วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทนำมติชนเพี้ยน...ด่าอาจารย์มหาลัยต้านฎีกาเท่ากับสร้างความแตกแยก


“เสนอทางออกดีกว่า”

บทนำมติชน
4 สิงหาคม 2552

เป็นการแสดงออกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับมติของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จำนวน 26 แห่ง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม คัดค้านการเข้าชื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดำเนินการโดยแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดย นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า จะประสานไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยเอกชนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศที่มีความเห็นสอดคล้องกันให้ร่วมกันลงชื่อ จากนั้นจะทำหนังสือส่งถึงราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ขอให้ยับยั้งการนำฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมติดังกล่าวเกิดขึ้นวันเดียวกับคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ท้องสนามหลวงเพื่อนำรายชื่อฎีกามามอบให้แกนนำ นปช. ปรากฏว่ามีมากเกินกว่า 4 ล้านรายชื่อ

แม้ว่าการแสดงออกของบรรดาอธิการบดีมหาวิทยาลัย 26 แห่ง จะมีเหตุผลรองรับในทรรศนะของอธิการบดีภายหลังจากปรึกษาหารือกันในที่ประชุมดังปรากฏในการแถลงการณ์ 5 ข้อ แต่ไม่ได้ช่วยให้คนที่ตั้งใจลงรายชื่อในฎีกาซึ่งดำเนินมาจนถึงวันสุดท้ายเลิกล้มความตั้งใจ อีกประการหนึ่ง แกนนำ นปช.ก็ยังคงยืนยันจะนำผู้ลงชื่อในฎีกาไปทูลเกล้าฯถวายต่อสำนักพระราชวัง เพื่อให้มีการพระราชทานอภัยโทษ

ต้องยอมรับว่า บทบาทของอธิการบดีมหาวิทยาลัย 26 แห่ง ได้เข้าไปอยู่ในวงจรของคู่ความขัดแย้งโดยไปยืนอยู่คนละข้างกับฝ่ายที่กำลังเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการอภัยโทษ ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายนี้ย่อมไม่เป็นที่พอใจ การณ์จะกลายเป็นว่า ความขัดแย้ง แตกแยกที่มีอยู่เดิมในหมู่คนไทยจะเพิ่มทวีขึ้น แทนที่ปัญหาจะได้รับการเยียวยากลับจะทำให้ปัญหาบานปลายไปมากจนยากต่อการแก้ไข

จะเป็นสิ่งที่ดีและเหมาะสมอย่างยิ่ง หากการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย 26 แห่ง ใช้องค์ความรู้ทางวิชาการ ตั้งประเด็นหรือหัวข้อว่า "แนวทางการแก้วิกฤตของชาติ" แล้วปรึกษาหารือกัน โดยใช้ทฤษฎีและผลการศึกษาวิจัยในรูปของวิทยานิพนธ์และดุษฎีนิพนธ์ทั้งของคณาจารย์และนักศึกษาทั้งระดับปริญ ญาโทและปริญญาเอก ซึ่งผลงานวิชาการชั้นสูงจะมีการอภิปรายผลและข้อเสนอแนะก็จะเกิดประโยชน์ หรือหากจะระดมคณาจารย์ในสายวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ สังคม ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเป็นคณะกรรมการแล้วเร่งระดมความเห็นเพื่อประมวลมาเป็นข้อสรุปสำหรับการปฏิบัติที่จะเสนอฝ่ายต่างๆ ที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมือง รวมไปถึงประชาชนซึ่งแบ่งกันเป็นพวกสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน และยังมีสีเขียวที่เป็นทหาร สีกากีที่เป็นตำรวจ

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เคยประชุมกันและมีข้อเสนอแนะ แต่ไม่ได้รับตอบรับ ต่อมาความขัดแย้ง แตกแยกของคนไทยนำไปสู่ความรุนแรง จนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐสภาที่มีนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานรัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บัดนี้ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภา ข้อเสนอประการหนึ่งของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ คือให้มีการเจรจากัน แต่ไม่มีพรรคการเมืองไหนขานรับ ทำให้วิกฤตทางการเมืองตกอยู่ในสภาพมืดมน ไร้ทางออก

น่าเสียดายที่สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นอิสระ มีเสรีภาพทางวิชาการแทนที่จะใช้ภูมิปัญญาและองค์ความรู้เพื่อเสนอแนะทางออกเพื่อให้แสงสว่างกับสังคม กลับแสดงบทบาทในการคัดค้านการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาซึ่งรังแต่จะถ่างความขัดแย้ง แตกแยกให้กว้างยิ่งขึ้น

(ที่มา มติชนรายวัน , 4 สิงหาคม 2552)

******************

ฮ่วย..! จบจั่งซี่ข้อยรับบ่ได้เด้อ...สิบอกไห่..!

ผมอ่านมติชนมานาน นานพอๆ กับอายุของมติชนในวันนี้

บางทีก็พอรับได้ บางเรื่องเห็นด้วย แต่สำหรับกรณีนี้ต้องบอกว่า

เพี้ยนแล้วมติชน

ถ้าไม่ถวายฎีกาสิ ทำให้เรื่องแตกแยกระงับไป

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net