วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"เขื่อนท่าแซะ" กับเหตุผลที่ชาวบ้านไม่ต้องการ


เขื่อนท่าแซะภัยที่ยังคุกคามชาวบ้าน

เขื่อนท่าแซะ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านร้านตัดผม
ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่น้ำท่วม
ประมาณ 9,800 ไร่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3.3
พันล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 400 ครอบครัว
มีการศึกษารายงานผลกระทบพร้อมกับเขื่อนรับร่อ
เมื่อปี2536 – 2538
 
เขื่อนท่าแซะ ผ่านการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบ
ด้านสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ เมื่อปี 2544
ช่วงที่มีการเปลี่ยนประธานผู้ชำนาญการ จากดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์
เป็นดร.ปริญญา นุตาลัย ยังไม่ทันได้ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการ
ก็มีการดึงโครงการเขื่อนท่าแซะ จากผู้ชำนาญการ ขึ้นไปพิจารณา
ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้หลายประเด็นยังไม่ได้
ข้อยุติ เช่น
 
1. เรื่องพื้นที่อพยพ (กรรมการผู้ชำนาญการไม่เคยลงสำรวจ
พื้นที่) ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมรายงานใหม่ ของบริษัทที่ปรึกษา
แต่ไม่มีพื้นที่อพยพ
 
2. ข้อเสนอชาวบ้านให้หาที่ชดเชยให้ครอบครัวละ ๒๕ ไร่
แต่กรมชลประทานตอบกับผู้ชำนาญการว่า ไม่สามารถหาได้
เนื่องจากเรียกร้องมากเกินไป และหาที่ได้ยากมาก
 
3. พื้นที่น้ำท่วมเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวง
ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จำนวน  2,400 ไร่ แต่ในรายงาน
เขียนไว้เพียง 100 กว่าไร่ และในรายงานพยายามหลีกเลี่ยง
ไม่กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
 
4. ไม่เคยรับฟังความเห็นชาวบ้าน เนื่องจากไม่เปิดโอกาส
ให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม
 
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 กรมชลประทานต้องการนำ
โครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนิน
การโครงการเป็นไปตามแผนงบประมาณที่เสนอไว้

แต่ชาวบ้านประมาณ 60 คน เดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอให้ยับยั้งเรื่องไว้ก่อน พร้อมกับยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอโครงการ
ไว้ก่อน เนื่องจากการผ่ารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ไม่เป็นไปตามขั้นตอน

เป็นผลให้โครงการเขื่อนท่าแซะ ถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุม
คณะรัฐมนตรี ในวาระเพื่อทราบ ไม่ได้ขออนุมัติดำเนินการ
เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และคณะรัฐมนตรีเห็นว่า โครงการนี้น่า จะมีปัญหา จึงได้
ทำข้อสังเกตให้กรมชลประทานนำกลับไปทำความเข้าใจ
กับชาวบ้าน
 
เดือนมิถุนายน 2546 กรมชลประทาน ตั้งคณะกรรมการ
ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยมีเฉพาะส่วนราชการฝ่าย
ปกครอง และกำนันกับผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่มีชาวบ้านผู้ได้รับ
ผลกระทบร่วมเป็นคณะกรรมการ ในเอกสารแต่งตั้งคณะ
กรรมการฯ ระบุว่า เป็นโครงการพระราชดำริ แต่ชาวบ้าน
ได้ยกขบวนไปสอบถามทางจังหวัดชุมพร ได้รับคำตอบว่า
ไม่ใช่โครงการพระราชดำริ
 
เดือนเดียวกันนี้ ได้มีการนำโครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่
คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบงบประมาณ ปี 2546
จำนวน 50 ล้านบาท และมีงบประมาณผูกพันไปจนถึงปี
2551 จำนวน 3,200 บาท ทั้งนี้กรมชลประทานต้อง
ดำเนินการตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมได้ทำความเห็นแย้งไป 4 ข้อให้แล้วเสร็จก่อน

ในส่วนของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ
เขื่อนท่าแซะ ในช่วงแรกไม่กล้าออกมาคัดค้าน เนื่องจาก
มีการแอบอ้างว่า เป็นโครงการพระราชดำริ อีกทั้งมีการ
ข่มขู่ว่า ถ้าออกมาคัดค้านกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่
จะไม่ได้รับค่าชดเชย และจะไม่ได้รับสัญชาติไทย

ต่อมา ชาวบ้านได้รวมตัวเป็นเครือข่ายประชาชนต้นน้ำท่าแซะ
ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการเขื่อนท่าแซะ ลงวันที่
20 พฤษภาคม 2546 ระบุว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว
มีการละเมิดสิทธิของชาวบ้าน

จากนั้น วันที่ 1 มีนาคม 2547 ชาวบ้านประมาณ 80 คน
ได้ชุมนุมกันที่ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง
อำเภอท่าแซะ เพื่อคัดค้านโครงการ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.ความไม่ปลอดภัยของเขื่อนท่าแซะ เนื่องจากบริเวณสร้าง
เขื่อนอยู่ห่างจากรอยเลื่อนแผ่นดินไหวแค่ 2 กิโลเมตร
อาจจะทำให้เขื่อนพังได้

2.หลังมีเขื่อนท่าแซะ ประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อนจะประสบปัญหา
น้ำท่วมรุนแรงขึ้น เพราะคลองท่าแซะน้ำมาก เขื่อนไม่สามารถ
รองรับได้หมด

3.มีการปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริง อ้างว่าสร้างเขื่อนเพื่อการ
ชลประทาน แต่ความจริงต้องการนำน้ำไปให้อุตสาหกรรมเหล็ก
ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอปะทิว
จังหวัดชุมพร

4.เขื่อนท่าแซะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ท่วมป่าอนุรักษ์
ต้นน้ำของคลองท่าแซะ อนาคตในฤดูฝนน้ำจะท่วมใหญ่
แต่ฤดูแล้งน้ำจะน้อยเพราะไม่มีป่า

5.นิคมอุตสาหกรรมเหล็กแห่งใหม่ จะต้องใช้ที่ดินของชาวชุมพร
ถึง 25,000 ไร่ อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากมลพิษ
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

6.เขื่อนท่าแซะทำลายเศรษฐกิจประชาชนชาวท่าแซะ ถึงปีละ ๓๐๐
ล้านบาทจนถึงขณะนี้ กรมชลประทานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ยังคงพยายามผลักดันโครงการนี้ต่อไป

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net