วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำสอนอิสลาม


 ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ

                                             ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ

                                                        รากฐานคำสอนอิสลาม
        คำสอนที่สำคัญที่สุดและนับว่าเป็นหลักการมูลฐานที่สุดจากการสั่งสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ก็คือการศรัทธาในเอกภาพของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้ได้รับการเปิดเผยในกะลิมะฮฺ(ถ้อยคำ)เบื้องต้นของอิสลาม นั่นคือไม่มีพระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ” (ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ)  ถ้อยคำอันงดงามนี้คือหลักมูลฐานแห่งอิสลาม เป็นรากฐาน และเป็นแก่นแท้ของอิสลามเลยทีเดียว   นี้คือการแสดงออกซึ่งความศรัทธา ซึ่งได้แบ่งแยกมุสลิมที่แท้จริงคนหนึ่งออกจากกาฟิร(ผู้ปฏิเสธศรัทธา) พวกมุชริก(ผู้นำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเป็นภาคีกับความเป็นเจ้าของพระองค์หรือผู้ตั้งภาคี) และพวกดะฮฺรียะฮฺ(พวกที่ไม่นับถือในพระเจ้า)
การยอมรับหรือปฏิเสธถ้อยคำนี้ได้ก่อเกิดโลกที่แตกต่างกันระหว่างมนุษย์คนหนึ่งกับอีกคนหนึ่งขึ้น
   ผู้ศรัทธาในถ้อยคำนี้ ได้กลายมาเป็นชุมชนเดียวกัน และผู้ที่ไม่ยอมเชื่อในถ้อยคำนี้ก็ได้ก่อตัวเป็นกลุ่มปฏิปักษ์ขึ้น
สำหรับผู้ศรัทธาจะได้รับความก้าวหน้าและความสำเร็จอันไม่อาจขัดขวางได้ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ขณะที่ความล้มเหลวและความอัปยศจะประสบกับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานี้ตลอดกาล
แต่ความแตกต่างระหว่างผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ไม่ใช่เกิดจากเพียงแค่การเอ่ยคำสองคำนี้เท่านั้น
  แน่นอนที่สุดว่า เพียงการเอ่ยถ้อยคำหนึ่งหรือสองถ้อยคำไม่ได้มีความสำคัญในตัวมันเองขนาดนั้น     ความแตกต่างที่แท้จริงวางอยู่บนการยอมรับอย่างมีจิตสำนึกต่อคำสอนนี้และการยึดมั่นโดยสิ้นเชิงในการนำมาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน      เพียงแค่การท่องบ่นคำว่า อาหาร  ย่อมไม่อาจบรรเทาความหิวลงได้ หรือเพียงแค่อ่านข้อความในใบสั่งยาเป็นทำนองที่ไพเราะ ก็ไม่สามารถจะบำบัดโรคร้ายได้  เช่นเดียวกัน ถ้า ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ  ถูกท่องซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยปราศจากความเข้าใจใดๆ มันก็ไม่สามารถที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงตามที่มันต้องการให้เกิดขึ้นได้      สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ก็โดยที่คนๆหนึ่งได้เข้าถึงความหมายอย่างถ่องแท้ของคำสอนนี้ ได้ยอมรับพร้อมกับอุทิศตนตามมัน ทั้งเนื้อหาและความมุ่งหมาย  เราออกห่างจากไฟ เพราะว่าเรารู้ว่ามันเผาผลาญเราได้ เราหลีกหนีจากยาพิษ เพราะว่าเรารู้ว่ามันสามารถฆ่าเราได้   ทำนองเดียวกัน หากความหมายที่แท้จริงของ ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ   ถูกเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว เราจะหลีกห่างจากการปฏิเสธศรัทธา การไม่เชื่อพระเจ้า และการตั้งภาคี ในทุกๆรูปแบบ ไม่ว่าในทางศรัทธาหรือในทางปฏิบัติก็ตาม  นี้คือผลลัพภ์โดยธรรมชาติที่จะได้จากการศรัทธาในเอกภาพของอัลลอฮฺ ถึงแม้ว่ามุสลิมทั้งหมดที่ปฏิบัติตามอิสลามได้กล่าว ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ) ซ้ำหลายๆครั้งในทุกๆวัน แต่มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่เข้าใจความหมายของมันอย่างลึกซึ้ง และตระหนักถึงคุณค่าจากความหมายของมัน
ยกตัวอย่าง มีมุสลิมสักเท่าไรกันที่เข้าใจว่า ทำไมชะฮาดะฮฺ ใช้ในรูปปฏิเสธ ลา อิลาฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ)
  แทนที่จะใช้รูปบอกเล่าว่า อัลลอฮฺทรงเอกะ ไปเลย  แล้วทำไมการวิวรณ์ของอัล-กุรอานจึงตอกย้ำแนวความคิดนี้เป็นเวลาถึง 13 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ท่านนบีได้ใช้ไปในมักกะฮฺก่อนการอพยพใปยังมะดีนะฮฺ
ความหมายของ ลา อิละฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ
ในภาษาอาหรับ คำว่า อิละฮฺ” (ที่แปลว่า พระเจ้า) หมายถึง ผู้ที่ถูกเคารพบูชานั่นหมายความถึง สิ่งที่ดำรงอยู่สิ่งหนึ่ง เนื่องจากความยิ่งใหญ่และอำนาจที่มีอยู่ จึงสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการเคารพภักดี สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการก้มกราบด้วยความถ่อมตนและการยอมจำนน

สิ่งใดหรือสิ่งที่ดำรงอยู่ใดๆที่ครอบครอบครองอำนาจที่ยิ่งใหญ่มหาศาล ย่อมถูกเข้าใจโดยมนุษย์ โดยจะถูกเรียกว่า อิละฮฺ

แนวความคิดคำว่า อิลาฮฺยังรวมไปถึงการครอบครองอำนาจไร้ขีดจำกัด และให้ความหมายว่าสิ่งต่างๆต้องพึ่งพิงต่ออิละฮฺแต่อิละฮฺนั้นจะไม่พึ่งพาต่อสิ่งอื่นใดเลย

คำว่า อิละฮฺยังให้ความหมายว่า การปิดบังและความลี้ลับอีกด้วย
  คำว่า คุดา ในภาษาเปอร์เซีย คำว่า เดวา ในภาษาฮินดี คำว่า ก็อด ในภาษาอังกฤษ มีความหมายคล้ายๆกัน    ภาษาอื่นๆก็มีคำนี้อยู่ ซึ่งก็มีความหมายคล้ายคลึงกัน ในทางกลับกัน คำว่าอัลลอฮฺ เป็นชื่อเฉพาะที่สำคัญของผู้เป็นเจ้า  ลา อิละฮะ อิลลั-ล-ลอฮฺ จึงให้ความหมายทางภาษาว่า ไม่มีอิละฮฺใด นอกจากสิ่งที่ดำรงอยู่ที่ยิ่งใหญ่ โดยเรียกว่า อัลลอฮฺ  หมายความว่า ในจักรวาลทั้งหมด ไม่มีผู้ใดที่ควรค่าที่จะได้รับการเคารพภักดีอย่างแท้จริง เว้นแต่อัลลอฮฺ เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่ต้องก้มกราบด้วยการยอมจำนนและเทิดทูน ในฐานะที่พระองค์เท่านั้นเป็นผู้ครอบครองอำนาจทั้งหมดทั้งสิ้น และเราทั้งหมดต้องอยู่ในความโปรดปรานของพระองค์ และเราทั้งหมดมีหน้าที่ต้องแสวงหาความช่วยเหลือจากพระองค์  พระองค์ได้รับการปกปิดจากการเข้าใจแบบพื้นๆจากพวกเรา และสติปัญญาไม่สามารถรับรู้ถึงสภาวะที่พระองค์เป็นอยู่

 

โดย สุดสยาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net