วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Blog TV คนโง่ปั่นจักรยาน ตอน คนโง่ กับ ภูเขาทอง


   นับถึงวันนี้ก็ .. ๑ ปี แล้วสำหรับ -คนโง่-  และสารคดีชุดนี้ ..  

   วันนั้นครูแหลม เฮียชัย และผมนั่งคุยกันเรื่องงานวัดภูเขาทอง ทั้งสองเป็นหนุ่มบางกอก ส่วนผมหนุ่มอุบลฯ เกิดมาก็ยังไม่เคยไปเที่ยวงานวัดภูเขาทองสักครั้ง ได้แต่นั่งคิดว่า มันคงจะเหมือนงานวัดแถวทุ่งคำน้ำแซบบ้านผมนั่นแหละ

   บทสนทนาไหลไปตามเรื่อง แล้วมาจบตรงคำถามที่ว่า สูงใหญ่ขนาดนั้น บรรพบุรุษเราเมื่อร้อยกว่าปีก่อนสร้างบรมบรรพต หรือภูเขาทองขึ้นมาได้อย่างไร

   เฮียชัย .. วิศวกรหนุ่มก็คาดคะเนเรื่องโครงสร้างและรากฐานของภูเขาทองไปตามเรื่อง ครูแหลมก็มาอีกมุมหนึ่ง ส่วนผมได้แต่นั่งฟังทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนในที่สุด ทั้งหมดก็ร้อนรนทนกันไม่ได้ เป็นได้คว้าจักรยานและกล้องวิดีโอออกไปถ่ายทำสารคดีมาอีกสักตอนจะเป็นไร

   นี่แหละครับ .. หลายคนชอบถามจังว่า ทำไมถึงต้องเป็นคนโง่ .. 

   คนปกติเขาเถียงกันเรื่องภูเขาทอง ก็คงจะนั่งเถียงมันในห้องแอร์เย็นๆนั่นแหละ คงไม่ออกไปปั่นจักรยานให้เมื่อยตุ้มแน่นอน

   เส้นทางการเดินทางในวันนั้น พอผมได้กลับมาศึกษาอีกครั้งก็พบว่ามันเกี่ยวข้องกับอย่างน่าอัศจรรย์ใจ .. จุดแรกที่เราแวะพักกันคือบริเวณแยกแม้นศรี ตรงนั้นจะเห็นตึกการประปาโดดเด่นเป็นสง่า นี่แหละครับคือจุดเชื่อมโยงแรก

   เชื่อหรือไม่ว่า น้ำประปาที่เรานำวิทยาการตะวันตกเข้ามาใช้ในบ้านเมืองเราเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้น มันได้ช่วยรักษาชีวิตราษฎร์ไว้มิใช่น้อย

   ก่อนจะมีน้ำประปาใช้กันนั้น ผู้คนในบางกอกจะใช้น้ำฝนกันเป็นหลัก พอฝนตกมาแรงๆตุ่มที่มีไว้รอบบ้านก็กักเก็บน้ำไว้ใช้กันได้แรมปี จนชนแล้ง ส่วนชาววังนั้น เขาไม่ได้ใช้น้ำฝนหรือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ เพราะตั้งแต่สมัยอยุธยามาแล้ว เจ้าเมืองเพชรบุรีมีงานสำคัญอย่างหนึ่ง คือ.. ต้องส่งน้ำจากแม่น้ำเพชรมาให้ในวังได้ใช้สอยกัน เพราะน้ำในแม่น้ำนี้ ใส และสะอาดยิ่งกว่าแม่น้ำอื่นๆ และชาววังก็ใช้น้ำจากแม่น้ำเพชรนี้มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ..

   ส่วนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั่นล่ะ ?

   เขาใช้น้ำในแม่น้ำกันเฉพาะในช่วงน้ำหลากเท่านั้นครับ เพราะในช่วงแล้งน้ำจะลดลงมาก ขืนใครตักมาดื่มกินเป็นได้ล้มหมอนนอนเสื่อกัน หรือหนักเข้าก็ถึงตายเลยทีเดียว เพราะในช่วงแล้ง น้ำในเจ้าพระยาจะเป็นพิษ ด้วยน้ำน้อยทำให้สิ่งสกปรกเจืออยู่ในน้ำเยอะกว่าช่วงน้ำหลาก หรือหน้าฝน..

   เรื่องนี้ชาวบางกอกในอดีตเขารู้กันดี ..

   แต่ต่อมาผู้คนในเมืองเริ่มแออัดกันมากขึ้น สุขาภิบาลก็เริ่มมีปัญหา น้ำท่าขาดแคลน ผสานกับช่วงนั้น มีโรคอหิวาต์ระบาดเพราะน้ำที่ใช้ดื่มกินกันนั้นไม่สะอาด.. เท่านั้นแหละครับ ผู้คนในพระนครล้มตายกันอย่างใบไม้ร่วง ว่ากันว่าเช้านั่งคุยกันดีๆ ตกเย็นกลายเป็นผีไปซ่ะแล้ว

   สมัยนั้นผมจำไม่ได้แน่ว่าปลายรัชกาลที่ ๕ หรือต้นรัชกาลที่ ๖ นี่แหละครับที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คนตายชนิดสัปเหร่อทำงานกันไม่ทัน ขนาดเผารวมกันหลายๆศพยังไม่ทันกับศพใหม่ที่เข็นกองๆรวมกันมา ภาพนั้นน่าสังเวชใจยิ่ง

   สุดท้ายสัปเหร่อต้องเอาศพเหล่านั้นไปกองทิ้งให้แร้งกาแล้วก็สุนัขกินกันอย่างน่าอนาจใจ คิดดูสิครับว่าแต่ละวันจะตายกันมากขนาดไหน .. ใบไม้ร่วง

   แร้ง วัดสระเกศ มีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็เพราะการนี้แหละครับ

   เห็นมั้ยครับ น้ำประปาที่เราเปิดทิ้งเปิดขว้างกันทุกวันนี้ มีค่ากับชีวิตเราขนาดไหน ถ้าเราจะบอกว่าเมื่อก่อนคนตายเพราะไม่มีน้ำประปาใช้กัน เราคงจะหัวเราะงอกลิ้ง. เพราะนึกภาพกันไม่ออก ..

   โม้ซ่ะปั่นจักรยานออกไปนอกเรื่อง .. คราวนี้เรามากันที่ภูเขาทองครับ

   หลายคนคงเคยไปกราบพระบรมสารีริกธาตุกันบนยอดภูเขาทองกันแล้วนะครับ ประวัติภูเขาทองผมเคยเล่าไว้แล้วใน Blog Talk จึงไม่ขอเขียนอีก แต่ได้นำมาให้ฟังกันเลยจะดีกว่า

 

   ส่วนประเด็นที่คนโง่ทั้ง ๓ ปั่นจักรยานออกไปหาเรื่องไปทั่วบางกอกนั้น ก็เริ่มจากเราสงสัยว่า ภูเขาทองซึ่งผ่านการสร้างมาถึง ๓ รัชกาล คือตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ จนมาสำเร็จเอาในรัชกาลที่ ๕ นั้น

   เป็นไปได้มั้ยว่า ภายใต้ภูเขาทองนั้น คือ โอ่ง กระถางดินเผาที่นำมาก่อๆกันเป็นชั้นขึ้นไป ...

   เป็นไปได้มั้ยครับ?

   งั้นเราไปหาความสำราญจาก สารคดีคนโง่.. ปั่นจักรยาน กันดีกว่าครับ.. 

  

 

โดย joeyman

 

กลับไปที่ www.oknation.net