วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สาวมาด เมกะแดนซ์ ( 79 )


สาวมาด เมกะแดนซ์ - สาวลาดพร้าว + ดาวมหา'ลัย

สุรดา ชมวงค์ หรือ สาวมาด เมกะแดนซ์ เป็นชาวหนองบัวลำภู มีพี่น้อง 5 คน เธอเป็นน้องคนสุดท้อง ชีวิตในวัยเด็ก พ่อแม่ทำไร่ทำนา แต่ไม่มีนาของตัวเอง ต้องอาศัยเช่านาจากคนอื่น ปีไหนที่ไม่มีเงิน ก็ไปรับจ้างทำนาแทน ชีวิตตอนเด็กจึงลำบากสุดๆ พ่อต้องพาไปขอข้าววัดกินจนถึง ม.3 ชุดนักเรียนมีชุดเดียว ต้องไปขอจากญาติพี่น้องมาใส่ แล้วเลาะป้ายชื่อเปลี่ยนเป็นชื่อตัวเอง เวลากลับจากโรงเรียนก็จับเสียมจับพลั่วลงทุ่งนาไปหากับข้าวมากิน ตอนนั้นไม่รู้จักความสบายว่าเป็นยังไง เลยไม่รู้สึกว่าลำบาก

ตอนเด็กๆเธอยังไม่มีความฝันอะไร คิดแค่ว่าอยู่ไปวันๆ กับพ่อแม่ เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน และยังถือว่าโชคดีที่ได้เรียนหนังสือ เธอชอบเรียนอยู่แล้ว แม่อยากให้เธอเป็นหมอเพราะเวลาแม่ไม่สบายจะได้มาดูแล แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นหมอรักษาโรค แต่แม่มาเสียตอนเธออยู่ ม.2 ด้วยโรคมะเร็งที่คอ ก่อนหน้านั้นปีนึง พี่ชายก็เป็นโรคไหลตาย ถัดจากแม่เสียมาปีนึง พ่อก็มาเสียอีกด้วยโรคไตวาย ตอนนั้นคิดอยู่ว่าเธอไม่มีใครแล้ว"

แล้วชีวิตก็เริ่มผกผัน ฉายแววนักร้อง เพราะพอพ่อเสีย เธอก็ย้ายมาอยู่โคราชกับพี่สาวที่เปิดร้านเสริมสวย เธอเรียนหนังสือไปด้วยทำงานด้วย เส้นทางที่พามาสู่การร้องเพลงก็เกิดจากวันนึงไปช่วยงานบวช เธอนั่งดูวงอิเล็กโทนที่มาเล่น ก็เลยอยากเป็นนักร้อง กลับมาบ้านก็มาฝึกร้องเพลงจนคิดว่ามั่นใจแล้วก็ไปขอเขาร้องเพลงในวงอิเล็กโทน เขาฟังเสียงว่าร้องได้ ก็หาชุดมาให้ใส่ร้องเพลงเลย งานแรกร้อง 2-3 เพลงได้ค่าแรง 300 บาท จากวันนั้นก็รับงานกับวงอิเล็กโทนมาเรื่อย ไม่ถึงเดือนก็ร้องเพลงเก่ง ได้ค่าตัวจาก 300 เพิ่มมาเป็น 500 บาท"

ถึงหน้าตาจะไม่สวยปิ๊ง แต่เด่นตรงลูกเล่นแพรวพราว เธอก็เลยร้องเพลงมาเรื่อยๆ คนหน้าเวทีก็ชอบ สไตล์ของเธอคือร้องเพลงแปลง และเล่นกับคนดู บางวันได้ทิปเป็นหมื่น จนนักร้องคนอื่นอิจฉากัน คนสวยๆ ยืนร้องไม่ได้ทิป แต่เธอหน้าตาขี้เหร่ได้เงินเยอะ เสียงก็ใช่ว่าจะดีมากมายอะไร แถมยังออกแนวห้าวๆ แต่ลีลาการร้องหลุดโลก ตอนนั้นมีรายได้มากขึ้น มีเงินเก็บจนสามารถดาวน์รถฮอนด้าแจ๊ซมาขับได้ แต่ด้วยความที่ทำบุญมากเกินไปไม่ดูตัวเอง ตอนนั้นไปดาวน์รถถวายหลวงพ่อซึ่งเป็นหลวงน้าของหนูจนเงินหมด ชีวิตกลับมาลำบากกว่าเดิมอีก เงินในบัญชีเกลี้ยงเลย งานก็ห่างหายไป

แล้วโอกาสก็กลับมาอีกครั้งเมื่อได้ทำเพลง โดยเริ่มกับอัลบั้ม "คุณอีปึก" กับท็อปไลน์ ไดม่อนด์ ที่มาทำได้ ก็เพราะเธอไปร้องเพลงงานบวชที่ จ.บุรีรัมย์ อ.สัญลักษณ์ ดอนศรี ไปเจอแล้วชอบใจเลย ชวนมาทำเพลง ทำเสร็จยังไม่รู้ว่าเอาไปขายที่ไหน เสนอไปก็ไม่มีใครเอาเพราะเป็นเพลงแปลงบวกกับหน้านักร้องไม่ค่อยดี  อ.สัญลักษณ์เลยเอาเพลงไปเปิดที่สถานีวิทยุบุรีรัมย์ ปรากฏว่ามีคนขอเพลง "คุณอีปึก" เยอะมาก ลามมาจนถึงกรุงเทพฯ จนท็อปไลน์ฯ เรียก อ.สัญลักษณ์มาคุย และบอกว่าจะขายให้"

ชื่อ "สาวมาด เมกะแดนซ์" อ.สัญลักษณ์เป็นคนตั้งให้ "สาวมาด" หมายถึง นักร้องที่มาดมั่นในการร้องเพลง ส่วน "เมกะแดนซ์" เป็นสไตล์เพลงสนุกสนาน

แม้มานับหนึ่งใหม่แต่ก็ยังไม่วายเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกจนได้ เธอเงินหมดอีกครั้งเพราะตอนนั้นแต่งงานกับแฟนแล้วย้ายไปอยู่โคราช ไปทำวงอิเล็กโทนด้วยกันชื่อ "โต เมกะแดนซ์" ลงทุนไปล้านกว่าบาท ตอนนั้นวงดังมากๆ ทำวงอยู่ดีๆ แฟนเกิดไปมีแฟนใหม่ซึ่งเป็นแดนเซอร์ในวงตัวเอง เธอรับไม่ได้ ชีวิตมันต่ำทรามมาก จึงหนีออกจากบ้าน ยกให้เขาทุกอย่างทั้งบ้าน รถ วง แล้วเธอได้มาทำอัลบั้ม 2 "ศรีทนได้" กับท็อปไลน์ฯ แต่แป้ก คราวนี้ลำบากกันไปใหญ่ เงินก็ไม่มี งานก็ไม่มี เธอคิดว่าชีวิตลำบากมาตั้งแต่เล็ก จะลำบากอีกก็ไม่เป็นไร จากนั้นมาเช่าบ้านอยู่แถวนนทบุรีกับพี่สาวคนที่อยู่กรุงเทพฯ ลำบากขนาดไม่มีข้าวกิน อดมื้อกินมื้อ ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ไม่มีจ่าย ต้องโทร.ไปขอยืมคนนั้นคนนี้ ค่างวดรถก็ติดอยู่ 3-4 งวด เลือดตาแทบกระเด็น จากที่เคยมีเงินเก็บเป็นล้านๆ กลายเป็นไม่มีสักบาท ถึงขั้นหนีไปบวชชีพราหมณ์ที่ จ.พิษณุโลก เหมือนไปหาความสงบให้ตัวเอง

สุดท้ายชีวิตก็พลิกกลับมาด้านสว่างอีกหน เมื่อ จิ๋ม สระบุรี พี่ที่รักและดูแลกันมาตั้งแต่สมัยเธอร้องเพลงอิเล็กโทน เขาชวนไปจ.สระบุรี จะพาไปสมัครร้องเพลงที่โรงเบียร์ เธอกับพี่สาวก็เลยย้ายมาด้วยกัน ตอนนั้นเธอทำชุด 3 "สาวลาดพร้าว" แล้วแต่ยังไม่ออก แต่เมื่ออัลบั้มวางแผง กระแสตอบรับเร็วมาก ไม่ถึงอาทิตย์คนขอเพลงเยอะมาก เพราะ "สาวลาดพร้าว" เป็นเพลงสนุกๆ ฟังครั้งเดียวติดหู เนื้อเพลงจะพูดถึงคนบ้านนอกที่มาอยู่กรุงเทพฯ จากจนๆ ก็อยากอัพเกรดตัวเองมาเป็นสาวลาดพร้าว อยากพูดภาษากลาง

ความโด่งดังของเธอถูกตอกย้ำอีกครั้งจากผลงานเพลงชุด ดาวมหา'ลัย ที่โด่งดังมากกว่าชุดสาวลาดพร้าว และได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากไปทั่วประเทศ

นอกจากการร้องเพลงแล้ว เธอยังมีความสามารถในด้านการแต่งเพลงอีกด้วย ที่ผ่านมาเธอเคยเขียนเพลงให้ท็อปไลน์ฯ ไปบ้างแล้ว เคยเขียนเพลงให้ "เสียงอีสาน" ชื่อเพลง "ดาวทอง, "เหงาใจให้โทรมา" ฯลฯ ส่วนน้องเบนซ์ จูเนียร์ ก็เขียนเพลง "คุณครูที่รัก" ให้ เธอเป็นคนที่ชอบทำนองเสนาะมาตั้งแต่เด็ก เห็นอะไรก็เอามาเขียนเป็นกลอนและใส่ทำนองเข้าไปเลย



โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net