วันที่ พุธ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

=สิ้นแล้ว อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ ครูใหญ่ช่างศิลป..ของเรา=



"ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม ฝึกฝนหลากเทคนิค
อย่าตั้งใจเกินไป ให้ปล่อยใจเล่นสนุกอย่างเสรี และไม่ควรท้อถอย
หากทำได้ เมื่อ
ใจมี ไม่ช้าฝีมือจะมาเอง"

สวัสดิ์ ตันติสุข


 
In the Street, Italy. 1957, 21x28 cm. ink on paper

 
Front, Nude. 1958, 21x27 cm. ink on paper

 
Saint Paul Chapel Munich. 1960, 26x37 cm. watercolor on paper

 
Montezakel. 1960, 50x38 cm. watercolor on paper

 
Thammasart. 1992, 37x25 cm. ink and watercolor on paper

 
Klonglarn Waterfall. 1995, 90x120 cm. oil on canvas

 
Watercolor Painting 1997. 1997, 61x46 cm. watercolor on paper


Hotel Room, Vietnam. 1998, 38x28 cm. watercolor on paper

 
Malaysia by Night. 1999, 25x25 cm. ink and watercolor on paper

 
Watercolor Painting 2000. 2000, 50x35 cm. watercolor on paper


 
Solar Colipse. 2000, 100x100 cm. oil on canvas


 
On the Boat, Srichang. 2001, 37x25 cm. ink and watercolor on paper

 
The wine. 2006, 43x50 cm. watercolor on paper


 
Landscape Ruins. 38x50 cm. oil on board


 
Golden Shower. 2007, 70x90 cm. oil on canvas



อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข
เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2468 ธนบุรี 

การศึกษา
- โรงเรียนวัดรางบัว
- โรงเรียนวัดนวลนรดิศ
- โรงเรียนเพาะช่าง
- คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- Academy of Fine Arts, Rome, Italy

ปัจจุบัน
- ศิลปินอิสระ
- ราชบัณฑิต

รางวัลและเกียรติคุณ
- รางวัลที่ 3 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1
- รางวัลที่ 2 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2
- รางวัลที่ 2 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 3
- รางวัลที่ 2 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 4
- รางวัลที่ 1 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 5
- รางวัลที่ 2 ประเภทวาดเส้น การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 5
- รางวัลที่ 1 ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 6
- ศิลปินชั้นเยี่ยมประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2498
- เหรียญทอง การประกวดภาพเขียน ณ เมืองเรเวนนา อิตาลี พ.ศ. 2502
- รางวัลที่ 1 การประกวดภาพเขียน ณ มหาวิทยาลัยแห่งโรม อิตาลี พ.ศ. 2503
- รางวัลที่ 1 ประเภทสีน้ำ การประกวดภาพเขียนขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2504
- รางวัลที่ 2 การแสดงศิลปะนานาชาติ กรุงไซงอน เวียดนามใต้ พ.ศ. 2505
- รางวัลงานมหกรรมศิลปะ ณ เมืองคานส์ ฝรั่งเศส พ.ศ. 2512
- ศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2534
- ราชบัณฑิต ประเภทวิจิตรศิลป์ สาขาจิตรกรรม ประจำปี 2535

การแสดงผลงานเดี่ยว
- ณ สภาวัฒนธรรมอิตาลีแห่งภาคตะวันออกกลางและตะวันออกไกล (IS.MEO)กรุงโรมและมิลาน อิตาลี 2503
- ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ 2528
- ณ โรงแรมดุสิตธานี 2530
- นิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส ประจำปี 2536 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ 2536
- ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์
 

สวัสดิ์ ตันติสุข : กว่าหกสิบห้าปีบนเส้นทางแห่งการสร้างสรรค์

โดย ปาน...น้ำ


“ ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม ฝึกฝนหลากเทคนิค อย่าตั้งใจเกินไป ให้ปล่อยใจเล่นสนุกอย่างเสรี และไม่ควรท้อถอย หากทำได้ เมื่อ“ใจ”มี ไม่ช้า“ฝีมือ”จะมาเอง ”

คำกล่าวนี้อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม)พ.ศ.2534 มักจะใช้สรุปในการถ่ายทอดให้ผู้ที่รักชอบและมีใจรักที่อยากจะปฎิบัติงานศิลปะ เขาเข้าศึกษาคณะจิตรกรรม และประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อพ.ศ.2486 หลังจากจบการศึกษาวุฒิ ป.ป.ช.จากโรงเรียนเพาะช่างด้วยคะแนนสูงระดับต้นๆ ตามเกณฑ์ เข้ามาเป็นนักศึกษารุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือกในสมัยที่มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้บุกเบิกในยุคแรก

ศิลปินแห่งชาติท่านนี้ถือกำเนิดและเติบโตในบ้านเรือนไทยหลังคาแฝดริมคลองภาษีเจริญ เขาเป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้องชายล้วน 3 คน บิดามารดามีอาชีพทำสวน ปลูกทั้งพืชล้มลุกและไม้ยืนต้น บนเนื้อที่ 7 ไร่เศษ มีรายได้จากการนำพืชผลในสวนใส่เรือล่องขายตามละแวกคลองภาษีเจริญเรื่อยไปจนถึงถึงหนองแขม นอกจากนี้ยังมีรายได้จากชาวนาส่วนใหญ่ที่เชื่อของไว้โดยชำระด้วยวิธีตกข้าวเปลือกเมื่อสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวในแต่ละปี และยังซื้อเพิ่มเพื่อนำมาขายได้กำไรเป็นค่าใช้จ่าย ตลอดจนเป็นทุน ส่งเสียเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่ลูกๆ ในวัยเด็ก สวัสดิ์เข้ารับการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนวัดรางบัว โรงเรียนวัดนวลนรดิศ และขอตามพี่ชายไปเรียนในโรงเรียนเพาะช่าง กระทั่งมีโอกาสเรียนจนจบอนุปริญญาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ตามลำดับ

“ความคิดเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ให้ใช้สมอง(ความคิด)และมือ(ฝีมือ)ไปด้วยกัน”

“ทำงานจิตรกรรมอย่าทาสี จงระบายสี”

“ ควรทำใจให้ว่างไม่มีอคติใดๆ แล้วให้รูป(งานศิลปะ)พูดกับเรา” ฯลฯ

ประโยคต่างๆ เหล่านี้ ของท่านศาสตราจารย์ศิลป พีระศรีถูกถ่ายทอดออกมาจากความทรงจำอันแจ่มชัดของสวัสดิ์ผู้เป็นศิษย์ที่ถืออาจารย์ท่านนี้เป็นเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดทางศิลปะ เมื่อประมวลความรู้ทั้งหมดที่ได้รับ ประกอบกับความขยัน อดทน ไม่ยอมแพ้ ทำให้ สวัสดิ์ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการศิลปะได้ไม่ยาก และไม่นาน แนวทางสร้างสรรค์งานของเขามีรากฐาน และ ก่อร่างสร้างเป็นแก่นอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจากความคิดที่ “ต้องให้แตกต่างจากคนอื่น”บางครั้ง สวัสดิ์ ถึงกับกล้าใช้คำว่า “คิดพิเรนทร์ ไม่เหมือนใคร” มาจนถึง “เล่น- เรียน เรียน-เล่น” ต่อยอดทางความคิด แล้วถ่ายทอดต่อให้ศิษย์ในวันนี้ 

พ.ศ.2499-2503 สวัสดิ์มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังสถาบันวิจิตรศิลป กรุงโรม ประเทศอิตาลี ประสบการณ์ครั้งนั้นช่วยเพิ่มพูนทักษะ รวมถึงโอกาสแสดงความสามารถอันโดดเด่น ให้เป็นที่ประจักษ์ ที่นี่เขาเริ่มเข้าใจในคุณค่างานนามธรรม และเริ่มปฎิบัติงานในแนวทางนามธรรม ด้วยเทคนิคสีน้ำมันเวลาต่อมา ระหว่างศึกษา และก่อนกลับประเทศไทยในปีพ.ศ.2503 เขาได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวดงานศิลปะระดับเยาวชนหลายรางวัล ครั้งสำคัญได้แก่การประกวดที่เมืองราเวนนา และการประกวดระดับชาติทั่วทั้งประเทศอิตาลี ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ สภาวัฒนธรรมอิตาลี แห่งภาคตะวันออกกลาง และตะวันออกไกล ( Is.MEO )ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อุปถัมภ์ทุนให้ ได้จัดนิทรรศการพิเศษสำหรับเขาขึ้น ทั้งที่ในกรุงโรมและสาขาเมืองมิลาน

นอกจากนี้เขาเป็นศิลปินที่มีทักษะ ชำนาญในการใช้สีน้ำหาตัวจับยากคนหนึ่ง ความช่างสังเกต ความบังเอิญ และโชค มักจะปรากฏขึ้นพร้อมๆ กันในบางจังหวะชีวิต บ่อยครั้งที่ปรากฏการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดผลงานที่ทำให้เขาหลงรักและหวงแหนหลายภาพ หลายรางวัลใหญ่จากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้เกียรติประวัติของศิลปินท่านนี้อยู่ในแถวหน้าของผู้มากด้วยคุณานุประการต่อวงการศิลปะบ้านเรา เขาเป็นทั้งศิลปินชั้นเยี่ยม ราชบัณฑิต ได้รับเกียรติเป็นดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรม จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอาจารย์ วิทยากร กรรมการ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และภาคภูมิใจเป็นที่สุดเมื่อได้เข้ารับพระราชทาน เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิจิตรศิลป์ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปีพ.ศ.2546

กว่าหกสิบห้าปีที่อุทิศชีวิตให้คำว่า “ศิลปะ” ผลงานและเกียรติประวัติของเขาจะได้รับการ ถ่ายทอดสู่สาธารณชน 

ขอกราบคาราวะ ดวงวิญญาณ ท่านอาจารย์ สวัสดิ์ ตันติสุข 

ท่านคือพ่อของเรา..ชาวช่างศิลป

=ครูแหลม=

ข่าวจาก...ASTVผู้จัดการออนไลน์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์5 สิงหาคม 2552 17:19 น.


สิ้น “ครูสวัสดิ์ ตันติสุข” วัย 84 ปี ศิลปินแห่งชาติ สาขาจิตรกรรม ปี34 ระบุติดเชื้อในกระแสเลือด เผยเป็นผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่พัฒนางานจิตกรรม ยกระดับศิลปินไทยสู่วงการศิลปะนานาชาติ
       
       วันนี้(5 ส.ค.) นายปริญญา ตันติสุข บุตรชาย นายสวัสดิ์ ตันติสุข ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2534 เปิดเผยว่า นายสวัสดิ์ บิดาได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.45 น. ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เนื่องจากติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริอายุได้ 84 ปี โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 17.30 น. ณ ศาลา 7 วัดมกุฎกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ และจะมีพิธีสวด พระอภิธรรมศพ เป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศล และดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ ต่อไป
       

       นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช. ) กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สูญเสียปูชนียบุคคล ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านจิตรกรรม อีกทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ลูกหามากมาย ก่อให้เกิดประโยชน์ในวงการศึกษาอย่างกว้างขวาง ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.)ได้จัดสวัสดิการช่วยเหลือศิลปินแห่งชาติที่เสียชีวิตเป็นจำนวนเงิน 135,000 บาท
       
       สำหรับ นายสวัสดิ์ ตันติสุข เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2468 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบันได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปี เป็นผู้บุกเบิกงานจิตกรรมที่สำคัญ โดยได้สร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เป็นรูปธรรมเข้าสู่แบบนามธรรม ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาด้านจิตกรรมของศิลปินรุ่นหลังเป็นอย่างมาก ทำให้ศิลปินไทยประสบความสำเร็จในวงการศิลปะนานาชาติ
       
       นอกจากนี้ นายสวัสดิ์ยังได้อุทิศตน ให้กับการสอนและการเผยแพร่ศิลปะโบราณและสมัยใหม่ให้แก่นักศึกษาในสถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปะนานาชาติ และการแสดงศิลปะอื่นๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน ผลงานศิลปะและวิชาการทางศิลปะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลและเกียรติคุณจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติและนานาชาติ เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมของการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ดำรงชีวิต สร้างสรรค์ศิลปะ และประกอบกิจการงานด้วยคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติประจำปี 2534 จากสวช.

 

โดย ครูแหลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net