วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หมากไมตรี...ณ ต้นหยี


       

"เรียงรายเป็นแนวยาว ทอดจากริมถนนเข้าสู่ประตูบ้านอย่างสวยงาม ด้งตั้งใจที่จะทำให้มันเป็นเช่นนั้น" ภาพแรกที่สะดุดเข้าสู่เบ้าตา เมื่อย่างก้าวสู่ประตูหมู่บ้านต้นหยี ริมถนนก่อนถึงบ้านหลังนี้มีกองหมากตากเรียงอยู่เป็นแถวยาวเข้าสู่หน้าบ้านของเจ้าของอย่างสวยงาม ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนวนเวียนอยู่ในความคิดจนกว่าจะรู้คำตอบ...

 เมื่อรถที่นั่งมาหยุดจอด รีบเร่งก้าวเท้าลงจากรถเข้าสู่บ้านที่มีหมากเพื่อทำความรู้จักกับเจ้าของอย่างรวดเร็ว "อัสซาลามูอาลัยกุม"(คำทักทายของชาวมุสลิม ซึ่งหมายถึง ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) เสียงแรกที่กล่าวเมื่อย่างเท้าเข้าสู่ประตูบ้านด้วยความเป็นมิตร

ชายวัยกลางคนย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ผิวคล้ำ ใบหน้ามีหนวดเครา อายุประมาณ 50 กว่าปี ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สายตาที่มองด้วยความรู้สึกแปลกตาเล็กน้อยตามบทบาท ของเจ้าของบ้านด้วยความเป็นมิตร เจ้าของบ้านมีนาม ตามเสียงเรียกของชาวบ้านว่า “อาเยาะเฮง” (ชื่อภาษามลายูท้องถิ่นของชาวมุสลิมในแถบจังหวัดชายแดนใต้) ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับหมากให้หายข้อสงสัยอย่างละเอียดว่า

“ หมากที่ได้เห็นนั้นก็ได้มาจากชาวบ้านทั้งในหมู่บ้านต้นหยี และหมู่บ้านรอบเคียง ซึ่งเขาจะเป็นคนรับซื้อ หมากที่ได้รับนั้นมีหลากหลายแบบ ต่างราคา คือ หมากแห้งที่ตากเป็นเวลา 1 สัปดาห์เป็นหมากที่ดี จะมีราคากิโลกรัมละ 15 บาท

 

ส่วนหมากเปียก ถ้าขายทันที่หลังจากแกะเปลือกจะได้ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ถ้าตากแห้ง 2-3 วัน แต่ยังเปียกเล็กน้อยจะได้ราคากิโลกรัมละ 12 บาท”แล้วจะมีคนมาซื้อต่อด้วยราคากิโลกรัมละ 18 บาท แต่ละครั้งอาเยาะเฮงจะขายได้ประมาณ 700กว่ากิโลกรัม” 

อาเยาะเฮงหยุดชะงักสักครู่เมื่อมีมอเตอร์ไซคันหนึ่งพร้อมด้วยชายวัยสูงอายุ มากับถุงกระสอบที่บรรจุหมากเพื่อนำมาขายให้กับอาเยาะเฮง “สวัสดีครับลุง”  เสียงทักทายแด่ชายวัยสูงอายุผู้นั้น ซึ่งเป็นคนไทยนับถีอศาสนาพุทธ ที่นำหมากมาขายให้อาเยาะเป็นประจำ และลุงได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับหมากให้ฟังว่า

“ลุงนั้นขายหมากให้กับอาเยาะเฮงมานานแล้ว หมากที่มาขายก็เป็นของตนที่ปลูกไว้ตามสวน ปลูกเป็นเขตแดนระหว่างที่ดิน และที่สำคัญลุงรู้สึกดี (ยิ้ม) ที่ได้ทำและลุงก็ไม่เคยรังเกียจที่จะมาขายให้กับคนมุสลิม ถึงยังไงเราก็เป็นคนไทยด้วยกัน”นี่ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ประทับใจมากในหมู่บ้านต้นหนีแห่งนี้ จึงทำให้เกิดความคิดที่อยากให้ทุกคนมีความคิดแบบนี้บ้าง

 “บรึ้มๆ..ๆ” เสียงรถที่นั่งมาสตาร์ทเตรียมพร้อมที่จะกลับสู่ยังที่จากมาจึงรีบกล่าวขอบคุณอาเยาะเฮง  พ่อค้าหมากประจำหมู่บ้านต้นหยี และ ลุงสูงอายุผู้นั้น และก้าวขึ้นรถที่นั่งมา และไม่ลืมที่จะเก็บภาพที่ประทับใจไว้เป็นความทรงจำ ที่ลึกซึ้งให้กับตนเองต่อไป

                                                 18 กรกฎาคม 2552 ( 15.34 น.)

 

 

 

 

 

 

โดย หมวกขาวแถบดำ34

 

กลับไปที่ www.oknation.net