วันที่ พุธ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนพิการต้นแบบ…ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า “แพ้” ..... “ร่วมแบ่งปัน สานฝันมีชีวิต”


คนพิการต้นแบบ…ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า “แพ้”

รายงานพิเศษ โดย….สุกัญญา แสงงาม

จากตัวเลขผู้พิการในประเทศไทย ที่มีประมาณ 1.9 ล้านคน ย่อมบ่งบอกให้ทราบว่ายังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ต้องประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต ถึงแม้ว่า ณ ปัจจุบันภาคสังคมจะเปิดรับผู้พิการมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้พิการอีกจำนวนไม่น้อยที่ชีวิตในแต่ละวันหมดไปกับการนั่งอยู่กับความท้อแท้ หมดหวังกับสภาพร่างกายของตัวเอง

 
ภพต์ เทภาสิต 
 
       สิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนความท้อให้กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง ก็คงต้องอาศัยแบบอย่างจาก “คนผู้พิการต้นแบบ” ที่ไม่ยอมก้มหน้าให้กับอุปสรรคแห่งชีวิต มาช่วยปลุกความหวังให้เกิดขึ้น...
      
       “ภพต์ เทภาสิต”อายุ 40 ปี ช่างเป่าแก้ว จากกลุ่มอาชีพอิสระคนพิการ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หนึ่งในคนพิการต้นแบบ ย้อนอดีตของการลุกขึ้นสู้ว่า ปี 2536 ในช่วงวัยเบญจเพส ตนเองได้ประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่งผลให้กระดูกสันหลังหัก ทำให้กล้ามเนื้อช่วงล่างไม่มีความรู้สึกใดๆ ตอนนั้นหน้าที่การงานก็กำลังไปได้ด้วยดี จากพนักงานบริษัทอุตสาหกรรมสีทาเครื่องบินจากอเมริกาที่มีรายได้ต่อเดือนเมื่อรวมกับงานพิเศษต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ก็จบลงเพราะต้องออกจากงาน
      
       “ตอนนั้นเริ่มมีทัศนคติไม่ค่อยดี รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า ไร้ความสามารถ จนเก็บตัวเงียบ ไม่พูด ไม่มองหน้าใคร ไม่สนใจสังคมคนรอบข้าง แต่หลังจากที่เห็นว่ายังมีคนพิการที่ทุกข์ยาก ลำบากกว่าเราอีกมาก ซึ่งตัวเองก็ยังพอทำอะไรได้แล้วจะมานั่งปิดตัวเองทำไม จึงได้เข้ามาอบรมฝึกอาชีพคนพิการ ตอนนั้นเรียนปั้นแป้ง นำไปขายได้ชิ้นละ 10-20 บาท สร้างรายได้ไม่น้อย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กลุ่มอาชีพอิสระคนพิการ จ.นนทบุรี อย่างเต็มตัว โดยพยายามเรียนรู้มาหลายอาชีพจนมาลงตัวที่ผลิตภัณฑ์เป่าแก้ว และตอนนี้ก็เป็นอาจารย์สอนเป่าแก้วให้แก่ผู้พิการ และคนทั่วไปในที่สุด” ภพต์ ให้ภาพ

       ภพต์ ยังบอกอีกว่า ผู้พิการทุกคนคงมีความรู้สึกเจ็บปวดเมื่อต้องมานั่งนึกถึงความหลัง แต่ในเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ ก็จงอยู่อย่างมีคุณค่า เห็นความสำคัญของชีวิตตนเองให้มากที่สุด ทุกคนมีความสามารถ มีพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน ตรงนึ้หากเราสู้ เอาใจใส่กับมันเชื่อว่าจะกลับมายืนในสังคมเหมือนคนปกติได้อีกครั้ง
      
       เช่นเดียวกับ “ต่าย - อรุณวดี ลิ้มอังกูร” อายุ 35 ปี ที่ร่วมสะท้อนภาพในอดีตด้วยว่า ได้รับอุบัติเหตุจากรถชนเมื่อปี 2539 เป็นผลให้ต้นคอหัก ทำให้ประสาทในเรื่องของระบบขับถ่ายสูญเสียไป มือไม่มีแรง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จนกลายมาเป็นคนพิการตั้งแต่นั้นมา แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ ก่อนที่จะเกิดเหตุตนเพิ่งคลอดลูกมาได้ 4 เดือน ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนั้น ได้กระชากอนาคตที่สดใสในชีวิตครอบครัวไปจนหมด ทั้งสามีที่ขอแยกทาง รวมถึงธุรกิจของครอบครัวที่ทำร่วมกันก็ต้องจบสิ้นลง
      
       “เหมือนมรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำเข้ามา ไม่รู้ว่าเป็นเคราะห์กรรมอะไรหนักหนา ถ้าหากช่วงนั้นไม่ได้พ่อแม่ และลูก คอยเป็นกำลังใจ ก็คงไม่มีแรงสู้ชีวิตมาถึงทุกวันนี้”
 
       ต่าย บอกอีกว่า แรกๆ ยอมรับว่า ใช้เวลาทำใจอยู่หลายปีถึงสภาพที่เกิดขึ้นกับตนเองที่ต้องมานอนรอความช่วยเหลือจากคนอื่น ซึ่งตนก็ไม่อยากรอความช่วยเหลือตลอดไป ทำให้ต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อให้ตัวเองมีคุณค่า จึงค้นหาตัวเองว่ามีความสามารถด้านไหน เริ่มจากฝึกการเขียนลายรดน้ำ เพนต์แก้ว เทียนแฟนซี เป่าแก้ว แต่เนื่องจากมือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกนักจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นการลงสีแก้วแทน
      
       “จากเดิมที่ธุรกิจของครอบครัวเคยทำเงินได้กว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 5 พันบาท ถึงแม้ว่ามูลค่าจะแตกต่างกันมาก แต่อยากให้ผู้ที่พิการทุกประเภทลุกขึ้นสู้ ทำงานตามความสามารถที่ตนเองมี โดยไม่ต้องแบมือขอจากคนอื่น นั่นคือ การสร้างคุณค่าให้แก่ตัวเองอย่างดีที่สุด” ต่าย ฝากกำลังใจ

       
       ...ถึงตรงนี้ เพื่อนำผู้พิการไปสู่การสร้างกำลังใจแก่ตนเอง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) จึงได้จัด “มหกรรมต้นแบบคนพิการไทย” ขึ้น เพื่อรวบรวมคนพิการทุกประเภทในหลากหลายอาชีพที่มีศักยภาพโดดเด่น ประสบความสำเร็จ เป็นที่ยอมรับของสังคม มาเพื่อให้ผู้พิการ คนทั่วไป ได้ศึกษาเป็นแบบอย่าง รวมถึงเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนา และตระหนักถึงคุณค่าในตัวผู้พิการเอง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม ฮอลล์ 9-10 อิมแพค เมืองทองธานี

ผมได้อ่านข่าวนี้ในช่วงเช้าจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ของวันนี้  และรู้สึกนับถือน้ำใจของคุณภพต์ เทภาสิต คุณต่าย - อรุณวดี ลิ้มอังกูร และครอบครัวมากที่คอยเป็นกำลังใจและต่อสู้ร่วมกันมาจนสามารถดูตนเองไม่ให้เป็นภาระของสังคม และช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังใจและโอกาสจากบุคคลรอบข้างและสังคม เป็นสิ่งสำคัญในการที่ผู้พิการจะลุกขึ้นต่อสู้เพื่อดำรงค์ชีวิตอยู่ในสังคมเยี่ยงคุณภพต์ได้แบบนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีคนพิการคนใดต้องการเป็นภาระของสังคม หรือมีสภาพเป็นเพียงคนไร้ค่าที่อยู่และกินให้ผ่านพ้นไปเพียงวัน ๆ เท่านั้น

ผมต้องการถ่ายทอดความพยายามและโอกาสที่ทุก ๆ คนหยิบยื่นให้คนพิการไม่ใช่แต่เพียงคุณภพต์เท่านั้น และผมก็ได้โอกาสนี้เมื่อคณะผู้ก่อการดีมีโครงการ ร่วมแบ่งปัน "สานฝันมีชีวิต" และผมได้รับเชิญให้เล่าเรื่องราวของผู้พิการ และเชิญชวนให้ทุก ๆ ท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้มอบกำลังใจ และโอกาสในสังคมให้แก่พวกเขาเหล่านั้น

ด้วยการขอเชิญชวนพี่น้อง Blogger OK Nation คนใจดีทุกท่าน ร่วมทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันและทำกิจกรรมร่วมกันกับน้อง ๆ ผู้พิการทางร่างกายและพิการทางสมองที่บ้านสงเคราะห์คนพิการ มูลนิธินักบุญ คามิลโล ซึ่งตั้งอยู่ที่ 81/2 ถนนหลวงแพ่ง แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครฯ ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552 เวลาตั้งแต่ 10.00 น. จนถึงเวลา 14.00 น.

โดยสถานสงเคราะห์บ้านเด็กพิการ มูลนิธิคามิลโล มีน้อง ๆ ผู้พิการทางร่างกายอยู่ประมาณ 15 - 20 คน โดยน้อง ๆ บางรายพิการแต่กำเนิด และบางรายประสบอุบัติเหตุและโรคภัยจนพิการ เช่น โปลิโอ

หากเพื่อน ๆ ท่านใด ไม่ว่าจะเป็น Blogger OK Nation หรือไม่ก็ตามสนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว หรือร่วมบริจาคเพื่อกิจกรรมดังกล่าว สามารถร่วมลงชื่อ และเสนอกิจกรรมได้ที่หน้าบล็อกหรือติดต่อที่ Blogger สายลมที่ผ่านมา และ Blogger Kate

ซึ่งทางกลุ่มจะนำรายละเอียดต่าง ๆ มาชี้แจงผ่านทางหน้า Blog โดยรายได้หลังหักค่าใช่จ่ายจะนำเข้าบริจาคแก่สถานสงเคราะห์บ้านเด็กพิการ มูลนิธินักบุญคามิลโลต่อไป ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Blog ที่ทำการคณะผู้ก่อการดี โครงการ ร่วมแบ่งปัน "สานฝันมีชีวิต"

หากเพื่อน ๆ ไม่สะดวกจะไปร่วมกิจกรรมหรือบริจาคสิ่งของเพื่อน ๆ สามารถร่วมบริจาคเงินในการทำกิจกรรมดังกล่าวได้ที่หมายเลขบัญชีของ Blogger Apooh ดังต่อไปนี้

ชื่อบัญชี อารยา บางกุลธรรม

บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 097-2-39746-6

ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยบิ๊กซี สะพานควาย

ผมมีความหวังและความเชื่อว่า เราทุกคนล้วนต้องการเป็นผู้มอบโอกาสให้แก่ผู้ที่ด้อยโอกาสเสมอ ตามแต่กำลังและโอกาสอันเหมาะสม ซึ่งบัดนี้ได้เกิดขึ้นแล้วครับ

โดย นามสมมุติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net