วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชาวบ้านหวั่น!!! เขื่อนท่าแซะกำลังจะกลับมา


ประตูระบายน้ำคุริง
สัญญาณเตือน‘เขื่อนท่าแซะ’กำลังจะมา

“ตอนพายุไต้ฝุ่นเกย์มาเรายังเหลือที่ดิน ถ้าเขื่อนมาเราไม่เหลืออะไรสักอย่าง”
นางรอย แสงผ่อง หรือป้ารอยเปรียบเทียบความเสียหายที่เคยเกิดขึ้น
และกำลังจะเกิดบนผืนดินที่อยู่อาศัยมานานหลายปี

ป้ารอยเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนั้นพวกเราเหลือกันแต่ตัว ต้นไม้ บ้าน ทรัพย์สินต่างๆ
ถูกพายุกระหน่ำจนไม่เหลือ ถ้าเขามาสร้างเขื่อนตั้งแต่ตอนที่เราไม่เหลืออะไร
เราก็คงยอมให้สร้าง เพราะเราอาจจะได้เงินไปตั้งตัวใหม่บ้าง

นางอุไร โพธิ์ทอง หรือป้าไร เจ้าของบ้านซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่กรมชลประทานกำหนด
ให้เป็นสันเขื่อนพอดี เสริมที่ป้ารอยพูดว่า ตอนนี้ผ่านมา 20 ปีแล้ว ผลอาสินของ
พวกเราสร้างเม็ดเงินไม่น้อย เราสร้างจากภูเขาหัวโล้นสีแดง จนกลายเป็นป่าสีเขียว
จะเอาที่เราร้อยไร่ แล้วให้ที่ดินไม่ได้เรื่องกับเราสิบไร่ แบบนี้เราไม่ยอม

เวลาเขานับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ เขาจะนับเฉพาะคนที่มีบ้านเลขที่เท่านั้น
แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอีกประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เป็นคนไทยพลัดถิ่น
ไม่มีสัญาติ

“ตอนที่เขาเข้ามาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ก็ให้ชาวบ้านเซ็นชื่อ
กับดินสอ ชาวบ้านเซ็นว่าไม่เอาเขื่อน พวกเขาก็เอาปากกาเซ็นใหม่ ลบลายมือ
ที่เป็นดินสอออก พร้อมทั้งข้อความที่ได้รับจากชาวบ้านจริงๆ ก็เปลี่ยนจากไม่เอาเขื่อน
เป็นเอาเขื่อน” ป้าไรเล่า

นายวิโรจน์ ชูกลาง เล่าว่า เขาเข้ามารังวัดที่และบอกชาวบ้านว่า จะเอาชื่อไปออก
เอกสารสิทธิ์ ชาวบ้านก็เซ็นชื่อให้ ตอนหลังพวกเรารู้ว่ารายชื่อไปอยู่ที่กรมชลประทาน
ก็เลยไปขอเอกสารที่พวกเราเซ็นไปกลับคืน

“พวกเราเคยไปที่ทำเนียบรัฐบาล เขาบอกว่ายังไงเขาจะต้องทำเขื่อนให้ได้
เพราะได้งบประมาณ 51 ล้านใช้ไปแล้ว 11 ล้านบาท ชาวบ้านเลยถามว่า
อีก 40 ล้านบาทไว้ทำอะไร เขาก็บอกว่าให้สนามบินสุวรรณภูมิยืมไป”
พี่วิโรจน์เล่า

พี่วิโรจน์บอกว่า ทางกรมชลประทานอ้างว่า พื้นที่สร้างเขื่อนเป็นป่าเสื่อมโทรม
สร้างรายได้ให้ชาวบ้านแค่ปีละ 14 ล้านบาท แต่พวกเราคิดกันเล่นๆ เอารายได้
ชาวบ้านมารวมกัน กลายเป็นว่า ชาวบ้านที่นี่มีรายได้ปีละ30 ล้านบาท ไม่รู้ว่า
กรมชลประทานเอาตัวเลขมาจากไหน

นางวัชรี จันทร์ช่วง หรือพี่ปุ้ม หยิบหนังสือพิมพ์เก่าที่เก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลให้เราดู
พร้อมกับบอกว่า มีรอยแยกห่างจากสันเขื่อนประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ทาง
กรมชลประทานก็ยังยืนยันว่าสร้างได้

เขื่อนท่าแซะ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านร้านตัดผม ตำบลสองพี่น้อง
อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่น้ำท่วมประมาณ 6,828 ไร่ เมื่อรวมพื้นที่
ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อน รวมทั้งพื้นที่ท้ายเขื่อน
ทั้งหมด 8,000 กว่าไร่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3.3 พันล้านบาท
มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 400 ครอบครัว

ถึงแม้มติคณะรัฐมตรีจะให้ชะลอเขื่อนท่าแซะ ตั้งแต่ปี 2540 แต่ชาวบ้าน
ก็หวั่นเกรงมาตลอดว่า เขื่อนอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้

ด้วยเพราะเขื่อนท่าแซะเป็นผลพวงมาจากองค์การความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น
หรือไจก้า เข้ามาศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชุมพร เมื่อปี 2534
เพื่อสนองตอบนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น

เขื่อนท่าแซะจึงเป็นเขื่อนที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า จะนำน้ำไปใช้ในนิคม
อุตสาหกรรมเหล็กของสหวิริยา ที่จะเกิดขึ้นที่บ้านถ้ำธง ตำบลปากคลอง
อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ในอาณาบริเวณ 30,000 ไร่

สิ่งที่ชาวบ้านกังวลอยู่ตลอดเวลาก็เกิดขึ้นจริงๆ เพราะเมื่อเราขับรถไปดูบริเวณ
ที่ทางกรมชลประทานสร้างประตูระบายน้ำ หลังวัดคุริง ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ
ก่อนที่เราจะขับรถไปถึงที่หมายประมาณ 1 กิโลเมตร พี่ปุ้มและพี่วิโรจน์ถึงกับตกใจ
จนต้องเหยียบเบรกรถกระทันหัน

ด้วยเพราะภาพข้างหน้า เป็นรถของกรมชลประทานหลายประเภทและหลายคัน
ทั้งที่จอดอยู่เฉยๆ และกำลังทำงาน

ดินสีแดงถูกขุดจนเป็นคลอง คล้ายคลองคลองส่งน้ำของกรมชลประทาน

เมื่อออกเดินทางต่อไปจนถึงวัดคุริง พอเราเดินข้ามคลองท่าแซะไปยังอีกฝั่ง
พี่ปุ้มและพี่วิโรจน์ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก เพราะบนเนื้อที่กว่า 700 ไร่
กำลังมีการก่อสร้างประตูน้ำขนาดใหญ่ใหญ่กว่าที่ชาวบ้านเคยรับรู้มา

“ถ้าหากมีการสร้างขนาดใหญ่อย่างนี้ คงไม่ใช่ประตูน้ำธรรมดาแล้ว” พี่ปุ้มอุทาน

จากที่เราเดินวนเวียนดูรอบๆ และประเมินสถานการณ์กันเล่นๆ ว่า อย่างนี้เขื่อน
ท่าแซะต้องเกิดแน่ๆ เพราะการสร้างประตูระบายน้ำใหญ่โตเฉียดพันไร่
เป้าหมาย ก็คือ รองรับน้ำจากเขื่อนท่าแซะ

เป็นการขยับตัวของเขื่อนท่าแซะ ที่มาพร้อมกับความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรมเหล็ก
ของสหวิริยา ที่อำเภอปะทิว

นี่คือ สัญญาณอันตราย สำหรับชาวบ้านในพื้นที่เขื่อนท่าแซะโดยแท้


ใหญ่โต – ประตูระบายน้ำหลังวัดคุริง ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ที่กินเนื้อที่กว่า 700 ไร่ เริ่มก่อสร้างไว้รองรับน้ำจากเขื่อนท่าแซะ
ทั้งที่ตอนนี้มติคณะรัฐมตรียังให้ชลอโครงการเขื่อนท่าแซะไว้ก่อน

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net