วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานโบราณ......ปากเป็นเอก


เช้าวันเสาร์

วันพักผ่อนวันเดียวของฉัน

หลังจากซักผ้าแล้วเดินไปหลังบ้าน

เห็นดอกอัญชัญออกดอกเต็มต้น

ก็เลยเอามาขยี้ให้น้ำดอกสีม่วง ๆ ออกมา

แล้วเอาโปะไว้บนหัวทาให้ทั่ว

เพราะมีคนบอกว่าทำอย่างนี้แล้วผมจะหงอกช้า

และที่สำคัญจะทำให้ผมดกด้วย

คุณรู้ไหมว่า......

การมีผมดกดำเป็นเงางามเหมือนในโฆษณา.....เนี่ย

เป็นความฝันอันสูงสุด

ของคนกระหม่อมบางอย่างฉันจริง จริง

พอใส่ดอกอัญชัญเสร็จ

ก็ตามด้วยน้ำมันมะพร้าวที่เขา(อีกแล้ว)

ว่ามีสรรพคุณเดียวกัน

น้ำมันมะพร้าวที่เคี่ยวขึ้นด้วยความรักเลยนะคะคุณ

เพราะเป็นน้ำมันมะพร้าวที่พ่อตั้งใจ

ขูดมะพร้าวแล้วก็เคี่ยวเอาน้ำมันมะพร้าว

จากบ้านเกิดของท่านแถว ๆ ปลาย ด้ามขวาน

ใส่ขวดพกมาให้ลูกสาวที่เมืองเหนือ....

เอาไว้หมักผม

“ผมน้องจะได้ ดก ดก” .....

ฉันไม่อยากทำลายความปรารถนาดีของท่าน

เมื่อใดที่นึกขึ้นได้ ก็เลยเอาหมักผมไว้ซักหนึ่งชั่วโมง

แล้วค่อยสระล้างออกด้วยแชมพู

 ตกเย็นเราพากันไปขายของที่ถนนคนเดิน

หารายได้พิเศษ.....

เพราะเราใช้เงินมากกว่าเงินเดือนที่หลวงให้มา

...ลูกสาว......น้อย........ตัวโต....

นั่งเบาะหลังยื่นจมูกมาดมแม่

แม่.....ทำไมผมแม่เหม็นน้ำมันมะพร้าว....อยู่ล่ะคะ

แล้วแม่ใส่น้ำมันทำไมเหรอ

“ตาบอกแม่ว่า ใส่แล้ว ผมจะดก

แม่ไม่อยากเห็นคนหัวล้านให้ใครว่าเอา”

ลูกสาวหัวเราะคิก คิก…..เพราะเขาชอบล้อแม่ว่า “คนหัวล้าน”

จ้า.......ไม่ว่าแล้ว....... “แม่......ผมดก.......ของลูก”

ฉันก็เลยนึกถึงนิทานที่เคยได้ฟังตอนเป็นเด็ก ๆ

จำชื่อได้เลา เลา ว่า ปากเป็นเอก

 เรื่องมีอยู่ว่า    

     เมื่อครั้งโบราณกาล.......นานมาแล้วมีชายแก่คนหนึ่งเป็นคนหัวล้านแล้วคนหัวล้านก็ต้องขี้ใจน้อยถึงจะเข้าตำรา แกก็เลยเป็นตาเฒ่า หัวล้าน ขี้ใจน้อยครบสูตรแล้วเฒ่าหัวล้านนี้ก็มีลูกสาวคนหนึ่ง......เป็นที่เลื่องลือกันว่า“สวยงามมาก”

     และเฒ่าหัวล้านนี้ก็ยังเป็นช่างฝีมือดีของเมืองนี้แกต่อเกวียนไว้เล่มหนึ่งสวยงามมาก  นอกจากนี้ยังมีวัวคู่หนึ่งลักษณะดีต้องตามตำรา  เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว พอ พอ กับความสวยของลูกสาว มีผู้พยายามไปขอซื้อเกวียนและวัวจากแกจะให้ราคาสูงเท่าใดก็ไม่ยอมขาย 

     วันหนึ่ง......มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีความเฉลียวฉลาดในการเจรจาได้เข้าไปขอซื้อวัวด้วยวาจาที่หอมหูสำหรับพ่อเฒ่ายิ่งนัก  “พ่อผมดกปกไหล่  หน้าไฉไลทาทอง  วัวของพ่อทั้งสองจะขายเท่าไร?”  ผู้เฒ่าฟังชายหนุ่มพูดจาถูกใจ ก็เลยกล่าวตอบว่า  “ลูกเอ๋ยลูกกู  เจ้ามันพูดถูกหูเกวียนกับวัวทั้งคู่พ่อยกให้”  แล้วก็มอบเกวียนและวัวทั้งคู่ให้ชายหนุ่มไปชายหนุ่มได้วัวแล้วก็จูงวัวกลับบ้าน  ในขณะที่เดินทางกลับก็เจอลูกสาวของพ่อเฒ่าที่ตลาด

     ฝ่ายลูกสาวก็เลยแสร้งถามชายหนุ่มว่าเอาเกวียนและวัวมาจากไหน   ชายหนุ่มไม่รู้จะบอกอธิบายลักษณะผู้ให้มาว่าอย่างไร  ก็เลยบอกว่าว่าพ่อเฒ่าคนที่หัวล้านให้มา   ลูกสาวไม่พอใจก็รีบวิ่งไปบอกพ่อ ฝ่ายพ่อเฒ่าก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง   วิ่งตามพร้อมถือไม้(ไม้ปฏัก) หวังที่จะไปเอาวัวคืนและตีหัวเจ้าหนุ่มด้วยเพราะไม่พอใจที่ว่าแกเป็นเฒ่าหัวล้านพอชายหนุ่มเห็นพ่อเฒ่าวิ่งมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ก็เลยเตรียมคำพูดไว้รอ  “พ่อผมดกปกหลัง   พ่อละล้าละลังจะรีบไปไหน?”  พ่อเฒ่าฟังแล้วหายโกรธทันที   เลยก็พูดว่า “ลูกเอ๋ยลูกรัก   พ่อเห็นเจ้าไม่มีไม้ปฏักก็เลยเอามาให้”

     หลังจากที่เอาไม้ปฏักไปให้แล้วก็กลับบ้านด้วยใบหน้าที่แจ่มใสพอถึงบ้านลูกสาวไม่เชื่อจึงให้พ่อพาไปพบชายหนุ่ม เพื่อไต่ถามความจริงพอไปถึงชายหนุ่มก็กล่าวว่า  “พ่อผมดกปกเกล้า   พ่อจูงมือลูกสาวจะรีบไปไหน ?” พ่อเฒ่าพอใจในคำพูดของชายหนุ่ม ก็เลยพูดตอบไปว่า “ลูกเอ๋ยลูกแก้ว   พ่อนี้มันแก่แล้วเลยเอาลูกสาวมาให้”  ชายหนุ่มจึงได้สมบัติของพ่อเฒ่าที่มีอยู่เกือบทั้งหมดเพราะปากเป็นเอกแท้ แท้

     ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ให้คนเชื่อ

ลาดเหลือวาจาปรีชาฉาน

จะกล่าวถ้อยร้อยคำไม่รำคาญ

ป็นรากฐานเทิดตนพ้นลำเค็ญ

     เลขเป็นโทโบราณท่านสั่งสอน

เร่งสังวรเรียนไว้ใช่ว่าเล่น

การคำนวณควรชำนาญคูณหารเป็น

ช่วยให้เด่นดีนักหนารู้ท่าคน

     หนังสือเป็นตรีวิชาปัญญาเลิศ                 

เรียนไปเถิดรู้ไว้ไม่ไร้ผล

ยามยากแสนแค้นคับไม่อับจน               

ได้เลี้ยงตนด้วยวิชาหาทรัพย์ทวี

     ชั่วดีเป็นตราประทับไว้กับโลก                

ยามวิโยคชีพยับลับร่างหนี

ที่ศูนย์แท้ก็แต่ตัวส่วนชั่วดี                     

คงเป็นที่ลือทั่วชั่วฟ้าดิน 

บทประพันธ์อธิบายสุภาษิต

ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

โดย จิตราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net