วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตุงกัสอาลี ยาโด๊บซาไก เพียง ๑๐๐ บาท ก็รู้ดำรู้แดง


 

นี่แหละโฉมหน้า“ตองกัทอาลี” ของดีเมืองเบตง

              ชาวไทยมลายูในสามจังหวัดภาคใต้จะรู้จัก ตองกัท อาลี (Tongkat Ali) เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่คนมาเลเซียเรียกกัน “ตงกัท” แปลว่าไม้เท้า “อาลี” คือ นักรบที่เก่งกล้า มีพละกำลังแข็งแกร่ง ในประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลาม ท่านอาลีรบเคียงข้างมากับท่านศาสดานบีมูฮำหมัด (ซ.ล) ดังนั้นชื่อ “ตองกัทอาลี” จึงมีความหมายถึงความทรงพลังและความมีอายุยืน  และในภาษาไทยก็คือปลาไหลเผือกนั้นเอง 

 

ต้นปลาไหลเผือก สมุนไพรไทย


                 จากการเรียกชื่อเช่นนั้นทำให้เชื่อกันว่า ตองกัท อาลี (Tongkat Ali) เป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานนับพันปีแล้ว ผู้คนในสามจังหวัดแม้แต่ซาไก ที่ส่วนใหญ่จะมีเมียมากกว่า ๑ คน (วิถีเผ่า) ในเวลาดียวกัน 

สองอย่างไม่เกิน ๑๐๐ บาท

             

ครึ่งห่อ ๓๐ บาท


                  ส่วนใหญ่นั้นวิธีการนำไปปรุงใช้ประโยชน์นั้น  นิยมทั้งนำ “แก่นและราก” ของตงกัทอาลีมาต้มน้ำกินวันละ ๓-๔ ครั้ง ในเวลาก่อนนอน ถือเป็นยาโด๊บในทำนองไวอาก้าที่บรรดาโคเฒ่ากินหญ้าอ่อนชอบกินจนสิ้นชีวาวายมาหลายสิบ เพราะร่างกายรับไม่ไหวจากการกระตุ้นเกินลิมิต หรือทะลึ่งดันทุนต่ำหันไปกินของปลอมจนตาบอด ตาพร่า กล้ามแกร่งจนเป็นอัมพาทเพราะสารตกค้าง

น้ำมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆพอเข้าขวดได้


                 ผู้เขียนจึงเห็นว่า “ตองกัทอาลี”จึงน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถลดการเสียชีวิตหรือพิการจากกิจกรรมจำเป็นของบรรดาลูกผู้ชายอายุมาก หรือมีภาวะเคลียดจนเซ็กส์หด แต่ยังต้องมีภาระการทำการบ้านอย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่มีใครปฏิเสธว่า “เป็นปัจจัยหนึ่งของการครองชีวิตคู่

เครื่องดื่มสไปรท์ธรรมดาขนาดขวดลิตร


                  “ตองกัทอาลี”นั้นตั้งแต่โบราณมาไม่มีใครบอกว่าผลข้างเคียง หากรู้จักดื่มกินในปริมาณพอเหมาะและถูกกาละเทสะ แต่ด้วยเพราะมีรสขมจัด จึงทำให้ทานยาก จึงมีการนำไปต้มกินชงกินต่างใบชา ดองเหล้าโรง  ทำแคปซูล หรือผสมกาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงค์โปร หรืออินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์ในการเป็นยาโด๊บแล้ว “ตงกัท อาลี” ยังใช้ต้มกินเพื่อป้องกันและรักษาไข้ป่า แก้ปวดเมื่อย แก้ปวด

 

หลังทำเสร็จไปเกิน ๑๕ นาที


                    ผู้เขียนรู้จัก “ตงกัท อาลี” เมื่อครั้งได้เข้าไปสัมผัสซาไกเมื่อ ๗-๘ ปีที่แล้ว และได้เคยนำออกกลับมากิน แต่ด้วยความที่รสชาติขมติดลิ้น ชนิด ตะบองเพชรเรียกพ่อ จึงเอาไปฝากพวกคอยางดองทุกทีไป แม้จะได้รับเป็นของฝากจากอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ทั้งหมูที่ ๗ บ้านปิยมิตร ๓ และหมู่ที่ ๑๐ บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ต้นปลาไหลเผือก


                     มาล่าสุดได้เคล็ดลับจากคนท้องถิ่นผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นวิธีใหม่ ทำง่าย ดื่มง่าย ยิ่งกว่าวิธีอื่นๆที่เคยได้ยินมา โดยไม่ต้องไปซื้อผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศให้เปลืองเงิน โดยใช้งบประมาณ เพียง ๑๐๐ บาท ดื่มได้เป็นเดือนๆ

ซาไกชนเผ่าพื้นเมืองที่รู้จักใช้“ตงกัท อาลี”มาแต่บรรพบุรุษ


                      วิธีใหม่นั้นคือ “ตงกัท อาลี”แช่น้ำสไปรท์ นั้นเอง (ไม่ได้ค่าโฆษณาซักบาท)  โดยการนำ “ตงกัท อาลี” จำนวนครึ่งห่อตามที่ขายในหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  ห่อละ ๖๐ บาท (เมื่อก่อน ๓๐ บาท) มาล้างพอหมาด  แล้วนำไปหันให้เล็กพอที่จะสามารถ บรรจุในขวดของเครื่องดื่มสไปรท์เปิดใหม่ ขนาดลิตร แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย รออีกประมาณ ๑๕ วัน ก็เป็นอันว่า น้องๆไวอาก้าเชียวละ แต่ต้องคอยปล่อยแก๊สโดยการคลายฝาสไปรท์ แล้วปิดใหม่ทุกวัน โดยสังเกตได้ว่า ในช่วงแรก “ตงกัท อาลี” จะลอยบนผิว เพราะมีน้ำหนักเบาจนกระทั้งจมไปในที่สุด และน้ำจะใสปิ๊งไม่มีตะกอนตลอดการดื่ม โดยสามารถเติมน้ำสไปรท์ได้อีสามครั้งเชียว

ร้านค้าชุมชนในหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐


                     สำหรับวิธีดื่มก็ วันละ ๒-๓ ช้อนครัว หลังอาหารเย็น ทุกมื้อ  ยายเมี๊ยนรับรอง ว่าตาแข็งจริงๆ


(หมายเหตุ : “ตองกัทอาลี” มีจำหน่ายในหมู่บ้านจุฬาภรร์พัฒนา ๑๐ ,หมู่บ้านปิยมิตร ๒ และ ๓ และร้านหมอเฉินกวางที่หน้ากองร้อย ตชด.ที่ ๔๔๕  และพาซ่าเบตง หากแวะเวียนมาอย่าลืมซื้อฟากบรรดาขุนกระบี่ขี้เมื่อยก็แล้วกันครับ ..


               

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net