วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยิงสนั่นวัด ขวานสู้ปืน พระยิงกันเอง เคืองถูกแฉเล่นหวย พนันบอล เมาเหล้า


ยิงสนั่นวัด ขวานสู้ปืน พระยิงกันเอง เคืองถูกแฉเล่นหวย พนันบอล เมาเหล้า พระ ลูกวัดโนนโปร่งราษฎร์บูรณะ ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันในวัด ฝ่ายหาเรื่องคว้าขวานด้ามยาววิ่งไล่ฟัน อีกฝ่ายเป็นพระรุ่นใหญ่กว่า คว้าปืน 9 มม .ยิงสวนกระสุนเจาะใบหน้า 2 นัด อาการโคม่า สาเหตุมาจากการที่พระเตือนใจ เพิ่งบวชได้ปีกว่า แต่อาศัยเป็นเพื่อนเจ้าอาวาส เลยทำตัวกร่าง เมาเหล้า เล่นหวย ให้เช่ามือถือ ถูกพระลูกวัดอาวุโส กว่าตักเตือน แต่ไม่ฟังแถมข่มขู่อาฆาต เวลานั่งสมาธิก็ก่อกวน ขว้างปาด้วยก้อนอิฐ เวลาไปบิณฑบาต ก็ถูกเดินชน จนทนไม่ไหว พระบุญช่วย ซึ่งบวชมา 6 ปี อาวุโสกว่า อายุมากกว่า กลัวว่าจะถูกทำร้าย จึงไปขโมยปืนลูกเขย ที่เป็นทหารอากาศ มาไว้ป้องกันตัว ก่อนเกิดเหตุหลัง มีเรื่องกันขณะบิณฑบาต กระทั่งกลับมาที่วัด ก็ไม่ฉันข้าวร่วมกัน พระเตือนใจ คว้าขวาน วิ่งเข้ามาหาขณะนั่งล้างบาตร อยู่หน้ากุฎี พระบุญช่วย เลยวิ่งเข้าไปเอาปืนออกมายิงสวนไป 2 นัดกระสุนเจาะใบหน้า ล้มคว่ำกองกับพื้นอาการโคม่า

เหตุสลดใจวงการผ้าเหลืองเมื่อพระก่อเหตุยิงกันเองในวัดในครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค.52 พ.ต.ท.นวกฤต นวการพาณิชย์ พนักงานสอบสวน สบ.2 สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุพระสงฆ์ยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในวัดโนนโปร่งราษฎร์บูรณะ หรือวัดบ้านม่วง ชุมชนบ้านม่วง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และพร้อมด้วย พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี , พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.ศสส.ภ.4 , พ.ต.ท.สุวัฒชัย มะลิทอง รอง ผกก.(สส.) ฯ , พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม สว.สส.ฯ , พ.ต.ต.ปริญญา หาพรหม สว.สส.ฯ ,ร.ต.ต.ไพฑูรย์ โสนะโชติ รอง สว.สส.ฯ ,ร.ต.ต.วิบูลย์ นนทะแสง รอง สว.สส.ฯ และกำลังชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งรุดไปยังที่เกิดเหตุ ที่บริเวณพื้นดินหน้า กุฎีด้านทิศตะวันตก พบกองเลือดกองใหญ่ตกอยู่และหยดเป็นทางยาวกว่า 5 เมตร และขวานด้ามไม้ยาว 70 ซม. ตกอยู่ 1 ด้าม ปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบถามทราบว่า มีผู้บาดเจ็บถูกยิงเข้าที่แก้มซ้าย และลำคอ คือพระเตือนใจ หรือพระน้อย สารีวงษ์ อายุ 50 ปี พระลูกวัด บ้านเดิมอยู่ที่เลขที่ 72 ม.13 บ้านเทื่อม ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถูกยิงเข้าที่บริเวณแก้มด้านซ้าย และลำคอด้านซ้าย อาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง ร.พ.ชัยเกษม ใกล้ที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากอาการสาหัสมาก จึงได้ส่งต่อไปยัง ร.พ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อผ่าตัดช่วยชีวิตโดยด่วน ในที่เกิดเหตุภายในกุฎี ยังพบพระบุญช่วย บุญญรกขิโต อายุ 58 ปี พระลูกวัด ยืนถืออาวุธปืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นออโตเมติค บาเร็ตต้า สีดำ ขนาด 9 มม.ทะเบียน กท.5125451พร้อมแม็กกาซีน 2 ชุด ปลอกกระสุน 2 ปลอกอยู่ในซองปืนสีดำ และตกอยู่ที่เกิดเหตุ อีก 2 ปลอก พร้อมคุมตัวพระบุญช่วย ไปทำการสอบสวน

พระบุญช่วย ได้ให้การว่า เดิมชื่อนายบุญช่วย โทแก้ว อดีตทหารพราน และโชเฟอร์รถสองแถวรับจ้าง สาย 22 บ้านจั่น- ตลาดรังษิณา อุดรธานี และเมื่อปี 2546 ได้บวชเป็นพระและจำพรรษาอยู่ที่วัดโนนโปร่งราษฎร์บูรณะ มาได้ 6 พรรษาแล้ว ตลอดเวลาที่บวชเป็นพระก็ตั้งใจจะให้จิตใจสงบ ลดละเลิกกิเลสทุกอย่าง นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทะเจ้าอย่างเคร่งครัด กระทั่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ได้มีพระเตือนใจ หรือพระน้อย ซึ่งเป็นเพื่อนกับพระอาจารย์เทวัญ เจ้าอาวาส สมัยเป็นฆราวาส ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัด แต่หลังจากที่พระเตือนใจ มาอยู่ที่วัด ก็มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นภายในวัด มีเจ้ามือหวยมาขายหวยให้พระเตือนใจในวัด บางงวดซื้อหมดเป็นจำนวนกว่าหมื่นบาท มีลูกศิษย์วัดเล่นการพนันฟุตบอล กินเหล้าในกุฎีของพระเตือนใจ มีการนำเอาโทรศัพท์มือถือมาให้พระ เณรในวัดเช่าโทรในเวลากลางคืน เมื่อเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระเตือนใจ จึงได้ว่ากล่าวตักเตือน ในฐานะเป็นพระอาวุโส แต่กลับถูกพระเตือนใจต่อว่า และข่มขู่อาฆาตพูดจาหยาบคายใส่เป็นประจำ จากนั้นมาพระเตือนใจก็พยายามพูดจาข่มขู่ และก่อกวนเรื่อยมา เวลาเดินจงกรม หรือนั่งสมาธิ ก็จะพูดจาเยาะเย้ย ว่า “ คงจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วมั้ง” กลางคืนก็จะเอาก้อนอิฐไปขว้างใส่หลังคากุฎี หรือก็ขว้างก้อนอิฐก้อนหินใส่เวลาเดินอยู่หน้ากุฎี

พระบุญช่วย ให้การต่ออีกว่า มาทราบภายหลังว่าพระเตือนใจ เป็นนักเลงเก่ามีประวัติไม่ดี เมาหัวราน้ำ จนญาติๆให้มาบวชเพื่อลบล้างบาป เมื่อเดือนที่แล้ว พระเตือนใจ กลับไปเยี่ยมบ้านที่ อ.บ้านผือ นานหลายวัน กระทั่งโยมแม่ของพระเตือนใจ โทรศัพท์ มาหาเจ้าอาวาสให้มารับตัวกลับวัด เพราะหันมากินเหล้าเมาอีกแล้ว แต่เจ้าอาวาส ก็ได้แต่ตักเตือน ไม่ให้ลาสิกขา แต่อย่างใด เมื่อกลับมาอยู่ที่วัดก็ก่อกวน และอาฆาตตนเองเอง ว่าห้ามนำเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้เจ้าอาวาสรับรู้ แต่เรื่องก็ถึงหูเจ้าอาวาสจนได้ จึงถูกเรียกไปตักเตือนทั้งคู่ ว่าห้ามมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในวัดอีก ไม่งั้นต้องออกไปจากวัดทั้งคู่ เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ได้ออกไปบิณฑบาต แถวตลาดอุดรเมืองทอง พระเตือนใจ ได้เดินปรี่เข้ามาชน โดยไม่ได้ทันสังเกตว่า มีพระอีกรูป ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสจันทราทิพย์ เดินบิณฑบาต ร่วมอยู่ จึงถูกพระเตือนใจ เดินชนจนเซเสียหลัก ทำให้พระเตือนใจ เสียหน้า รีบเดินกลับวัดไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ ตน เนื่องจากตั้งใจจะเดินมาชนตน แต่ชนผิด เมื่อตนกลับมาที่วัดฉันภัตตาหารเช้าเสร็จ ก็นำบาตรมาล้างที่หน้ากุฎี โดยที่พระเตือนใจไม่ยอมออกมาฉัน ร่วมกับพระในวัด เนื่องจากพระ 12 รูปในวัด ก็ไม่ชอบนิสัยและการกระทำของพระเตือนใจ

ระหว่างนั้น ได้เหลือบไปเห็นพระเตือนใจ เดินถือขวานตรงเข้ามาหา และตะโกนเข้าใส่ ว่า “วันนี้ มึงตายแน่ กูบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งเรื่องของกู” ด้วยความตกใจ จึงวิ่งเข้าในกุฎี คว้าเอาปืนที่ขโมยมาจากบ้านลูกเขย ที่เป็นทหารอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ออกมายิงสวนไป 1 นัด และหลับตายิงใส่อีก 1 นัด กระสุนหมด เห็นแต่พระเตือนใจ ล้มคว่ำกองกับพื้น ก่อนจะมีพระ และญาติโยมที่มาทำบุญในวัดพากันนำส่ง ร.พ.ส่วนตนเองก็รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในกุฎี ที่ทำลงไปเพราะเป็นการป้องกันชีวิตตนเอง คิดอยู่เสมอว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งจะถูกพระเตือนใจ ทำร้ายเอา จึงได้ไปขโมยปืนของลูกเขยมาไว้ป้องกันตัว พระบุญช่วย กล่าว.

ต่อมา พ.อ.ท.ศุภฤกษ์ แก้วบุญเรือง อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ช่างเครื่องบิน ฝ่ายการช่าง ฝูง 231 บน.23 อุดรธานี อยู่บ้านเลขที่ 360 ม.14 ซ.ประชาสันติ 6 ถ.นิตโย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากเป็นเจ้าของอาวุธปืน ที่ใช้ยิงพระเตือนใจและเป็นลูกเขย ของพระบุญช่วย ว่า อาวุธปืนซื้อมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้พกติดตัว จึงเก็บไว้ที่หัวเตียงนอน กระสุนถูกยิงไปเกือบหมดเมื่อวันวานงานฌาปนกิจศพของแม่ จึงเหลือกระสุนในรังเพลิงเพียง 2 นัด มารู้อีกทีว่า พ่อตาได้มาขโมยเอาปืนไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่รู้มาก่อนว่า พ่อตามีเรื่องกับพระในวัดด้วยกัน หากรู้ก็คงเก็บปืนไปซ่อนไว้แล้ว

ด้าน พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม ได้กล่าวว่า เบื้องต้นสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพระอยู่ในวัดเดียวกันก่อเหตุยิงพระด้วยกันเองเพราะมี เรื่องบาดหมางกันมานาน ผู้ต้องหาเกรงกลัวว่าจะถูกทำร้าย จึงได้ขโมยปืนลูกเขยมาไว้ป้องกันตัว หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนและให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงพระเตือนใจ จนได้บาดเจ็บสาหัส จึงได้แจ้งข้อหา “ พยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพา อาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว , ยิงปืนที่ใช้ดินระเบิดในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน”..


ทีมข่าวอาชญากรรม ชมรมคนรักอุดร รายงาน..
25 กรกฎาคม 2552

โดย Sigree

 

กลับไปที่ www.oknation.net