชน์กับสังคมไทยในทุกด้าน พัฒนาคุณภาพชีวิต เน้นการพัฒนามนุษย์ให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนโดยผ่านกลไกลของการปฏิรูป ปรัชญาการศึกษาการสาธารณสุข สวัสดิการสังคม ภาษี วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพ การกระจาย อำนาจการปกครองการมีสิทธิมีเสียง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ในการกำหนดวิถีชีวิตและกระบวนการสร้างความมั่งคั่งของตนเอง สนับสนุนให้แต่ละกลุ่มของสังคมใช้ จุดเด่นจากลักษณะสังคมทั้งสามประเภท ที่เป็นแนวโน้มของโลกทั้งสังคมเกษตร สังคมอุตสาหกรรม และสังคมข้อมูลข่าวสาร มาผนึกกันอย่างกลมกลืน เพื่อก่อประโยชน์ให้กับสังคมไทย พรรคไทยรักไทยจะใช้แนวคิดดังที่กล่าวมาเป็นพื้นฐานในการดำเนินนโยบาย ภายใต้กรอบของภูมิปัญญาที่สั่งสมมาในประวัติศาสตร์ เพื่อฟื้นฟูและปฏิรูปประเทศไทยไปสู่การเป็นประชารัฐที่มีเกียรติ และศักดิ์ศรีโดยมีระบอบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย อันสมบูรณ์อย่างแท้จริง

นโยบายการเมือง

นโยบายการเมืองที่มีความสำคัญสูงสุดคือ พรรคมีความจงรักภักดี และมุ่งเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไว้เป็นที่เคารพสักการะอันสูงยิ่ง และรักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกราชทั้งหลายของประเทศอธิปไตยแห่งชาติ บูรณภาพแห่งอาณาเขต ตลอดทั้งให้บังเกิดความสุขความเจริญแก่ประเทศชาติและประชาชนทุกหมู่เหล่า

ในการนี้พรรคจะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานอันมั่นคง แข็งแกร่งแก่ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและส่งให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และศรัทธายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทั้งนี้โดยการพัฒนาโครงสร้างทางการเมืองสามระดับคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองโดยมุ่งเน้น การกระจายอำนาจในการปกครองตนเองตนเองในระดับท้องถิ่นของประชาชน การเสริมสร้างการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในทุกระดับ และในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งเสริมและสนับสนุนการการให้การศึกษาทางการเมืองแก่ประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนอันเป็นกลุ่มผลประโยชน์ อันหลากหลายในสังคม เพื่อพิทักษ์ปกป้องสิทธิประโยชน์ของตน

การพัฒนาโครงสร้างส่วนกลางทางการเมือง โดยพัฒนาสถาบันการเมืองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างพื้นฐานทางการเมือง กับโครงสร้างส่วนบนทางการเมืองคือสถาบันพรรคการเมืองและสถาบันข้าราชการ ควบคู่กับการสนับสนุนบทบาท ของสถาบันสื่อมวลชน ให้เป็นสถาบันที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นสถาบันที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนและบ้านเมืองได้อย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมกันนั้นจะมุ่งพัฒนาโครงสร้างส่วนบนทางการเมืองควบคู่ไปด้วยกับ การพัฒนาโครงสร้างส่วนกลางและ โครงสร้างพื้นฐาน ทางการเมืองคือรัฐธรรมนูญสถาบันรัฐสภา สถาบันบริหารและสถาบันตุลาการ เพื่อให้สถาบันการเมืองเหล่านี้มีความเข้มแข็งมั่นคงมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สามารถสร้างความผาสุกให้แก่ ประชาชนได้อย่างแท้จริง นอกเหนือจากที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดไว้ พรรคจะผลักดันการปฏิรูปการเมือง โดยการนำเสนอมาตรการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และการแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่อันมิควรได้ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองข้าราชการ และพนักงานรัฐโดยริเริ่ม ให้มีการออกกฎหมายว่าด้วย ความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ และมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวโดยเร็ว นอกจากนั้นพรรคจะให้การสนับสนุนกิจกรรมและ การดำเนินการขององค์กรอิสระทั้งหลายที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้สามารถบรรลุภารกิจตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการกลั่นกรองบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

เพื่อให้การปฏิรูปการเมืองใน ส่วนของรัฐธรรมนูญ สามารถมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ถูกต้องพรรคจะไม่สนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันในช่วงระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้ เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์การปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง และเป็นความประสงค์ของประชาชนโดยทั่วไปเท่านั้น

นโยบายการบริหาร


นโยบายการบริหารที่มีความสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ การปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจการบริหาร
การปฏิรูประบบราชการ

นโยบายกฎหมายและยุติธรรม

พรรคจะดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ล้าสมัย หรือการออกกฎหมายใหม่มาบังคับใช้ เพื่อให้เอื้ออำนวยและสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง โดยมุ่งเน้นถึงการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลความเป็นธรรมในสังคม รวมทั้งการส่งเสริมและรักษาสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัด

นโยบายเศรษฐกิจ

จากการที่เราได้ก้าวเข้าไป เป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมโลก ที่การเคลื่อนไหวของทุนมีอิทธิพลต่อการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งในแง่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และชะตากรรมของคนในสังคมโลก ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแรงกดดันดังกล่าวอย่างรุนแรง ประกอบกับความผิดพลาดเชิงนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตและวัฒนธรรมในอดีต ทำให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตจนลุกลามไปทุกปริมณฑลของสังคมอยู่ในขณะนี้ และดูเหมือนว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง ความรุนแรงของสถานการณ์เศรษฐกิจในครั้งนี้ จะต้องได้รับการเยียวยาแก้ไขอย่างถูกต้องและทันท่วงที ดังนั้นพรรคจึงเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายใหม่ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น และอาจทวีความรุนแรงในอนาคตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างการผลิตและการเงินของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการสั่งสมทางปัญญาของสังคมไทย นโยบายใหม่นี้จะสร้างให้คนมีความหวัง มีความรู้สึกภาคภูมิใจรู้สึกว่าตนและประเทศของตนมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี กรอบของนโยบายใหม่นี้จะสอดประสานกันแก้ปัญหาอย่างเป็นองค์รวม สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นไปได้โดยจะสามารถบรรลุเป้าหมายในเชิงของการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคมที่กำลังเผชิญอยู่อย่างประสานสอดคล้องไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็น ปัญหาหนี้ต่างประเทศ ความชะงักงันของการส่งออก การถดถอยทางเศรษฐกิจ

นโยบายเกษตรกรรม

จากการที่ประเทศไทยมีพื้นฐานทางการเกษตรมาเป็นเวลายาวนาน แต่ภาคเกษตรกรรมของไทยยังมิได้รับการจัดระบบบริหาร และการจัดการที่ดี อีกทั้งเกษตรกรซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบการผลิตก็ประสบกับปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว นโยบายด้านการเกษตรของพรรค มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ มีความแข็งแกร่งทันสมัย เป็นฐานเศรษฐกิจอันแท้จริงที่สอดรับกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถสร้างผลผลิตอย่างเพียงพอเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และสามารถสร้างผลผลิตส่วนเกินที่มีคุณค่าและมีคุณภาพ เพียงพอที่จะเป็นฐานสนับสนุนอันสำคัญแก่อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก

นโยบายตรวจสอบและประเมินผล

นโยบายทั้งมวลจะดำเนินไปภายใต้กรอบของการตรวจสอบและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยองค์กรอิสระที่พรรคจะสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นหรือจัดจ้างมาเป็นพิเศษเป็นกรณีเฉพาะรายต่อไป

นโยบายศึกษาและวัฒนธรรม

บทเรียนจากความระส่ำระสายของระบบเศรษฐกิจไทยและเอเชีย ทำให้เราต้องเร่งทบทวนนโยบายด้านการศึกษา ตลอดจนปรัชญาการศึกษา ที่จะสร้างให้เด็กไทยมีฉันทะทางปัญญา และวินัยแห่งปัญญา สามารถใช้ปัญญาสรรค์สร้างความคิด และความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง ดุจความคิดที่บินได้โดยมีวินัยแห่งปัญญา เพื่อพัฒนาเด็กไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเหมาะสมกับศักยภาพแห่งตน ที่จะเลือกเข้าสู่โลกาภิวัตน์ตามความถนัด โดยมีฐานของประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน และมั่นคงรวมทั้งการส่งเสริมให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติในทุกระดับ พรรคจึงมีนโยบายการศึกษาและวัฒนธรรมดังนี้

นโยบายสาธารณสุข

พรรคจะเร่งรัดการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีมาตรฐานและคุณภาพ ทั้งในภาครัฐและเอกชนรวมทั้งให้ขยายระบบประกันสุขภาพให้ทั่วถึง ส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขให้มีคุณภาพ และพอเพียงต่อภารกิจ รวมทั้งจัดให้มีการกระจายบุคลากรที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ทันสมัยและคุ้มต่อการให้บริการมาใช้ให้แพร่หลาย และให้ความสำคัญต่อการวิจัยกับการพัฒนาของภาครัฐ และ ภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบรูปแบบและเทคโนโลยีทางการแพทย์กับการบริการสาธารณสุขอย่างจริงจัง ขยายงานสาธารณสุขมูลฐานในชนบท โดยสนับสนุนองค์กรชุมชนสถาบันครอบครัว อาสาสมัครสาธารณสุขให้มีบทบาทในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ขยายผลให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ในพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องการส่งเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาพของตนเอง รวมทั้งการป้องกันโรคป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคติดต่อร้ายแรงในภูมิภาค ที่เข้ามากับกลุ่มแรงงานต่างประเทศ และประชาชาติอื่นๆ รวมทั้งการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคเอดส์ในกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม ดูแลรักษาและพัฒนาศักยภาพของผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยครอบครัวและชุมชน ให้รู้จักการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนให้อยู่ในระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมทั้งกำหนดมาตรการเร่งรัดให้มีการกำจัดของเสีย ขยะติดเชื้อและบำบัดน้ำเสียของสถานพยาบาล และสาธารณสุขอย่างจริงจัง ตลอดจนจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคให้แก่ประชาชนในชนบทอย่างทั่วถึง เข้มงวดต่อมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย และได้รับความเป็นธรรมในการ บริโภค อาหาร ยา สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการใช้สมุนไพร เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งการให้ความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการนี้

นโยบายวิทยาศาสตร์

ด้วยตระหนักว่าการกอบกู้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับฟื้นตัวนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การต้องนำเข้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ แก่ภาคการผลิตและบริการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ยังขาดแคลนเรื่องเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่พื้นฐานของการดำรงชีวิต กระบวนการเรียนรู้ ู้กระบวนการฝึกอบรมและเสริมทักษะ โดยเฉพาะการรองรับการถ่ายทอดด้านทักษะ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้คุณภาพฝีมือแรงงานที่เป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจแผนใหม่

นโยบายต่างประเทศ

เนื่องจากระบบเศรษฐกิจไทยและเอเชีย กำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง เช่นเดียวกับระบบการเงินระหว่างประเทศก็กำลังประสบปัญหาเช่นกัน การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จึงต้องแก้ไขทั้งภายในและต่างประเทศด้วยการสร้างวิธีคิดใหม่ ที่ให้คำตอบกับการจัดระเบียบการเงินระหว่างประเทศ ในปัจจุบันและอนาคต โดยเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศให้มากขึ้น ให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างจริงจังและมีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหา การเคลื่อนไหวของทุนระหว่างประเทศที่รวดเร็ว โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อการกินดีอยู่ดีของประชาชนและความมั่นคงของรัฐต่อไป การดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยจึงต้องกำหนดให้สอดคล้องกับภาวะการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยกับนานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ร่วมกันโดยไทยจะเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญ ในกระบวนการจัดระเบียบการเงินระหว่างประเทศใหม่ที่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันมิให้ระบบดังกล่าวก่อปัญหาซ้ำอีก

นโยบายพัฒนาสังคม

พรรคเชื่อว่าสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความลึกซึ้งทางปัญญาและอารมณ์ จะเป็นสังคมที่พึงปรารถนาที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในมวลสมาชิกของสังคมทุกระดับ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการสะสมความมั่งคั่งของประเทศ ยิ่งกว่านั้นพรรคตระหนักดีว่า มนุษย์เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมให้คนไทยมีทักษะและรับการถ่ายทอดทักษะ เพื่อยกระดับความสามารถของตนเองให้เป็นสากลนั้น จะเป็นหนทางหนึ่งของการอยู่รอดจากภาวะวิกฤตในปัจจุบันและเป็นการอยู่รอดที่มีเกียรติ และศักดิ์ศรีควบคู่กับความเข้มแข็งของสถาบันสังคม ความเอื้ออาทรระหว่างกันและความเกื้อกูลกันของพี่น้องประชาชนในแต่ละท้องถิ่น เป็นพลังขับดันให้พี่น้องประชาชนสามารถกำหนดวิถีชีวิต และทิศทางของการอยู่รอดได้โดยองค์กรทางสังคมที่เข้มแข็ง การเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส และการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน

นโยบายป้องกันประเทศ

พรรคจะเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เพื่อลดความหวาดระแวงระหว่างประเทศในภูมิภาคลง และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสกิจการด้านการป้องกันประเทศ อันจะนำไปสู่ความเชื่อใจด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยการเข้าร่วมในเวทีการเจรจาด้านความมั่นคงของอาเซียน (ARF) การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพในกลุ่มสมาชิกของอาเซียนและกับกองทัพของชาติพันธมิตรของไทย โดยเฉพาะการวางระบบการบริหาร และการจัดการระบบระวังภัยทางทะเล โดยใช้เทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกันของชาติอาเซียน พรรคจะสร้างเสริมความทันสมัยทางทหาร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ ให้ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงทางทหารของโลกในด้านต่างๆ โดยการเสริมสร้างคุณภาพของกำลังพล(กำลังพลทันสมัย) การยกระดับขีดความสามารถของระบบอาวุธต่าง ๆ (อาวุธทันสมัย) การพัฒนาหลักนิยมทางทหารให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของไทย (หลักนิยมทันสมัย) และการปรับปรุงโครงสร้าง องค์กรกองทัพ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ใหม่ (องค์กรทันสมัย)

นโยบายประสบผลสำเร็จ


นโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 49
นโยบายรถไฟฟ้าไทยรักไทย
นโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 48
"30 บาทช่วยคนไทยห่างไกลโรค"
"นโยบายสร้าง 5 โอกาส"
"4 ปี ซ่อม 2544-2547"
"4 ปี สร้าง 2548-2551"
"นโยบายสตรี"
"สร้างโอกาสแก่เด็กและเยาวชน"
"นโยบาย กรุงเทพแข็งแรง"

นโยบายที่ได้ดำเนินการแล้วประสบผลสำเร็จ

สงครามกับความยากจน
สงครามกับยาเสพติด
สงครามสงครามกับคอรัปชั่น
ปฎิรูปการศึกษา
1. หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน
ปฏิรูปกฏหมายล้าสมัย
ปฏิรูปการศึกษา หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน
เสริมสร้างวัฒนธรรม
คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร
บ้านเอื้ออาทร
1. โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และคนจนในเมือง
30 บาทรักษาทุกโรค
1. เสริมสร้างสุขภาพอนามัย "รวมพลังคนเสื้อเหลือง" ส่งเสริมกีฬา
หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
พักชำระหนี้ และลดภาระหนี้เกษตรกร
ธนาคารประชาชน
ธนาคาร SMEs
ธนาคารอิสลาม
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
จัดระเบียบสังคม : เปลี่ยน "ภาระ" เป็น "พลัง"
ปราบปรามผู้มีอิทธิพล
หวย 2 ตัว 3 ตัว ถูกกฏหมาย
ปราบปรามเทปผีซีดีเถื่อน
แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
1. การแก้ปัญหาความยากจน ปู้ด้อยโอกาส โดยให้ทุกคนมีเอกสารสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน
คืนหนี้ IMF ก่อนกำหนด : ประกาศความเป็น "ไท"
นโยบายต่างประเทศ
1. เขตการค้าเสรี จีน-อินเดีย ฯลฯ
2. การผลักดันกรอบความร่วมมือเอเซีย
3. ICAPP การประชุมพรรคการเมืองเอเซีย
4. APEC การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก 21 เขตเศรษฐกิจ


ผู้ก่อตั้งพรรค ไทยรักไทย



1 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งพรรค
2 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้งพรรค 3 ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งพรรค 4 พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งพรรค 5 ดร.สิริกร (ลีนุตพงษ์) มณีรินทร์ ผู้ก่อตั้งพรรค 6 นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ผู้ก่อตั้งพรรค 7 นายสุธรรม แสงประทุม ผู้ก่อตั้งพรรค 8 ดร.ประชา คุณะเกษม ผู้ก่อตั้งพรรค 9 ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ผู้ก่อตั้งพรรค 10 นายพันธ์เลิศ ใบหยก ผู้ก่อตั้งพรรค 11 ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล ผู้ก่อตั้งพรรค 12 นางสาวปภัสรา ตรังคิณีนาถ ผู้ก่อตั้งพรรค 13 ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ก่อตั้งพรรค 14 น.พ.ประจวบ อึ้งภากรณ์ ผู้ก่อตั้งพรรค 15 ดร.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ผู้ก่อตั้งพรรค 16 ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ก่อตั้งพรรค 17 ศจ.ดร.คณิต ณ นคร ผู้ก่อตั้งพรรค 18 ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ ผู้ก่อตั้งพรรค 19 รศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรค 20 ดร.การุญ จันทรางศุ ผู้ก่อตั้งพรรค 21 นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ผู้ก่อตั้งพรรค 22 คุณภูวนิดา คุณผลิน ผู้ก่อตั้งพรรค 23 นายณรงค์ ปัทมะเสวี ผู้ก่อตั้งพรรค

คณะผู้บริหาร


1 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค
2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค 3 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองหัวหน้าพรรค 4 นาย พินิจ จารุสมบัติ รองหัวหน้าพรรค 5 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองหัวหน้าพรรค 6 พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค 7 นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา รองหัวหน้าพรรค 8 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองหัวหน้าพรรค 9 นายโภคิน พลกุล รองหัวหน้าพรรค 10 นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค 11 นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รองหัวหน้าพรรค 12 นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรค

กรรมการพรรค


1 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค
2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค 3 นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค 4 พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค 5 นายเนวิน ชิดชอบ รองหัวหน้าพรรค 6 นายประชา มาลีนนท์ รองหัวหน้าพรรค 7 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองหัวหน้าพรรค 8 นายโภคิน พลกุล รองหัวหน้าพรรค 9 นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค 10 นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา รองหัวหน้าพรรค 11 นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รักษาการเลขาธิการพรรค 12 นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองเลขาธิการพรรค 13 นายชานนท์ สุวสิน รองเลขาธิการพรรค 14 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองเลขาธิการพรรค 15 น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรค 16 ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล กรรมการบริหารพรรค 17 นายจำลอง ครุฑขุนทด กรรมการบริหารพรรค 18 นายประจวบ ไชยสาส์น กรรมการบริหารพรรค 19 นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด กรรมการบริหารพรรค 20 นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ กรรมการบริหารพรรค 21 นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล กรรมการบริหารพรรค 22 นายสุชัย เจริญรัตนกุล กรรมการบริหารพรรค 23 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กรรมการบริหารพรรค 24 นายอดิศร เพียงเกษ กรรมการบริหารพรรค 25 ดร.อดิศัย โพธารามิก กรรมการบริหารพรรค 26 นายอนุทิน ชาญวีรกูล กรรมการบริหารพรรค 27 นายเอกพร รักความสุข กรรมการบริหารพรรค 28 นายเกรียง กัลป์ตินันท์ กรรมการบริหารพรรค 29 นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก กรรมการบริหารพรรค 30 ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี กรรมการบริหารพรรค 31 นายวิชัย ชัยจิตวณิชกุล กรรมการบริหารพรรค 32 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรรมการบริหารพรรค 33 นายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ กรรมการบริหารพรรค 34 นายชาญชัย ปทุมารักษ์ กรรมการบริหารพรรค 35 นายพงษ์ศักดิ์ วรปัญญา กรรมการบริหารพรรค 36 นางพิมพา จันทร์ประสงค์ กรรมการบริหารพรรค 37 นายลิขิต หมู่ดี กรรมการบริหารพรรค 38 ว่าที่ ร.ท.น.พ.วัลลภ ยังตรง กรรมการบริหารพรรค 39 นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร กรรมการบริหารพรรค 40 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ กรรมการบริหารพรรค 41 นายทศพล สังขทรัพย์ กรรมการบริหารพรรค 42 นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ กรรมการบริหารพรรค 43 นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร กรรมการบริหารพรรค 44 นางมยุรา มนะสิการ กรรมการบริหารพรรค 45 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค 46 นายวีระกร คำประกอบ กรรมการบริหารพรรค 47 นายกฤษ ศรีฟ้า กรรมการบริหารพรรค 48 นายวีระ มุกสิกพงษ์ กรรมการบริหารพรรค 49 นายสุธรรม แสงประทุม กรรมการบริหารพรรค 50 นายสุรเชษฐ์ ดวงสอดศรี กรรมการบริหารพรรค 51 มรว.ดำรงดิศ ดิศกุล กรรมการบริหารพรรค 52 น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ กรรมการบริหารพรรค

คณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณ

1 นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานกรรมการ
2 นาย สมชาย สุนทรวัฒน์ กรรมการ 3 นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กรรมการ 4 นายสุรเชษฐ์ ดวงสอดศรี กรรมการ 5 นายสุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง เลขานุการ

คณะเจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานและเลขาธิการพรรค


1 นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรค
2 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองเลขาธิการพรรค 3 นายชานนท์ สุวสิน รองเลขาธิการพรรค 4 นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองเลขาธิการพรรค 5 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองเลขาธิการพรรค 6 นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รองเลขาธิการพรรค 7 น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรค

คณะ รัฐมนตรี ปี 2549


1 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
2 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี,กระทรวงพาณิชย์ 3 พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี,รมว.ยุติธรรม 4 ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี 5 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี 6 นายสุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี 7 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 8 นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี,รมว.อุตสาหกรรม 9 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 10 นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี 11 พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม 12 นายทนง พิทยะ รมว.คลัง 13 นายวราเทพ รัตนากร รมช.กระทรวงการคลัง 14 นายไชยยศ สะสมทรัพย์ รมช.กระทรวงการคลัง 15 ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล รมว.กระทรวงการต่างประเทศ 16 นายประชา มาลีนนท์ รมว.ท่องเที่ยวและการกีฬา 17 นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคง 18 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 19 นายอดิศร เพียงเกษ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 20 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม 21 พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รมช.คมนาคม 22 นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.กระทรวงคมนาคม 23 นายยงยุทธ ติยะไพรัช รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ 24 นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ 25 นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน 26 นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รมช.กระทรวงพาณิชย์ 27 พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย 28 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.มหาดไทย 29 นาย สมชาย สุนทรวัฒน์ รมช.มหาดไทย 30 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงแรงงาน 31 นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.วัฒนธรรม 32 ดร.ประวิช รัตนเพียร รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 33 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ 34 นายรุ่ง แก้วแดง รมช.กระทรวงศึกษาธิการ 5 นาย พินิจ จารุสมบัติ รมว.กระทรวงสาธารณสุข 36 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.กระทรวงสาธารณ

โดย Mxzero

 

กลับไปที่ www.oknation.net