วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกปาย ตอนอย่าลืมฉัน


                                        ป้ายร้านหนังสือเก่าที่ปาย          

        1

ปาย เปลี่ยนไปมาก และที่ฉันไม่กล้าไปปายก็เพราะกลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวจะเสียใจกับความเปลี่ยนแปลงก็เลยพยายามจะลืมปายทำเหมือนหนึ่งว่าไม่เคยมี ไม่เคยไป

พี่คนหนึ่งเคยบอกฉันว่า ไม่ว่าคนหรือสิ่งของที่เราพยายามจะลืมเรามักจะลืมไม่ได้จริง ดังนั้น การแก้ปัญหาโดยพยายามลืมนั้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก เราจึงไม่ควรจะลืมแต่ควรจะทำความเข้าใจถึงสิ่งนั้น ๆ และยอมรับความจริงอย่างเข้าใจจะดีดีกว่า

มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ฉันพยายามจะลืมและไม่ไปที่นั่นอีกเลย นอกจากปาย อำเภอเล็ก ๆ ของแม่ฮ่องสอนแล้วก็มี เชียงคาน อำเภอเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขง จังหวัดเลยอีกแห่งหนึ่ง

 เมื่อคุยกับเพื่อนเรื่องนี้ เพื่อนบอกว่า "เห็นที่จะไม่ได้ไปไหน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยพัฒนาไปทุกแห่งแล้ว และทุกแห่งก็พัฒนาเหมือน ๆ กัน คือโบกปูน ปลูกต้นไม้ระหว่างพื้นซิเมนต์เป็นหย่อม ๆ มีเสาไฟเป็นหัวเทวดา มีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของที่ระลึกและลานจอดรถ

 จริงของเพื่อน ฉันจึงพยายามไปในที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน

 แต่ในที่สุดฉันก็ต้องไปปายอีกครั้ง เพียงเพราะเช้าวันหนึ่งเพื่อนบอกว่า เธอฝันอยากไปปายมานานแล้ว แต่ไม่เคยได้ไปสักครั้ง ครั้งนี้เธอเดินทางมาเพื่อจะไปปาย แต่เพื่อน ๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันเปลี่ยนใจ พวกเขาเลือกที่จะไปไหว้พระที่เชียงรายแทนโดยที่เธอไม่รู้มาก่อนว่าเขาเปลี่ยนแผนการเดินทางจบจากการไหว้พระเธอจึงมาหาฉัน

ฟังเพื่อนพูดก็ใจอ่อนและอ่อนใจ เธอไปเที่ยวต่างประเทศมาแล้วแต่ยังไม่เคยไปปาย เธออยากไปตั้งแต่เริ่มวัยสาว หรือเรียกว่าวัยขาขึ้น มาถึงช่วงนี้เราต่างอยู่ในช่วงวัยขาลง หรือเทียบกับปายก็คือ ตั้งแต่ปายเป็นสาวจนบัดนี้เริ่มเข้าสู้วัยชรา และไม่ได้งดงามไปตามวัยแต่กลับทรุดโทรมอ่อนแอด้วยโรคร้าย แต่แม้จะอ่อนแอแก่เฒ่าก็คงเหลือเสน่ห์และความงามทิ้งไว้บ้าง

"เราจะไปกันพรุ่งนี้เลย ช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนแต่เป็นวันหยุดยาวอาจจะต้องเตรียมพบกับผู้คนจำนวนมากที่นั้น"
เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้กลับคืนสู่ชีวิตวัยเยาว์ ฉันจึงชวนเพื่อนเดินทางโดยรถประจำทาง
"เมื่อก่อนเราเดินทางไปปายด้วยรถประจำทางสีเขียวไม่มีแอร์แต่เดี๋ยวนี้มีรถตู้นั่งสบาย" ฉันเล่าให้เพื่อนฟังถึงเรื่องราวเมื่อครั้งเก่าก่อน การนั่งรถประจำทางทำให้เรามองทิวทัศน์ได้กว้างไกลมากกว่านั่งรถยนต์

ไปได้ครึ่งทางก็ต้องสำนึกว่า เราชราแล้วจริง ๆ รถแน่นเกินไป อากาศไม่ค่อยจะพอหายใจ มีอาการเมารถ คล้ายจะเป็นลม

 

ถึงปายเมื่อฟ้ามืด รถเข้าไปจอดที่ท่ารถด้วยความยากลำบากเพราะรถติด

"นี่มันไม่ใช่ปายที่ฉันเคยรู้จักแน่ๆ มีร้านสะดวกซื้อเซเว่น มีตู้เอทีเอ็มสีเหลือสดใสด้วย"

"เหมือนถนนข้าวสารเลย" เพื่อนว่าพลางหัวเราะ

 

ฉันลงจากรถเดินไปหาห้องน้ำอย่างอ่อนแรงหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าห้องน้ำเพื่อเก็บเงิน ได้ล้างหน้าล้างตาอาการดีขึ้น รอเพื่อนชายรุ่นหลานมารับ เขามาเปิดร้านขายโปสการ์ดอยู่ที่นี่ เพื่อนของฉันผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมนั่งคุยกับหญิงคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำเธอ ถามแกว่า คนมากอย่างนี้ทุกวันเหรอ แกบอกว่าอย่างนี้แหละเดี๋ยวนี้ไม่มีเสาร์อาทิตย์คนมากทุกวัน

 แกคุยอย่างมีความสุขว่า แกอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ลูก ๆ ของแกก็เกิดที่นี่ แต่พวกเขาย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว เมื่อถามว่า แกได้ค่าจ้างเท่าไหร่ แกบอกว่า แล้วแต่เขาจะให้

ฉันถามแกว่า ชอบไหมที่เห็นคนมาเยอะ ๆ อย่างนี้ แกตอบว่าชอบ

                              แม่ค้าเจ้าหนี้ยังใช้ใบตองห่อข้าวเหนียว

เราได้ที่พักราคาแปดร้อยบาท เพื่อนรุ่นหลานที่จัดการให้บอกว่า ช่วงนี้ห้องพักเต็มหมด ที่นี่ก็เต็มแล้วพี่พักได้เฉพาะคืนนี้เท่านั้นพรุ่งนี้ต้องหาที่พักใหม่ ถ้าไม่คิดถึงราคาก็ถือว่าเป็นที่พักที่ดี บ้านหลักงเล็ก ๆ มีระเบียงนั่งสบาย ๆ อยู่ติดแม่น้ำปาย

 

                                         ร้านน้ำสมุนไพรไม่ใช่เหล้าตอง

ฉันบอกเพื่อนว่าเมื่อก่อน ฉันพักริมน้ำกับเพื่อน ๆ คืนละ 50 บาทเอง

 เพื่อนบอกว่า ฉันควรจะลืม "เมื่อก่อนไป" ต่อไปนี้อย่าพูดถึงคำว่า "เมื่อก่อน" แต่อยู่กับเดี๋ยวนี้ การคิดถึงเมื่อก่อนก็คล้าย ๆ กับการคิดถึงคนรักเก่าซึ่งมันจะไม่คืนกลับมาอีก

 "ปายแบบเมื่อก่อนจะไม่กลับมาอีกแล้ว เรามาค้นหาคุณค่าใหม่กันเถอะ" เพื่อนทิ้งคำคมก่อนชวนไปถนนคนเดิน

                              ตังละครเดินทาง  ชามา รัชเพื่อนรุ่นหลาน และเนเน่เพื่อนใหม่
อ่านต่อฉบับหน้า

ลงครั้งแรก ในประชาไท ปล.ขออภัยสำหรับท่านที่เคยอ่านแล้ว

โดย แพรจารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net