วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มช. แหล่งรวมนักคิดปัญญาชนหรือแหล่งซ่องสุมนักวิชาการกางเกงในแดง


ก่อนอื่นอยากบอกว่า ที่หยุดเขียนบล็อกเพราะเบื่อนักการเมือง จนสามารถอาเจียรออกมาได้เลย เมื่อเห็นพฤติกรรมร่วมทำลายชาติของอมนุษย์พวกนี้ เบื่อมากๆ กับคำโกหกหน้าตาย คำพูดที่เหมือนดูดี แต่คิดอีกที ไม่มีพื้นฐานตรรกะรองรับ แต่สื่อมวลชนทั้งหลายก็พอใจขายข่าวที่ได้เงิน พอใจเสนอสิ่งซึ่งสร้างความร้าวฉาน แตกแยกอย่างภาคภูมิใจในความเป็นกลาง ซึ่งแท้จริงเป็นกลางหรือไม่ หรือเป็นแค่เครื่องมือ เครื่องเทปเคลื่อนที่ของนักการเมืองก็ไม่ทราบได้ เพราะมีแต่คำพูดเรียงกัน แต่ไม่มีข้อเท็จจริงที่ผู้สื่อข่าวควรแสวงหามาพิสูจน์คำสัมภาษณ์นั้นๆ หรือเรียกว่าทำการบ้านให้ประชาชน ส่วนประชาชนจะคิดอย่างไร ก็ต้องแล้วแต่เพราะบ้านเมืองขณะนี้ความแตกต่าง แตกแยกสูง สื่อจึงจำเป็นต้องเสนอข้อมูลจริงให้ประชาชนตัดสินใจ ไม่ใช่เสนอเพียงคำพูดของฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้มาต่อเรียงกัน แบบนี้ ใครๆก็ทำได้ เพราะไม่ต้องคิดวางแผนการทำงาน ไม่ต้องเตรียมสติปัญญา ตื่นเช้ามาเจอหน้าก็ถามไปเรื่อยๆตามที่ตามองเห็น หรือตามที่แหล่งข่าวอยากพูด ทั้งๆที่คนบางคนทำร้ายประเทศจนไม่ควรมีโอกาสมาพูดอวดอ้าง แปรผิดเป็นถูก

อยากบอกว่ารักบล็กโอเคเนชั่น เพราะหลายๆคน ได้คิดได้เขียนสิ่งดีๆ มาให้กันอ่าน ไม่ว่าจะเป็นบล็อกครูรวงข้าว เข้าไปอ่านแล้ว เกิดความอบอุ่นใจ เหมือนมีครูใจดีอยู่ข้างๆ

บล็กคคุณลูกหิน ขำน่ารัก บล็อกจ่าจินต์ แคนไท น.ส.คะน้า มะอึก ไทยฮิปปี้ ไพศาล รวมถึงบล็อกความรู้ต่างๆ เช่น บล็อกคุณสุรศักดิ์ ก็สอนเทคนิคการทำภาพให้สวยงาม ยังมีบล็อกที่คิดถึง คือบล็อกนักรบนักรัก ที่ปัจจุบันหมดโอกาสขำๆ กับข้อเขียนที่เต็มไปด้วยสาระ

และวันนี้ ก็อดใจเขียนไม่ได้ เพราะสงสัยอย่างยิ่งต่อบทบาทของคนในแวดวงวิชาการ เป็นความสงสัยที่ไม่มีคำตอบเพราะไม่ทราบจะหาที่ไหน คงไม่สามารถคาดเดาเอาเอง จึงเขียนข้อความนี้ หลังจากอ่านข่าวนักวิชาการคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ นสพ. ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 2 สค. นี้

------------------

นายสมชาย  ปรีชาศิลปกุล  คณบดีคณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  กล่าวว่า  " คนที่เรียกร้องให้ถอนชื่อรวมถึงที่ออกมาคัดค้านการถวายฎีกา   ตั้งอยู่บนฐานที่จะใช้ประเด็นเหล่านี้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง  ทั้งนี้  ในส่วนของนักวิชาการต่างๆ  ที่ออกมาต่อต้าน  ทำไมก่อนหน้านี้ที่มีกรณีมาตรา  7  ก็ไม่เห็นจะออกกันมา"

-----------------

นี่คือบทหนึ่งของการแสดงทัศนะของนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และพวกที่สังกัดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

และไม่ใช่เพิ่งจะแสดงทัศนะให้ท้ายเสื้อแดง มุ่งโจมตีเสื้อเหลือง

แต่เป็นเช่นนี้มานานแล้ว!!

---------------

สมชาย ปรีชาศิลปกุล อดีตเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ทำกิจกรรมรั้วเหลืองแดง ซึ่งนักศึกษากิจกรรมส่วนหนึ่งจะมีลักษณะเป็นนักคิด และค่อนไปทางฝักใฝ่ฝ่ายซ้าย 

สมชายเป็นคนรักการเขียน จึงได้ส่งข้อความคิดเห็นต่างๆ ลงในหนังสือพิมพ์มาตลอด และพยายามอาศัยรุ่นพี่รุ่นน้องในแวดวงนักศึกษากิจกรรมจำนวนไม่น้อยที่กระจายอยู่ในแวดวงหนังสือพิมพ์ โดยพยายามแสดงตนเสมือนปัญญาชนที่รักความเป็นธรรม รักธรรมชาติ พยายามไต่เต้าจากเด็กธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จักผ่านข้อเขียนทางหนังสือพิมพ์ อยู่ในสังกัดสายอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์  ผู้แสดงตนเป็นหนึ่งในนักคิดแห่งปัญญาชนชาวสยามผ่านทางคอลัมน์ของค่ายมติชนเสมอมา

ทุกครั้งที่มีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อ สมชาย คนนี้ ไม่เคยพลาด โดยเฉพาะเรื่องเสื้อแดง เสื้อเหลือง รวมทั้งเน้นหนักข้อเรียกร้องให้สังคมไทยเลิกให้ท้ายเสื้อเหลือง

โดยเฉพาะช่วยเสื้อเหลืองปิดสนามบิน สมชาย ยิ่งเรียกร้องให้จัดการคนเสื้อเหลืองนี้อย่างร้อนแรง และทุกครั้งที่เสื้อเหลืองปะทะกับเสื้อแดง สมชายคนนี้ก็ออกมาแสดงความเห็นใจเสื้อแดง เรียกร้องความยุติธรรมให้เสื้อแดง แม้กระทั่งเหตุการณ์ 7 ตุลา ตำรวจฆ่าประชาชน สมชายซึ่งเคยแสดงตนรักความเห็นธรรมก็ไม่เคยออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้หญิง และคนชรามือเปล่าที่ถูกระดมยิงด้วยระเบิดแก๋สน้ำตาตลอดวันที่ 7 ตุลา 51

ทำไมไม่ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจหยุดยิง

หรือสะใจที่อีกฝ่ายที่ไม่ใช่พวกตนล้มตาย

ซึ่งไม่ทราบว่าการเรียกร้อง การแสดงทัศนะแต่ละครั้งของนายสมชาย มาจากการวิเคราะห์พิจารณาอย่างรอบด้าน และเพื่อจุดประสงค์แห่งความสงบของสังคมไทยหรือไม่ อย่างไร

หรือมีสิ่งใดแค้นใจกับค่ายผู้จัดการ เพราะค่ายดังกล่าวเปิดโปงคำสัมภาษร์ที่ อาจารย์นิธิ ยอมรับว่ารับเงินจากทักษิณ และปรากฎคำพูดที่ว่า "รับใช้ทุนสามานย์ ย่อมดีกว่ารับใช้เผด็จการ" ก็มาจากคนในกลุ่ม ม.เที่ยงคืน แปลกแต่จริง ปราชญ์แห่งสยาม ท่านนี้ และคนในกลุ่ม ไม่ทราบเลยหรือว่า ทักษิณ ชินวัตร เป็นยิ่งกว่าเผด็จการ เพราะไม่มีองค์กรอิสระใดที่รอดพ้นจากการทำลายและแทรกแซง กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอนเป็นอัมพาต

เช่นกันทุกครั้งที่เสื้อแดงเคลื่อนไหว เช่น ปิดล้อมงานราตรีอ่างแก้วของ ศิษย์เก่า มช. ตบหน้า ผอ.สำนักห้องสมุด มช. ฆ่าคนแก่ที่วิหคเรดิโอ ทำลายบ้านเมืองด้วยการพังการประชุมอาเซียน ก่อจลาจล เผาบ้านเมือง ฆ่าชาวนางเลิ้ง ปิดล้อมโรงพยาบาลราชวิถี  สมชาย คนนี้ และกลุ่มอาจารย์ใน ม.เที่ยงคืน กลับเงียบไม่เคยออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในกับประชนตาดำๆในสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มคนเสื้อแดง

แม้ว่าวันเวลาต่อมา เสื้อแดงเชียงใหม่จะแสดงอิทธิฤทธิ์สักเพียงไร จนท่องเที่ยวเชียงใหม่ซบเซา นักวิชาการกลุ่มนนี้ก็เงียบเฉย

อะไรคือความเป็นธรรม

อะไรคือบทบาทของมหาวิทยาลัย

อะไรคือแสงสว่างแห่งปัญญาเพื่อนำพาสังคม

อะไรคือบทบาทของนักวิชาการที่ควรจะเป็น เพื่อให้เกิดสังคมสงบสุข

หลายครั้งที่เห็นบทบาท ของมนุษย์ที่อาศัยคราบนักวิชาการ เอาตัวรอด เมื่อยามประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

หลายครั้งที่เห็นนักวิชาการบางสาย บางสาขา เรียกร้องแต่คนอื่นให้อยู่ในทำนองคลองธรรม แต่ไม่เคยเรียกร้องตัวเอง

หลายครั้ง ที่เห็นนักวิชาการ แสดงทัศนะเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน

และหลายครั้งที่ไม่นำพาต่อความหายนะของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

อะไรคือ แนวทางที่สันติ ปรองดอง เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และถูกต้องตามกฎหมาย

อยากเห็นนักวิชาการเสนอทางรอดของสังคม และร่วมกันสร้างสันติ มากกว่าสร้างอคติ พอกพูนจนล้นสังคม

ทำไมสังคมยิ่งมีนักวิชาการมากขึ้น สังคมยิ่งอับจนปัญญา และยิ่งแตกแยก

ถ้านักวิชาการคิดได้เพียงเปรีบเทียบว่ากลุ่มนั้นทำได้ กลุ่มนี้ต้องทำให้ได้เหมือนกัน ก็เป็นตรรกะที่ไม่ต่างจากชาวบ้านร้านถิ่นที่ฟังข้อมูลด้านเดียวและอัดแน่นด้วยความรู้สึกแบ่งแยก แตกต่าง 

หากคนที่เรียกตนเองว่าปัญญาชน คิดโดยใช้ความรู้สึกชี้นำ ไม่สนใจกฎเกณฑ์ของสังคม รากเหง้าและวัฒนธรรมความเป็นมาอันเป็นจุดแห่งการเคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข   งั้นจะเรียนสูง อาศัยคราบนักวิชาการไปทำไม

เลิกแสดงบทบาทก็ได้  หากไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้น

เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด นอกจากสะใจบนความร้าวฉานของประเทศ!!!!

โดย แสงปลายฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net