วันที่ จันทร์ กรกฎาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พื้นที่สีชมพู


ฟาตา : ใบบัว สอบเสร็จแล้วไม่กลับบ้านหรือ

ใบบัว : กลับสิ แต่คงกลับวันเสาร์เพราะพรุ่งนี้มีงานที่ต้องเคลียร์นิดหน่อย แล้วเธอไม่กลับหรือ

ฟาตา : ก็ยังไม่แน่ใจ คงต้องโทรไปถามพ่อก่อน ว่าจะกลับได้หรือเปล่า

ใบบัว : ทำไมต้องถามล่ะ กลับไปแล้วโทรบอกแบเลาะให้ออกมารับสิ

ฟาตา : ก็สถานการณ์ที่หมู่บ้านไม่ค่อยดีน่ะ ออกจะหนักกว่าเดิมอีก 

ใบบัว :  แล้วบ้านของเธออยู่ที่ไหนล่ะ ไกลจาก มอ.ปัตตานีมากไหม

ฟาตา : ก็ไกลอยู่เหมือนกัน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

ใบบัว : ถ้าอย่างนั้นให้ฉันไปเป็นเพื่อนเธอไหม เพราะฉันยังไม่เคยไปบ้านของเธอเลยสักครั้ง

ฟาตา : ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่าถ้าฉันกลับถึงบ้าน ฉันจะรีบโทรมาบอกเธอแล้วกัน

ใบบัว : อย่างนั้นก็ได้ แต่ห้ามลืมนะ ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะ

     ฟาตายิ้มทั้งใบหน้าและดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีชมพูสดใสผืนใหญ่ เธอรู้ดีว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ คนที่เธอเรียกได้เต็มปากว่า “เพื่อน” เป็นห่วงเธอแค่ไหน และเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เธอจะกลับบ้าน ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนต้องเกิดความแตกแยกกัน เพราทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้คนทุกคนเป็นคนดี

      ใบบัว สาวน้อยจากดินแดนที่ราบสูง เธอเลือกมาเรียนที่ มอ.ปัตตานี คณะศึกษาศาสตร์ที่จบออกไปเพื่อเป็นแม่พิมพ์ของชาติ อาจด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู หรือจิตสำนึกของความเป็นคนที่มีอยู่ในตัวเธอ เธอจึงเลือกมาอยู่ที่นี่และเลือกที่จะเป็นครูสอนใน 3 จังหวัด ทั้งๆที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน และแทบไม่มีใครอยากจะมาอยู่

    “ฉันสงสารเด็กที่นี่ พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องหยุดเรียน ส่วนครูในพื้นที่ก็ขอย้ายออกจากพื้นที่เพราะความหวาดกลัว สุดท้ายผลเสียก็มาตกอยู่กับเด็ก ฉันจึงอยากเป็นครูสอนที่นี่ หากจะถามว่าฉันกลัวไหม ยอมรับนะว่ากลัว แต่ความตั้งใจของฉันมีมากกว่านั้น” 

     “ฉันเกิดมาเป็นคนไทย อยู่ในแผ่นดินไทย ผืนแผ่นดินที่เป็นของคนทุกคน มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ผืนแผ่นดินที่ให้อะไรกับฉันมามากมาย และผืนแผ่นดินที่คนทุกคนที่อาศัยอยู่เป็นพี่น้องกัน สมควรแล้วที่ฉันจะตอบแทนคุณแผ่นดิน จงอย่าได้ถามว่าดินผืนนี้ให้อะไรกับเราบ้าง แต่จงถามว่าเราได้ให้อะไรแก่ดินผืนนี้หรือยัง”  นี่คือคำพูดของเธอที่แสดงออกถึงความตั้งใจจริง

      ส่วนฉันเป็นคนในพื้นที่ หมู่บ้านของฉันก็เกิดผลกระทบจากความไม่สงบนี้ และฉันก็มีเป้าหมายที่ไม่แตกต่างกับใบบัว เพราะฉันรักหมู่บ้านของฉัน ที่ที่ฉันอยู่มาตั้งแต่เล็กๆ และฉันต้องการทำประโยชน์ให้เกิดกับแผ่นดินเกิดของฉันเช่นกัน

     “เมื่อครั้งที่ฉันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนของฉันถูกเผาจนเกิดความเสียหาย โรงเรียนหยุดเรียน ครูบางคนก็ย้ายออกจากพื้นที่ไปสอนที่อื่นที่ปลอดภัย บางคนที่ไม่สามารถย้ายได้ก็ลาออก จนโรงเรียนหลายโรงเรียนไม่มีครูมาสอนหนังสือ มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กที่จะเติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไป ฉันเลยอยากเป็นครูและกลับไปสอนเด็กๆในโรงเรียนที่หมู่บ้านของฉัน และฉันต้องทำได้”

     ฉันกับใบบัว เราสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก อาจเป็นเพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน ใบบัวมักจะเล่าถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านที่เชียงใหม่ให้ฉันฟังเป็นประจำ บ่อยๆที่ใกล้หมู่บ้านของเธอ มีการเกิดการปะทะกันระหว่างทหารกับพวกคนย้ายยาเสพติดข้ามประเทศตามแนวตะเข็บชายแดน ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าออกจากบ้านของตน

      เธอเคยถามถึงเหตุการณ์ที่นี่ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ฉันก็คอยเล่าให้ฟัง บางที่ก็ไม่ร้ายแรงมาก บางที่ก็ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่อันตรายมาก และฉันก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับหมู่บ้านของฉัน แต่....

ใบบัว : ฟาตา เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นข่าวการวางระเบิดที่หมู่บ้านของเธอ

ฟาตา : ฉันไม่เป็นไร แต่...แบเลาะ พี่ชายของฉันเขาโดนสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตแล้ว

ใบบัว : ฉันเสียใจด้วยนะ แล้วพ่อกับแม่ของเธอเป็นอย่างไรบ้าง

ฟาตา : ท่านก็เสียใจ แต่พ่อบอกว่าแบเลาะกลับไปหาองค์อัลลอฮฺ ผู้ที่ทรงให้ชีวิตแบเลาะ และพระองค์จะทรงรับแบเลาะไว้ยังสรวงสวรรค์ เพราะแบเลาะเป็นคนดี

ใบบัว : ฉันก็หวังให้เป็นเช่นนั้น แล้วเหตุการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ฟาตา : ตอนนี้ทางราชการประกาศให้หมู่บ้านของฉันเป็นพื้นที่สีแดง มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกชั่วคราว  จนกว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น แต่ฉันไม่อยากให้หมู่บ้านของฉันเป็นพื้นที่สีแดง เพราะปกติหมู่บ้านก็มีเหตุการณ์เกิดขั้นอยู่แล้ว และแทบจะไม่มีใคร ไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในหมู่บ้าน ดูหดหู่ หันไปทางไหนก็เห็นแต่พวกทหารเดินอยู่เต็มไปหมด จะออกจะเข้าหมู่บ้านแต่ละครั้งก็มีทหารมาคอยตรวจโน่นตรวจนี่ ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดระแวง ไม่กล้าขึ้นไปเก็บผลไม้ในสวนเพราะความหวาดกลัว ยิ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง ใครที่ไหนจะกล้าเข้ามา แล้วฉันจะทำอย่างไรดี

ใบบัว : ใจเย็นๆก่อนนะ ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางออก ฉันว่าการที่เขาประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงอาจเพื่อให้การทำงานง่ายดายขึ้น จนบางทีเขาอาจไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แต่เขาก็ทำตามหน้าที่ของเขา เพราะอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดของเขา แต่...ถ้าเธออยากให้เขายกเลิกการประกาศนี้ เธอและชาวบ้านก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องดูแลหมู่บ้านของเธอ มีอะไรที่น่าสงสัยก็ให้ระวังไว้เสียก่อน เพราะเราไม่รู้ว่าใครมาดี ใครมาร้าย แต่หนทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ใช่การแก้ไข เพราะการป้องกันจะช่วยลดปัญหาในระดับหนึ่ง แต่หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วก็ต้องตั้งสติและร่วมกันหาทางแก้ไข อย่าปล่อยทิ้งไว้จนแก้ยาก และอย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใครเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของชาวบ้านทุกคน การแก้ปัญหาจึงจะลุล่วงไปได้ เพราะฉันเชื่อว่าชาวบ้านทุกคนรักหมู่บ้าน รักแผ่นดินที่บรรพบุรุษมอบให้แก่พวกเขา เมื่อเป็นเช่นนี้หมู่บ้านของเธอก็จะกลับมาสงบสุขดั่งเช่นในอดีต จาก “พื้นที่สีแดง” กลับกลายเป็น “ พื้นที่สีชมพู” ที่มีแต่ความสงบสุขและรอยยิ้ม

     ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกเขาทุกคน ทุกคนใน “พื้นที่สีชมพู” ที่กำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า

โดย เด็กนับดาว20

 

กลับไปที่ www.oknation.net