วันที่ เสาร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อริยาบถ / อิริยาบถ


๑.

กลับเข้าบ้าน  อาบน้ำแล้วมานั่งตรวจกล่องจดหมาย (ที่พูดติดปากว่าเช็คอีเมล์)  พลันได้ยินเสียงสะดุดหูจากโทรทัศน์(ที่พูดติดปากว่าทีวี) เป็นเสียงผู้บรรยายหญิงบรรยายภาพยนตร์สารคดีสดุดีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ชื่อเรื่อง เจ้าฟ้านักบิน

เสียงที่สะดุดหูนั้นเป็นคำอ่านบทว่า  พระ-อะ-ริ-ยา-บด

เนื่องจากระหว่างออกอากาศ(บางทีพูดติดปากว่าออนแอร์)ภาพยนตร์ชิ้นนี้  ไม่มีเครื่องหมายช่องโทรทัศน์บนหน้าจอ  จขบ.มัวแต่จดรายละเอียดจนลืมกลับมาไล่ดูว่าช่องไหน แต่จดเวลาไว้ว่า ๒๒.๑๖ น. ศุกร์ ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๒  เผื่อมีผู้ต้องการตรวจสอบย้อนกลับ

ได้เคยขึ้นกระทู้เป็นหมายเหตุถึงการออกเสียงคำนี้มาแล้วในเว็บบล๊อกนี้ ๓ ครั้ง คือ

http://www.oknation.net/blog/driftway/2007/05/24/entry-1

http://www.oknation.net/blog/driftway/2008/04/10/entry-2

http://www.oknation.net/blog/driftway/2007/06/08/entry-1

๒.

ระหว่างที่เขียนต้นฉบับกระทู้นี้  โทรทัศน์ตรงหน้าเป็นช่วงข่าวสั้นทางช่อง ๗ เวลา ๐๐.๒๙ น. ล่วงเข้าวันที่ ๒๕ ก.ค. ๒๕๕๒ แล้ว  รายงานข่าวว่า ผอ.สถาบันวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัย ...(จดจำไม่ทัน)  เนื่องจากผู้อ่านข่าวอ่านเร็ว  ประกอบกับชื่อหัวข้อวิจัย  และชื่อหัวข้อแจกแจงแต่ละหัวข้อค่อนข้างยาว  จขบ.จดไม่ทัน จำไม่ไหว  รวมทั้งตัวเลขค่าเฉลี่ยเป็นร้อยละ (ที่พูดติดปากว่าเปอร์เซ็นต์ – per cent ก็แปลว่า ต่อร้อย นั่นเอง) ด้วย

จำได้แต่ว่าเป็นการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป

ผลสรุปของการวิจัยเท่าที่เก็บความได้คือ

คนไทยมีปัญหาการใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้องกันมากขึ้น จนอาจเป็นปัญหาในการสื่อสารว่าไม่สามารถทำความเข้าใจได้ตรงกัน และ ฯลฯ

๓.

เมื่อคืนวานซืน (๒๓ ก.ค.๕๒ ช่วงเวลาข่าวค่ำ)มีข่าวการมอบรางวัลผู้ออกเสียงภาษาไทยชัดเจนให้กับนักร้องวัยรุ่นท่านหนึ่ง

วิเคราะห์

- เป็นการใช้แนวทางเชิงบวก คือแนวส่งเสริมมากกว่าแนวตำหนิ/ทำโทษ/บังคับ

- หรือว่า เพราะใช้แนวตำหนิ/ทำโทษ/บังคับ ไม่อาจทานกระแสไหลบ่าทางวัฒนธรรมภาษาที่มาพร้อมกับสื่ออินเตอร์เหน็ต และสื่อสารมวลชนก็รับเอาไปใช้ด้วยความถี่สูงมาก

- ถึงแม้ใช้แนวทางส่งเสริมอย่างที่ทำอยู่ ซึ่งก็ดี  แต่คง “สายไปแล้ว” ไม่อาจเรียกได้ว่าตั้งรับกระแสไหลบ่าของวัฒนธรรมภาษาที่วิปริตเช่น ค่านิยมใช้ตัวสะกดเพื่อให้เกิดเสียงอ่านที่ผิดเพี้ยน  ค่านิยมการผลิตสร้างภาษาเฉพาะกลุ่มที่เน้นความหมายปัจจุบันทันด่วน ขาดการเชื่อมต่อกับรากของภาษา ฯลฯ เพราะแนวตั้งรับนั้นมาช้าไปและพังทลายไปเรียบร้อยนานแล้ว

- ในแง่ของวัฒนธรรมซึ่งเป็นเรื่องของ สังคมประกฤติ (socialization) เพื่อให้เกิดการ”เลียนรู้” จดจำค่านิยมพื้นฐานที่ถูกที่ควรไว้เป็นต้นทุนใช้เมื่อเติบโต  ลางที แนวคิดที่ใช้ “วัด” เป็นแหล่งเริ่มต้นกำราบนิสัย (ซึ่งเป็นแนวเชิงลบ) น่าจะให้ผลดีกว่า แต่หน่วยงานเกี่ยวข้องคงไม่กล้ากลับไปใช้แนวทางนั้นอีกแล้ว เรามาไกลเกินกว่าจะกลับตัว  ... แต่ว่า จริงหรือที่เรามาไกลเกินกว่าจะกลับตัว

การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ “มีประสบการณ์ตรง และเลือกวิถีด้วยตัวเอง” ไม่น่าจะใช้แล้วเกิดผลดีกับเยาวชนระดับประถม   ดูเหมือนปรัชญาการศึกษาไทยขณะนี้จะเป็นฝรั่งมากไป จะกลับไปหาแนวที่สมดุลก็ดูท่าจะต้องรื้อกรอบคิด (paradigm) ให้เป็นฝรั่งน้อย  แต่น่าจะสายไปเสียแล้ว  ความเป็นฝรั่งมันเข้าเนื้อจนกระทั่งคิดโครงการรณรงค์แต่ละครั้งก็ยังคิดชื่อเป็นภาษาฝรั่ง แต่กลุ่มเป้าหมายคือคนไทยล้วนๆ

ลองสังเกตที่ถือตามแห่ตามกันตอนนี้ดูปะไร Big Cleaning Day  ผวจ.ท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าอาจต้องจัดให้มีบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ที่จังหวัดที่ท่านรับผิดชอบบ้าง

อยากหัวเราะ ฮะโหย ฮะโหย  แต่เกรงเสียมารยาท และแท้จริงแล้ว จขบ.อยากประชดอย่างขื่นๆให้กับตัวเองมากกว่า

.

 

 

 

 

โดย driftworm

 

กลับไปที่ www.oknation.net