วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

*******กามสุขเป็นสิ่งทราม*******


กามสุขเป็นสิ่งทราม

การเพลิดเพลินติดใจในอารมณ์ที่น่าปรารถนาเป็นสิ่งทราม เพราะทำให้กิเลสอย่างหยาบเพิ่มพูนขึ้นมา

เช่น เกิดความยินดีพอใจ(กามตัณหา) ความเย่อหยิ่งลำพอง(มานะ) ความตระหนี่หวงแหน(มัจฉริยะ) ไม่อยากแบ่งปันทรัพย์สิ่งของให้คนอื่น โดยคิดว่าสมควรจะได้รับสิ่งที่น่าปรารถนามากกว่าใครๆ

ต่อมาก็เกิดความอิจฉาริษยา(อิสสา) เมื่อเห็นคนอื่นได้รับสิ่งที่น่าชอบใจ บางครั้งก็เกิดความไม่พอใจหากมีใครมาขัดขวางหรือแย่งชิงไป(โทสะ)

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสะสมทรัพย์สมบัติ ก็มักจะโลภที่อยากจะได้มากขึ้น และทำทุกทางที่จะให้ได้มาโดยไม่เกรงกลัวหรือละอายต่อบาป(อหิริกะและอโนตตัปปะ) ว่าจะเป็นการกระทำที่ผิดทำนองคลองธรรมหรือไม่ เขาก็จะหลงผิด(โมหะ)หลอกตนเองว่าเป็นความสุข เป็นความเจริญก้าวหน้าทางโลก

ผู้ที่เป็นปุถุชนที่ยังหนาไปด้วยกิเลส ก็อาจจะมีความเห็นผิด(ทิฏฐิ) ยึดมั่นในอัตตาตัวตน หรือเห็นผิดว่า กรรมที่กระทำลงไปไม่มีผลบ้าง

สิ่งเหล่านี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความเพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์เป็นต้นเหตุ จึงกล่าวว่า ความเพลิดเพลินในกามคุณเป็นสิ่งทราม

ยิ่งไปกว่านั้น การปล่อยตามใจตัวเองในการหาความสุขจากกามคุณอารมณ์ เป็นวิสัยของสัตว์ในทุคติ เช่นสัตว์ดิรัจฉาน และเปรต เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า แม้แต่สัตว์ดิรัจฉานก็ชอบสิ่งที่ตนเห็นว่าดีงาม และอยากมีความสุขเหมือนมนุษย์ทั่วไป ความรู้สึกของสัตว์ที่ทราม ที่ต้องการกามสุขจึงเหมือนกับความรู้สึกของมนุษย์

ดังนั้น นักบวชผู้ดำรงชีวิตอย่างประเสริฐ จึงไม่ควรไปลดตัวยุ่งเกี่ยวกับกามสุขเยี่ยงสัตว์ในภูมิที่ต่ำกว่า


คนเรามักเป็นเช่นนี้

สิ่งที่ไม่น่ายินดี มักแฝงมาในรูปที่น่ายินดี

สิ่งที่ไม่น่ารัก มักมาในรูปที่น่ารัก

สิ่งที่เป็นความทุกข์ มักแฝงมาในรูปของความสุข

คนเราจึงอยู่ในความประมาท เพราะความลุ่มหลงกัน

(พุทธพจน์)


โดย เด็กชาย-เด็กหญิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net