วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานจากธรรมชาติ: แมลงภู่ ดอกไม้ และเด็กน้อย


 

เช้าวันหนึ่งในฤดูฝน เด็กหญิงก้อยเดินเล่นอยู่ในบ้านทุ่งปลายคลอง
เธอเดินชมดอกไม้สีสันสวยงามนานาพรรณ แล้วก็พบแมลงตัวหนึ่งตัวอ้วนกลมสีดำๆ เหลืองๆ มันบินส่งเสียงหึ่งๆ ไปรอบๆ  เด็กหญิงก้อยเห็นมันบินไปตอมดอกไม้ต่างๆ จากดอกนู้นไปดอกนั้น จากต้นนี้ไปต้นโน้น แล้วมันก็วนเวียนอยู่ที่ต้นรัก
เธอสงสัยว่ามันกำลังทำอะไร
“สวัสดี เธอชื่ออะไรหรือ” เด็กหญิงร้องก้อยทักแมลงตัวนั้น
“สวัสดี ฉันชื่อแมลงภู่” แมลงภู่ตอบ
“ฉันชื่อก้อย ฉันเป็นมนุษย์ เธอเป็นแมลงหรือ”
“ใช่ ฉันเป็นแมลง”
“ฉันเห็นเธอบินไปบินมาตั้งนานแล้ว เธอกำลังทำอะไรน่ะ”
“กำลังหาน้ำหวานกินอยู่” แมลงภู่ตอบแล้วก้มไปที่เกสรดอกไม้ แล้วมันก็บินไปต้นไม้ต้นอื่น
เด็กหญิงก้อยเดินตามแมลงภู่ไป มันหยุดกินน้ำหวานของดอกไม้แต่ละดอกอยู่ไม่นาน แล้วก็บินไปดอกอื่น จากนั้นก็กลับมาที่ดอกเดิมอีก
“น่าสนุกจัง ฉันจะลองทำแบบเธอบ้าง”
เด็กหญิงก้อยสมมติว่าตัวเองเป็นแมลงภู่ เธอวิ่งไปดมดอกไม้ต่างๆ ทีละดอก ทีละต้น รอบๆ บ้านทุ่งปลายคลอง ไม่นานเธอก็รู้สึกเหนื่อย จึงกลับมาหาแมลงภู่ที่ต้นรัก
“เธอไม่เหนื่อยหรือ" เด็กหญิงก้อยหอบ "เธอไม่เคยหยุดเกาะดอกไม้ดอกไหนนานๆ เลย”  
“ฉันไม่เหนื่อยหรอก ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ต้องบินไปกินน้ำหวานจากดอกนู้นดอกนี้อยู่ตลอด ฉันเกิดมาเพื่อบิน"
“จริงเหรอ เธอนี่แปลกจริงๆ”
“ไม่แปลกหรอก  เธออย่าคิดว่าอะไรที่ไม่เหมือนเธอ เป็นเรื่องแปลกสิ” แมลงภู่บอก
“ไม่เหมือนฉันก็ต้องแปลกสิ ไม่รู้ละ ยังไงฉันก็ว่าเธอแปลก” เด็กหญิงก้อยตอบ แล้วเธอก็นั่งพักเหนื่อย

เวลาผ่านไป เด็กหญิงก้อยนั่งดูแมลงภู่บินไปมา เหมือนทั้งวันมันจะไม่ทำอะไรนอกจากกินน้ำหวาน
“เธอไม่เบื่อบ้างเหรอ ฉันเห็นเธอบินไปตอมดอกไม้อย่างเดียว” เด็กหญิงก้อยหาว
“ฉันว่าแบบนี้ก็ดีออก ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวาย”
“น่าเบื่อตายเลย ฉันน่ะต้องวิ่งเล่น ดูทีวี นอนกลางวัน อาบน้ำ และทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง”
“นั่นขึ้นอยู่กับเธอว่าจะชอบแบบไหน ฉันว่าแบบเธอก็วุ่นวายนะ”
“ฉันว่าวุ่นๆ ก็สนุกดีออก ฉันกับเธอนี่ต่างกันจริงๆ”
ว่าแล้วเด็กหญิงก้อยก็ออกไปวิ่งเล่นต่อ

แม่เรียกเด็กหญิงก้อยไปกินข้าว เธอถือจานข้าวผัดเดินออกมาที่ริมบ่อน้ำ เด็กหญิงก้อยเขี่ยแตงกวา มะเขือเทศ และผักอื่นๆ ไว้ที่ขอบจาน เผื่อว่ามันจะพลาดหล่นตกน้ำ เธอจะได้ไม่ต้องกิน  เพราะเด็กหญิงก้อยอยากกินแต่ข้าวกับไส้กรอกเท่านั้น
แมลงภู่ตัวเดิมบินมาเกาะที่ดอกคล้าน้ำที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ
“กินแตงกวาไหม” เด็กหญิงก้อยชวนแมลภู่
“ฉันไม่กินหรอก” แมลงภู่บอก
“ฉันเห็นเธอกินแต่น้ำหวาน” เด็กหญิงก้อยมองดูมันเกาะดอกคล้าน้ำ
“กินแค่น้ำหวานก็อยู่ได้แล้ว”
“เหรอ ฉันน่ะต้องกินทั้งข้าว ไข่ดาว ไก่ทอด ไส้กรอก แล้วก็ขนม” เด็กหญิงก้อยพูด “แปลกจัง ฉันกินแต่ไส้กรอกหรือไก่ทอดที่ฉันชอบอย่างเดียวไม่ได้ แม่บอกให้กินผักผลไม้ด้วย ไม่งั้นฉันจะไม่แข็งแรง ส่วนเธอกินแต่น้ำหวานได้" 
"เรานี่ช่างต่างๆ กันจริงๆ แบบนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง” เด็กหญิงก้อยถอนหายใจ
แมลงภู่หยุดบิน มันเกาะนิ่งแล้วมองเด็กหญิงก้อย “ไม่ต่างหรอก เธอก็เหมือนฉันนี่”
“เหมือนยังไง เราต่างกันมากนะ ฉันต้องกินหลายอย่างถึงจะอยู่ได้”
“แต่เราก็ต้องกินอาหารเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เราต้องกินๆๆๆ กินเพื่อให้มีชีวิตอยู่ เราแค่กินอะไรต่างกันเท่านั้น”
“อืม ฉันต้องกิน ไม่งั้นจะตัวเล็ก โตไม่ทันคนอื่น” เด็กหญิงก้อยบอก
“รู้ไหม" แมลงภู่พูด "เราแค่อยู่กันคนละมุมเท่านั้น เลยมองว่าว่าอีกฝ่ายต่างจากเรา ที่ฉันทำอะไรซ้ำซากๆ เธอมองว่ามันน่าเบื่อ แต่ฉันอาจมองว่าเธอต้องทำนู้นทำนี้จนวุ่นวายก็ได้ เธอมองว่าฉันกินแต่น้ำหวานอย่างเดียว ฉันก็มองว่าเธอกินหลายอย่างมากเกินไป”
“ก็จริงของเธอนะ” เด็กหญิงก้อยพยักหน้า
“มันขึ้นอยู่ที่เราจะมอง ฉันกับเธอมีตาคนละดวงกัน นี่ไงเห็นมั้ย” แมลงภู่บินมาใกล้ๆ
เด็กหญิงก้อยมองตาของแมลงภู่ที่ดวงใหญ่เมื่อเทียบกับหน้าของมัน มันไม่มีตาขาวและตาดำ มันดูประหลาดมากๆ
“ตาของเธอแปลกมาก ไม่เหมือนตาของฉันเลย”
“ภาพที่ฉันเห็นก็ไม่เหมือนกับภาพที่เธอเห็นนะ แต่สุดท้ายแล้ว เราก็มองเห็นโลกใบนี้ได้ด้วยตาเหมือนกัน” แมลงภู่บอก
“งั้นทั้งเรื่องอาหารของเธอ เรื่องที่เธอทำอะไรซ้ำๆ ไปมา แล้วก็ตาของเธอ ก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ  ส่วนเรื่องที่ฉันต้องกินหลายอย่าง ต้องทำนู้นทำนี้มากมาย แล้วก็ตาของฉัน มันก็เป็นเรื่องปกติสำหรับฉัน” เด็กหญิงก้อยพูด
“ใช่แล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นใคร  หรือจะมองจากมุมไหน”
“ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็อาจจะมองว่าฉันแปลกก็ได้”
“ที่จริงแล้วไม่มีใครแปลกหรอก พวกเราเหมือนกันหมด เธอลองคิดดูสิ เธอกิน ฉันก็กิน เธอวิ่งวุ่น ฉันก็บินวุ่น เธอมองเห็น ฉันก็มองเห็น” แมลงภู่บินไปรอบๆ เด็กหญิงก้อย

“ฉันว่าเราก็มีอะไรคล้ายกันนะ” เด็กหญิงก้อยยิ้ม
“ใช่ ที่จริงแล้วเราเหมือนกันมากเลยละ”
“ถ้าเราเหมือนกันแบบนี้ ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอได้ไหม” เด็กหญิงก้อยถาม
“ได้สิ” แมลงภู่ตอบ
เด็กหญิงก้อยยิ้มกว้าง เธอรีบกินข้าวจนหมดจาน รวมทั้งแตงกวาและผักอื่นๆ ด้วย
เมื่ออิ่มแล้ว เธอก็ออกไปวิ่งเล่นกับแมลงภู่ เพื่อนใหม่ของเธอ
เพื่อนที่คล้ายกับเธอเหลือเกิน...

 

  

 

 

  

 

 

 

  

 

 

 

 

..........................................................................

ภาพแมลงภู่เหล่านี้ผมถ่ายมาจากบ้านทุ่งปลายคลอง ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงซึ่งที่นั้นกำลังเขียวชอุ่ม และเต็มไปด้วยชีวิตที่เริงร่ากับสายฝน  แมลงภู่ก็เช่นกัน ช่วงนี้มันกำลังมีความสุขกับมวลดอกไม้ ทั้งดอกรักและดอกคล้าน้ำช่อห้อย
แล้วคราวหน้าจะเล่าเรื่องของฤดูฝนที่บ้านทุ่งปลายคลองให้ฟังอีกนะครับ

 

 

โดย นาฬิกาลืมเวลา

 

กลับไปที่ www.oknation.net