วันที่ จันทร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลัดเลาะภูเขาเข้าสู่เวียดนาม


เวียดนาม..ที่รู้สึกได้ / บายไลน์ - นิติราษฎร์ บุญโย /เนชั่นสุดสัปดาห์(ฉ.754)

ประเด็น

ลัดเลาะภูเขาเข้าสู่เวียดนาม

เนื้อเรื่อง

    ยามเช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.นครพนม ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ช่างงดงามไม่น้อย ภาพดวงอาทิตย์ทอประกายผ่านม่านหมอกในอ้อมกอดเวิ้งนภาอยู่ปลายขอบฟ้า
เสมือนเป็นการต้อนรับเช้าวันใหม่อันสวยใส ทำให้สดชื่นใจไม่คลาย สมกับช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเหมาะสมตามช่วงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
    7 โมงเช้า บริเวณจุดนัดพบทริปทัวร์เล็กๆ จำนวน 8 คน โดยทุกคนต่างทยอยกันมาตามลำดับ ซึ่งเวลาก็ไม่ได้คลาดเคลื่อนไปมากนัก ขณะช่วงเวลารีรอกันอยู่นั้น จึงได้เดิน
สำรวจรอบๆ บริเวณด่านดังกล่าว มีการจัดสวนและประดับประดาไม้ดอกไม้ประดับเหมาะแก่การออกกำลังกาย หรือออกมาเดินสูดอากาศยามเช้ายิ่งนัก
    พูดก็พูดเถอะ โดยส่วนตัวเป็นคนต่างจังหวัด แต่ต้องทำหน้าที่การงานอยู่เมืองกรุงร่วมแรมปีมาแล้ว ไม่ได้เคยปลีกเวลาออกมาสัมผัสความคุ้นเคยเดิมๆ บรรยากาศแบบนี้
เมื่อได้มาสัมผัสอีกครั้ง จึงนับว่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายๆ ได้เติมพลังกายและใจไม่น้อยทีเดียว
    อยากกล่าวถึงที่มาอันเป็นจุดมุ่งหมายของการร่วมตัวตอนปลายเดือนตุลาคมในครั้งนี้ คือการเดินทางไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยการเชื้อเชิญจาก ศูนย์
เวียดนามศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาวิถีชีวิตชาวเวียดนามเชิงวัฒนธรรม ในหลายๆ เมืองที่ได้ส่งบุตรหลานมาร่ำเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดริมฝั่งโขงและภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศเรา ซึ่งได้มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนจำนวนมากพอสมควรในปัจจุบัน
    การเดินทางจะใช้รถตู้ขนาด 10 ที่นั่ง เป็นพาหนะ เริ่มจากท่าแขก ข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์ตรงไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
    เมื่อเหยียบย่างเข้าสู่แผ่นดินลาวเพื่อนบ้านตอนเวลา 8 โมงกว่าแล้ว เราจึงพักรับประทานอาหารเช้าแบบเรียบง่ายและรวดเร็วที่ร้านเล็กๆ ห่างจากด่านแขวงคำม่วนไม่ไกลนัก
เมนูแนะนำคือ 'เฝอ' ชามใหญ่ ซึ่งคล้ายก๋วยเตี๋ยวบ้านเรานั่นเอง เพียงแต่ว่าส่วนประกอบอาหาร อาจแตกต่างกันบ้าง จึงลองชิมดู ก็ถูกปากอร่อยดี หลังจากนั้นพวกเราจึงออกเดิน
ทางทันที
    เส้นทางหมายเลข 8 ถือเป็นเส้นทางสายสำคัญของการเดินทาง ซึ่งรายทางที่พาหนะของเราเคลื่อนผ่าน ปรากฏภาพสะท้อนความเป็นไปของลาวได้เป็นอย่างดี เห็นความ
อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงสัตว์ป่าบางชนิดที่หาดูชมข้างทางเมืองไทยเราไม่ได้แล้ว
    ขณะเดียวกัน ความคิดผมก็ลิงโลด คิดเล่นไปแบบเพลินๆ ขณะทั้งเนื้อทั้งตัวได้ข้ามเข้าลาว ประเทศเพื่อนบ้านไปเสียแล้วอย่างหมดเนื้อหมดตัว ท่ามกลางผู้ร่วมเดินทางอีก
7 คน ซึ่งก็ล้วนเป็นรุ่นใหญ่วัยอาวุโสกันทั้งนั้น
    ความคิดเพลินๆ ได้กระเจิงข้ามถิ่นเกิดเมืองนอนมาไกลหลายกิโลเมตรแล้ว แต่ก็อีกหลายร้อยกิโลเมตรเช่นเดียวกันที่จุดหมาย.. 'เวียดนาม'
    คนรอบข้างพยายามให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวียดนาม ทั้งเชิงพื้นฐานและลึกซึ้งในบางเรื่องราวที่คิดออก ตามจังหวะเรื่องราวอย่างออกรส 
    เราเดินทางไกลลึกเข้าไปในดินแดนลานช้าง ที่มีภาพและเรื่องราวไม่เคยได้ยินได้ฟัง กำลังผ่านโสตประสาทเหมือนหนังสารคดีจอใหญ่เสมือนจริง และน่าติดตาม
    ขอกล่าวถึงถนนหนทางของลาวที่รถเรากำลังแล่นอยู่สักหน่อย นับว่าเป็นถนนที่ดีระดับหนึ่ง หากเปรียบเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไกด์กิตติมศักดิ์ผู้ชำนาญทางเล่าเป็น
เกร็ดความรู้ว่า ถนนเส้นนี้จัดสร้างโดยสหประชาชาติ เพื่อเชื่อมต่อกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งดำเนินการสร้างโดยประเทศจีน และตรวจรับโดยประเทศอินเดีย ส่วนไทยเราคงไม่ได้ไป
เกี่ยวข้องอะไรมากนัก
    ที่กล่าวถึงก็เพราะอยากย้ำว่าถนนเขาดีพอสมควร ถ้าคิดในแง่ดี มันก็สามารถนวดเราให้น่วมทั้งเนื้อทั้งตัวได้ จากการที่ถนนลาดยางไม่เรียบ ซึ่งได้ผลจนแทบเวียนหัวเลยที
เดียว
    ตะวันตรงหัวบอกเวลาอาหารอีกมื้อ เราหยุดรับประทานอาหารที่ร้านขึ้นชื่อของเมืองหลักซาว แขวงบอลิคำไซ อาหารส่วนใหญ่เป็นปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รสชาติดี เรา
รีบเร่งรับประทานอาหาร เพราะอีกไม่ช้าจะมีทัวร์รถบัสคันใหญ่มาที่แวะร้านดังกล่าว อาจทำให้ทางร้านบริการบกพร่อง ทำให้การเดินทางเพื่อสู่อีกฝั่งหนึ่งของลาวจะล่าช้าออกไป
และเผลอๆ ทำให้ไม่สามารถไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของเวียดนามตามเวลาที่กำหนดได้
    รถตู้ยี่ห้อดังของอเมริกา กำลังไต่เขาไปเรื่อยๆ ได้เห็นทิวทัศน์ริมทางอย่างฉ่ำใจ มีชนกลุ่มน้อยตั้งหมู่บ้านข้างทางไม่ว่าจะเป็นชาวมุ้ง หรือ ภูไท เป็นต้น
    เส้นทางลัดเลาะหุบเขาที่เราผ่าน ว่ากันว่า เป็นเส้นทางที่ตัดโดยฝรั่งเศส เมื่อครั้งลาวยังเป็นอาณานิคม ผู้อาวุโสบางท่านในกลุ่มได้เปรียบเทียบถนนเส้นที่เคยเดินทางไป
เวียดนามนั้น ถนนเส้นนี้ถือว่าตัดถนนได้ดีกว่าเส้นทางอื่น แม้ว่าจะหวาดเสียวบ้างตอนช่วงเข้าโค้งหุบเขาก็ตามที
    หากจะนึกเปรียบเทียบความสูงชันของสายทางขึ้นเหนือของไทยเรา กับเส้นทางทางไปเวียดนามเส้นนี้ ต้องขอบอกว่าของเราสู้ไม่ได้เลย
    อากาศเริ่มเย็นลงตามลำดับ เมฆหมอกรอทักทายอยู่เบื้องหน้า ท้าทายรถของเราเข้าไปทะลุทะลวงเพื่อขึ้นไปสู่จุดมุ่งหมาย
    เมื่อถึงปลายยอดเขาเจ้าหมอกขาวปกคลุมไว้หมดสิ้น มิได้ยินสักกี่มากน้อยแห่งแสงแดดอันสว่างไสว ท่ามกลางขบวนรถขนส่งขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่เลยทีเดียว พร้อมๆ
กับชาวลาวและชาวเวียดนามเดินสวนผ่านระหว่างกัน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองน้ำพาว สปป.ลาว และก้าวข้ามสะพานแม่ต่องสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเก๋าแตว จ.เหง่อาน ประเทศ
เวียดนาม
    เรามาถึงแล้ว! ชายแดนประเทศเวียดนามในสายหมอก ช่างน่าตราตรึงใจ สามารถปลดเปลื้องความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี...
    พลันความในใจบรรเจิดไปว่า..นี่เรากำลังเข้าสู่ดินแดนประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ของโฮจิมินห์และชาวเวียดแล้วเหรอ...
    สวัสดี..เวียดนาม!

โดย ืnity

 

กลับไปที่ www.oknation.net