วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถนนสายนี้สู่บ้านเสี่ยว : หนุ่มพเนจร on Country roads และเดือนเพ็ญ


วิถีแห่งนักเดินทางนั้น มักไม่พำนักพักอยู่ที่ใดนานจนเกินไป และหลีกเลี่ยงที่จะเอาใจไปเกี่ยวข้องและพันผูกกับสิ่งใดจนยากที่จะถอนใจ และลาจาก..

ใช่ว่าจะเย็นชาไร้ซึ่งหัวใจและความรู้สึก.. แต่เมื่อชีวิตต้องไปข้างหน้าภาระและพันธะทางอารมณ์อันหนักอึ้งนั้น.. จำเป็นต้องปลดวาง

  "การเดินทางอันยาวไกล จึงไม่อาจแบกไว้ซึ่งสัมภาระแห่งชีวิตอันหนักเกิน" วิถีแห่งนักเดินทางจึงมีจริตที่แตกต่างจากวิถีอื่นๆ เช่นนี้..

และวิถีแห่งการหลุดพ้น.. ยิ่งต้องปลดวางให้บางเบาเสียยิ่งกว่า

 ผมออกเดินทางจากบ้านหนองตะเคียน อันเป็นสถานที่ซึ่งพันธะและภาระทางใจเกิดขึ้นอย่างเหนียวแน่นและหนักอึ้งเช่นดังได้กล่าวไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไร การเดินทางต้องเริ่มต้นอีกครั้ง.. ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดี.. เราได้ร่ำลากัน และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

จุดหมายปลายทางต่อไปอยู่ที่อำเภอบ้านใหม่ไชยพต ณ บ้านของเพื่อนบล็อกเกอร์ผู้มีนามว่าเสี่ยวไทบ้านครับ..

และในระหว่างการเดินทาง ก่อนที่จะถึงอำเภอบ้านใหม่นั้น ผมได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าแปลกใจในโชคชะตาและความบังเอิญอย่างยิ่งถึงสองครั้งสองครา.. เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อผมเดินทางมาถึงอำเภอประทาย เบรคหลังจักรยานของผมมันมีปัญหาเกิดอาการฝืด เบรคแล้วไม่คืน ผมจึงหาร้านซ่อมจักรยานเพื่อขอหยอดน้ำมัน แต่พอหลังจากหยอดน้ำมันแล้ว อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงได้รับการแนะนำจากคุณลุงท่านหนึ่งว่า ให้แวะเข้าไปที่ชมรมจักรยานท่องเที่ยวอำเภอประทาย.. ผมจึงได้แวะเวียนเข้าไปตามคำแนะนำ

เมื่อมาถึงด้วยความไม่แน่ใจในสถานที่ และดูเหมือนเงียบๆไม่มีผู้คนอยู่ ผมจึงถื อวิสาสะจูงจักรยานเข้าไปในชมรมอย่างชะเง้อชะแง้..

หลังจากนั้นก็มีพี่สาวท่านหนึ่งออกมาต้อนรับ และชักชวนให้นั่งพักดื่มน้ำดื่มท่า ทั้งๆที่ยังไม่ได้ไต่ถามและแน่นำตัว..

ผมเข้าไปนั่งพักภายในบ้านหลังใหญ่ และได้พูดคุยแนะนำตัวต่อกัน ผมจึงได้ทราบว่าพี่ผู้หญิงใจดีท่านนี้ชื่อพี่ภา เป็นภรรยาของพี่หมู ซึ่งพี่หมูนี่เองที่เป็นประธานชมรมจักรยานท่องเที่ยวอำเภอประทาย(สือดง) และยังได้รู้จักพี่แอ๊ดนักปั่นจักรยานรุ่นใหญ่ ผู้มากประสบการณ์ และอีกหลายท่านซึ่งเป็นสามาชิกชมรมอันมีหลากหลายสาขาอาชีพ

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หลังจากได้พูดคุยกันซักพัก พี่ภาได้ถามผมว่า "หลังจากนี้แล้วคุณจะไปที่ไหนต่อ" ผมตอบว่า "ไปหาเพื่อนที่ได้รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ทที่อำเภอบ้านใหม่ครับ" แล้วพี่ภาก็ยิ้มกับพี่หมู 

"สงสัยไปหาน้องชายพี่แน่เลย..เค้าชื่ออะไรหล่ะ" พี่ภาถาม "ชื่อมนูญครับ" ผมตอบ..

แล้วพี่ภาก็ยิ้มไม่พูดอะไร.. จนผมมารู้ในภายหลังว่าพี่ภานี่แหละคือพี่สาวแท้ๆ และพี่สาวคนเดียวของเสี่ยวไทบ้าน ผู้ซึ่งเสี่ยวเอกภาพกำลังจะไปหานั่นลาา.. ฮ่วย!!

โลกนอกจากจะกลมแล้ว.. ชะตาฟ้ายังจัดสรรอีกหนอ.. ทำเอาผมอึ้ง และตะลึงใจในชะตาจริงๆ.. และนี่คือความประหลาดใจครั้งแรก ซึ่งยังมีอีกครั้งครับ โปรดติดตามต่อไป..

พี่หมูเสื้อฟ้า พี่ภาเสื้อเหลือง และเหล่าสมาชิก"เสือดง"อำเภอประทายครับ.. ส่วนที่นั่งเต๊ะท่าอยู่ข้างหน้านั้นคือ เอกภาพ "เสือร้องไห้"ครับ แฮ่ะๆ..(แซ๊บหลาย)

  หลังจากพี่ภาทราบว่าผมจะไปหาน้องชายแล้ว.. พี่ภาจึงโทรศัพท์ไปหาท่านเสี่ยวน้องชายเพื่อบอกว่าตอนนี้.. "เสี่ยวเอกภาพอยู่กับเอื้อยเด้อหำบ่ต้องห่วงดอก" อะไรประมาณนี้..

จริงๆแล้วผมสงสัยเหมือนกันว่าทำไมพี่ภาถึงรู้ได้ว่าผมจะไปหาน้องชาย โดยที่ผมยังไม่ได้บอกชื่อ.. คล้ายกับว่าคนที่จะไปหาท่านเสี่ยวนั้นมักจะเป็นพวกแปลกๆไม่เหมือนชาวบ้านเค้า.. "ถ้ามาแนวนี้ต้องไปหานายมนูญน้องชายชั้นแน่นอน" ซึ่งนอกจากผมแล้ว ยังมีจ่าจินต์อีกคนหนึ่งที่พี่ภารู้จัก.. ต้องพิจารณาตัวเองแล้วครับจ่า..แฮ่ะๆ

เมื่อส่งข่าวบอกกล่าวกันเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเย็นผมได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มพี่ๆ"เสือดง" ทั้งหลาย พี่โต้ง พี่เริญ พี่แดง พี่หน่อง และพี่นวย ทั้งเรืองปรัญญาชีวิต อิสระภาพ และการเดินทาง โดยผ่านประสบการณ์บนหลังอานสองล้อนี้.. รวมทั้งได้ขับกล่อมบทเพลงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน.. มีหลายท่านทีเดียวที่อยากใช้ชีวิตเช่นเดียวกับผม แต่ด้วยติดเงื่อนไขภาระหน้าที่แห่งชีวิต จึงไม่อานทำได้ หวังแต่เพียงว่าซักวันหนึ่งเมื่อพร้อม.. จะได้ออกเดินทางตามหาความฝันบ้าง.. นี่แหละชีวิต

ความฝัน.. หากไร้ซึ่งไขว่คว้า และล่าตาม..

"ความฝัน" จะยังคงเป็น "ความฝัน" อยู่หรือไม่..

น่าครวญใคร่เสียยิ่งนัก

    ....................................

  ในคืนนั้นผมได้พักค้างที่บ้านของพี่หมู และพี่ภา ด้วยว่ามือค่ำจนเกินเดินทาง ด้วยความเอื้ออารี และไมตรีจิต ผมจึงขอขอบคุณพี่ทั้งสองไว้ ณ ที่นี้ครับ

ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น พี่หมูได้อาสาที่จะดูแล และซ่อมบำรุงเจ้าเสือร้องไห้ของผมตัวนี้ อย่างที่มันไม่เคยได้รับการดูและเป็นอย่างดีเช่นนี้มาก่อน นับตั้งแต่ซื้อมาเลยที่เดียว.. อาการงอแงต่างๆ หายหมด.. เป็นบุญแท้ๆเสือเอ๋ย..

อะไรมันจะโชคดีขนาดนี้.. ได้ที่พัก อาหาร จักรยานใหม่ และไมตรีจิตจากพี่สาวแท้ๆของเสี่ยวไทบ้าน.. หมานแท้ๆชีวิต

ด้วยชีวิตจัดสรร.. จึงได้ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก

หลังจากนั้นผมก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านใหม่ไชยพต อันเป็นที่พำนักของเสี่ยวไทบ้านต่อไป..

ฟ้ากว้าง.. ทางไกล

กระท่อมน้อย.. คอยเรียม

ผมมาถึงหมูบ้านแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ชัยพต ปั่นไปเรื่อยๆตามถนนราดคอนกรีต.. และโทรศัพท์ติดต่อถามทางกับท่านไทบ้านเป็นระยะ

จนเข้ามาถึงในตัวหมูบ้าน ซึ่งมีบ้านอยู่ชิดติดกันหลายหลัง ซึ่งยากแก่การตามหาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปถามชาวบ้านว่ารู้จักบ้านคนชื่อมนูญไหม..

พอดีมองไปเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งหันหลังอยู่ ไม่รู้นึกอย่างไรจึงเข้าไปถาม

"น้องๆ รู้จักบ้านคนชื่อมนูญมั้ย" ผมถาม.. น้องเหมือนจะได้ยินแล้ว แต่ก้มหน้าทำท่าอายๆ และเงียบไม่ตอบ.. พี่ผู้ชายที่นั่งอยูไม่ไกลนักได้ยินที่ผมถามจึงได้ตอบแทนว่า "ก็พ่อมันเองนั่นแหละ.. ไป พาพี่เค้าไปหาพ่อหน่อย" เด็กผู้หญิงยิ้มอายๆแล้วขี่จักรยานนำหน้าผมไป.. ส่วนผมอึ้งอยู่พักหนึ่งถึงได้สติปั่นตามน้องเค้าไป.. นี่เจอพี่สาวไม่พอ ยังมาเจอลูกสาวอีกหรือนี่!?.. ท่านไทบ้านมีญาติพี่น้องอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองหรืออย่างไร?!

คนอื่นทั่วไป ไม่ไปหาไปถาม.. ดันมาถามลูกสาวว่ารู้จักพ่อตัวเองมั้ย!?!..

นี่คือความประหลาดใจครั้งที่สองดังได้กล่าวไว้ครับ..

และแล้ว.. ผมก็มาถึงเถียงนาท่านเสี่ยวไทบ้านในที่สุด.. ม่วนซื่นโอแซวอีหลีครับ(ผมเริ่มเว่าอีสานได้แล้ว)

ความตั้งใจของผมในการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมาเรืยนรู้และสัมผัสชีวิตของเพื่อนชาวบล็อคเกอร์ด้วยกัน.. อีกทั้งจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยในมิติที่ลึกกว่าการคุยหน้าจอผ่านตัวอักษร..

เสี่ยวอินเตอร์..ออนไลน์ไฮเทค..กลางทุ่ง.. นาเถียง

ข้าวกล้าแรกปักดำเริ่มเขียวขจี..

วิถีแห่งชนบทอันทอดยาว...

ทอดแห..หาปลา..กับลูกหล้า..เสี่ยวน้อย

อีผ่อ..รอหำน้อยด้วย!!

น้องปลาหาย..แต่ได้สุวนันท์มาแทน

ไหนๆก็เปียกแล้วเอาให้คุ้ม..เผื่อมื้อต่อไป

ไม่นานนักก็ได้ปลามาเต็มกระชัง เพียงพอ และพอเพียง

ดูท่าท่านเสี่ยวอยากกินต้มไก่

หากแต่เปลี่ยนใจหันมาเด็ดผักจิ้มแจ่วแทน..

โอ้หนอ.. ชีวิตท่านเสี่ยว.. นอนเถียงนา กินปลาเผา เข้าบล็อคท่องเน็ต..หมานแท้ๆ

น้ำใช้ไม่มีขาย.. อยากได้ต้องโยกเอง..

หุงหาตามประสาเรียบง่าย

ข้าวนึ่ง.. ควันไฟ ส่งกลิ่นหอมกลุ่น

เรือนชานลมพัดเย็นสะบาย หายใจโล่ง.. ดั่งสวรรค์กลางท้องทุ่ง

ผูกเปลเอกขเนก..ลอยชาย

 นานมากแล้วที่ผมโหยหาวิถีชีวิตแบบนี้.. เพื่อหลีกเล้นจากวิถีอันตรากตรำจำเจไม่สิ้นสุด ในวิถีแห่งเมืองใหญ่ที่น้ำไหลไฟสว่างและทางดี.. แต่กลับแห้งแล้งมืดมิด และรกร้างทางเปลี่ยวเสียยิ่งกว่าบ้านนอกชานเมืองเช่นนี้เสียอีก.. 

ในระหว่างที่ผมพักอยู่ที่นี่.. ด้วยหนี้บุญหนี้ใจที่ไม่ได้ไปร่วมทำบุญไถ่โคกับจ่าจินต์ ผมจึงช่วยจ่าแต่งโรงพัก เอ้ย บ้านใหม่ ให้ไฉไลกว่าเดิม

อยู่บ้านเสี่ยวอย่านิ่งดูดาย ปั้นบล็อคแต่งลายให้บ้านเสี่ยวท่าน..

ทั้งจ่าจินต์ เสียวไทบ้าน ลูกสาวตาสูน สามวันสามบล็อค.. เอกภาพงานเข้าครับงานเข้า..

นอกจากวิถีชีวิตกลางทุ่งเถียงนาแล้ว ท่านเสี่ยวยังมีทำเนียบหรูกลางหมู่บ้านอีกหนึ่งหลัง เป็นทั้งสำนักงานและที่พักอาศัย

โต๊ะและมุมทำงาน อันสะท้อนตัวตน ความคิด วิถีชีวิตและอุดมการณ์

เช..อยู่ด้านซ้าย พุทธทาสอยู่ด้านขวา ข้างหน้าประชาธิปปัตย์..และท่านนายก

ตัวตน.. อุดมการณ์.. และสังกัด

ครังสมอง..

อีกหนึ่งวิถีอันคุ้นชิน.. ของชาวบล็อคเกอร์ทั้งหลาย

ความเรียบง่ายกันเอง คือเสน่ห์ของท่านเสี่ยวไทบ้านครับ.. แต่พอถึงเวลาเป็นงานเป็นการแล้วท่านเสี่ยวจริงจังและทุ่มเทเสมอ.. คือสองภาคแห่งตัวตนที่สมดุลกัน

ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน.. จะบอกว่าเรารู้จักคนๆหนึ่งดีก็คงไม่ใช่.. ยังมีแง่มุมซอกหลืบชีวิตอีกหลากหลายที่มิได้เปิดเผย.. และใช้เวลาเพื่อค้นลึกลงไปภายในตัวตน 

ไม่ว่าใครจะรู้จักเสี่ยวไทบ้านในแง่มุมไหน.. นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยภาคประชาชน อดีตผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกส.อบจ.บุรีรัมย์ นักศึกษากองทุนมูลนิธิฟอร์ด หรือบล็อคเกอร์คุณภาพจากโอเคเนชั่น ฯลฯ..

แต่สำหรับผมแล้ว.. ท่านเสี่ยวไทบ้านคือตัวตนสะท้อนกลับของผมครับ..

เรามีความฝันและอุดมคติบางอย่างที่ต้องไขว่คว้าไม่ต่างกัน และปรับเปลี่ยนชีวิตไปตาม "ปัจจัย และเงื่อนไข" ประโยคนี้เป็นประโยคที่เราใช้บ่อยเวลาสนทนาแลกเปลี่ยนกัน..

เมื่อเราเพ่งพินิจชีวิตของใครคนใดคนหนึ่งอย่างแยบยลและลึกซึ้ง คล้ายดังเห็นภาพสะท้อนแห่งตัวตนของเราในคนๆนั้น.. เอกภาพคือเสี่ยวไทบ้าน และเสี่ยวไทบ้าน คือเอกภาพ..

ผมเชื่อว่า หากเรามองชีวิตและโลกด้วยทัศนะเช่นนี้.. เราสามารถมองเห็นความเป็นหนึ่งเดียวกันได้ไม่ยาก..

แม้จะมีองศาชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย.. แต่ภายใต้ตะวันดวงเดียวกัน เงื้อเงาแห่งมิตรภาพจึงได้ทาบทามาบรรจบกันฉันพี่น้อง..

แม้วันนี้จำต้องจากลา..

แต่แน่นอนว่า..

เมือดวงตะวันหมุนวนมาอีกครา..

แสงแห่งมิตรภาพจะกลับมาทาบทาอีกครั้ง และตลอดไป..

                 จาก.. เอกภาพเพื่อนเสี่ยว

                              .............................

    ปิดท้ายเอ็นทรี่นี้ด้วยเปิดหมวกหน้าบล็อค 3 ผลงานเพลง ชดเชยที่ไม่ได้อัพบล็อคนานเกือบครึ่งเดือน แถมช้าอีกต่างหาก..จึงขออภัยพี่น้องผู้ติดตาม และชดใช้ไถ่โทษด้วยบทเพลงครับ..

เริ่มด้วยเพลง "หนุ่มเพนจร" ซึ่งเป็นเพลงที่ไม่ว่าไปที่ไหนมักจะถูกขอให้ร้องเสมอ และมักจะถูกมอบให้คนร้องเองด้วย.. และต่อเนื่องด้วย Take me home the country roads ถนนสายนี้คืนสู่บ้านเกิด ของจอห์น เดนเวอร์ ที่หลายคนชอบ และรู้จักดี..

ปิดท้ายด้วย ผลงานร่วมกันทำมาหากิน ระหว่างกีต้าร์กระป๋องของเอกภาพกับขลุ่ยไอ้ขวัญของเสี่ยวไทบ้าน ในบทเพลง "เดือนเพ็ญ" ซึ่งในครั้งนี้ท่านเสี่ยวทำตัวเป็นสัพเวสีอยู่ด้านหลังไม่ให้เห็นหน้า และขอออกตัวก่อนว่าหากเสียงขลุ่ยไม่เนียนก็ให้โทษมือกีต้าร์ละกัน อ้าว.. เนื่องจากไม่ได้เป่ามานานแล้ว..

ไม่พูดมาก.. ขอเชิญรับชมและรับฟังครับ

        

                  .....หนุ่มพเนจร on Country roads.....

***

                            ....เดือนเพ็ญ....

โดย เอกภาพ

 

กลับไปที่ www.oknation.net