วันที่ พุธ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากภู กระดาษถึง อรอาย อุษาสาง (จดหมายวรรณกรรมฉบับที่ ๕ )


ไม่รู้ว่าสายลมร้อนพัดลิ่วมาจากทิศทางใดกันแน่—พอจะรู้บ้างไหม อรอาย?, บอกเฮาให้กระจ่างหน่อยซิ..

คะนึงตามภาพปรากฏเปลวแดดและไล้ลูบผะผ่านสายลมอยู่ใต้ร่มกกกระบกใหญ่ยามบ่ายคล้อยตระเว็นลุกกล้า กิจวัตรจากบางอย่างที่เฮาพึงปรารถนานั่นแหละที่ชักนำให้หลายวันล่วงมาต้องทำอย่างนี้: นั่งสัมผัสรับรู้เพื่อจะค้นหา/ระบุว่าสายลมร้อนลิ่วลอยมาเป็นริ้วนั่นมาจากทิศทางใดกันแน่?, สายลมฝนมาจากทางตระเว็นตกเฉียงใต้, สายลมหนาวมาจากทางทิศตระเว็นออกเฉียงเหนือ, และสายลมร้อนที่เฮาได้สัมผัสรับรู้นั้นลางทีก็มาลิ่วแต่ทางตระเว็นตก, ลางครั้งก็กรูกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาจากทิศตระเว็นออก, ลางจังหวะก็ไม่สามารถระบุทิศทางได้ในการโถมเข้าใส่อย่างบ่ฟังฟ้าฟังฝนจากทุกทิศทุกทาง, และหลายๆ ครั้งก็เหมือนว่าพลุ่งขึ้นมาจากที่ที่เฮานั่งทับอยู่และทั้งระอุและแผ่ออกมาจากตัวตนของเฮาเองกะพอปานนั้น—อย่างที่ว่าเพราะความปรารถนาบางอย่างนั่นแหละที่ทำให้เฮาทำอะไรอย่างนี้ หนึ่งอย่างอาจจะเป็นเพราะร้อนจนเส่าแห่กแห่กน้ำลายไหลหาที่หลบเร้นที่กำบังบ่มีบ่ได้ปานว่างัวควายยืนกลางแดดเปรี้ยงนั่นแหละจึงทำให้เฮาฟุ้งซ่านปานฉะนี้ จะคิดหาที่กำบังที่หลบเร้นพอได้พ้นอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและพออยู่ได้เฉกเช่นการป้องกันในยามปะกับสายลมฝนและสายลมหนาวนั่นแหละที่คุกรุ่นอยู่ในอั่งอกของเฮา-หากได้อยู่ในห้องแอร์เย็นๆ มันกะคงจะดีกว่านี้อยู่ดอก มันสามารถควบคุมได้เสียทั้งหมดตามที่ต้องการ!!-หรือโตว่าอย่างไร/คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องสายลมร้อนนี้-อรอาย?

(ข้างนอกห้องหับนั่นเท่าที่เคยเป็นมาและดำรงอยู่ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงดอก: โลกยังแบนและดวงตระเว็นยังหมุนรอบโลกเช่นเดิม, หนังสือทั้งเก่าใหม่หลายสิบหลายร้อยเล่มตั้งพะเนินเทินท่วมคอท่วมหัวอยู่บนโต๊ะ อ่านอย่างกระหายบ้าง/อย่างเอือเลือจุกคอหอยบ้าง รู้เรื่อง/ไม่รู้เรื่องบ้างก็แล้วแต่บุญกรรมนำแต่งแต่ชาติปางก่อนนั่นแหละ อดๆ งมๆ กันเอาต่อไป-เซียร์วา มาเรียยังถูกกุมขังอยู่ในคุกที่เคยคุมขังพวกนอกรีตและเธอกรีดร้องเป็นเสียงนกแห่งไฟนรกในทุกครั้งเมื่อตกอยู่กับห้วงพิธีขับไล่ปีศาจโดยท่านบิชอป, กองทัพของพญาขี้คันคากยังคงรบพุ่งไม่รู้วันแพ้/ชนะอยู่กับกองทัพอินทร์แถน นั่นเองฝนฟ้าจึงไม่ได้ตกต้องสู่ผืนดินเพื่อก่อกำเนิดและเลี้ยงดูหนุนเนืองชีวิต เกรี้ยวกราดถั่งเทชะทะยานลงมาพร้อมกับลูกเห็บเม็ดเท่าแขนเท่าขาและลมหัวกุดพัดหมุนขนาดอุ้มบ้านเฮือนทั้งหลังให้ปลิวคว้าง ฯลฯ-นั่นวันแต่ละวันที่ผ่าน ดำรงอยู่ข้างนอกห้องต่อหน้าของเฮาแหละอรอายเอย
โตเป็นอย่างไรบ้าง-คงอยู่ดีมีแฮงตามปรารถนาอันเล็กน้อยแต่พลุ่งสยายสินะ พืชผักสวนครัวที่ลงมือลงแรงเป็นอย่างไรบ้าง พอได้พูดได้คุยบ้างไหมกับผลผลิตที่เก็บเกี่ยว แล้วอ่านเขียนเรียนรู้ยังคุกรุ่นบ่สร่างซาอยู่ในตัวโตเช่นเดิมใช่ไหม?

อันว่าเฮานั่นก็เรื่อยเปื่อยไปตามที่ได้บอกแต่ต้น ทั้งข้าวหน้าปรังอีกไม่กี่วันคงได้ลงเกี่ยวแล้วหละ แต่ก่อนจะลงเกี่ยวข้าวคงต้องปลูกมันสำปะหลังให้เสร็จสาก่อนนั่นแหละ ตระเตรียมดินไว้แล้วเรียบร้อย หาอยู่หากินกันไปตามมีตามเกิดนั่นเองอรอายเอย เอื้อให้-โอกาสเปิดแล้วเท่านี้ก็ต้องดำรงอยู่กันต่อไป มันคือลมหายใจที่ต้องค่อยๆ เก็บเกี่ยวและเรียนรู้กันไปนั่นหละ, โตว่าไหม? (ร้อนระยับระยำเดือนมีนาคมต่อเดือนเมษายนนั้นได้ทอดสายทางให้น้าชายน้องแม่มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวข้าวนาปรังและปลูกมันสำปะหลังจึงขาดแรงงานคนสำคัญไปในคราวนี้?!)

สายลมร้อนพัดมาจากทิศทางใดกันแน่ละอรอาย, โตช่วยบอกเฮาหน่อยได้ไหมหมู่แพงเอย?

อยู่ดีมีแฮง, สุขีเสมอหมั้นเสมอมันเครือเก่า
ฮักแพง
ภู  กระดาษ
ต้นเมษา’ 52

ปล.ในยามที่มีอะไรมากระทบจนวูบหวั่นเฮาแทบจะบ่เคยเล่าออกมาด้วยคำที่คล้องจองกันอย่างที่จะได้อ่านต่อข้างล่างถัดไปนี้เลย ให้โตอดสาเอาเด้อใจยามที่อ่านหากว่ามันจะกึกๆ กักๆ บ่เข้ารูปเข้ารอย เฮาได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วทั้งรูปแบบและเนื้อหา

.

.
   
                       
...และใช่ไหม?

 

 
กูเป็นนักมวยประชาธิปไตย                  กูเติบใหญ่ เช่นต้นไม้ใบหญ้า
เป็นตัวตน เป็นคน กอปรขึ้นมา             เทียมหน้าเสมอบ่ากับทุกชน
 
กูเป็นชาวไร่ชาวนาประชาธิปไตย           กูเชื้อไขปลูกข้าวเลี้ยงผู้คน
ทุกยุคทุกข์ยาก, บ่จำนน                      บ่ยอมทนต่อไปอยู่ใต้ตีน
 
กูเป็นแม่ค้าประชาธิปไตย                    น้ำใจกูมี บ่โหดหีน
ทลายกำแพงผู้ดี แล้วป่ายปีน                ล้างถูสิ้น ชนชั้นตีนเหยียบหัว
 
กูเป็นกรรมกรประชาธิปไตย                  กูเป็นไททั้งใจและทั้งตัว
พอกันที โฆษณาแพร่เมามัว                 ลุกตื่นทั่วพร้อมกันทั้งแผ่นดิน
 
กูเป็นแท็กซี่ประชาธิปไตย                    ฟ้าใหม่ขยายแผ่ บ่รู้สิ้น
สิทธิเสรีหน้าที่คือนกบิน                      ทุกถิ่นที่ นี้พี่น้องกัน
  
คือกู-รากหญ้าประชาธิปไตย                 ฝักใฝ่เสมอภาค หนีชนชั้น
เสมอหน้าบ่าเทียม คนคือกัน                สวรรค์-นรกนั้น กูเลือกเอง
 
             ฯลฯ

...และใช่ไหมไทสยามทั้งมวล?             ต่างล้วนหายุติธรรมอันตรงเผง
หนึ่งสิทธิเสรี บ่อยู่ด้วยหวาดกลัวเกรง      บานเบ่งอิสราภราดร เต็มผืนดิน
 
(...และใช่ไหมไทสยามทั้งมวล?            ต่างล้วนหาสิทธิเสรีบานเบ่ง
ยุติธรรมนำปัดกวาดหวาดกลัวเกรง         จะเปล่งร้อง เพลงใด,นั่นปรารถนาเรา!!)
 


โดย อัปสรสวรรค์

 

กลับไปที่ www.oknation.net