วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันที่สนธิประกาศตัดเชือก ปชป. นี่คือวันที่ผมรอมานาน...!


"ถ้าใครเป็นพันธมิตรฯ มายืนข้างหลังผม
แล้วเราเดินหน้าไปด้วยกัน" กร๊ากกกกก!!!!!


"วันนี้ใครอยากอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่เลย
ไม่ต้องมาแอบแฝงอยู่กับผม

ถ้าใครเป็นพันธมิตรฯ มายืนข้างหลังผม
แล้วเราเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อทำบ้านทำเมืองให้มันดีขึ้น

พี่น้องที่ฟังผมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันออก หรือภาคใต้
ถ้ายังรักประชาธิปัตย์ เลือกไม่ถูก ไปอยู่ประชาธิปัตย์

วันนี้ถึงเวลาต้องเลือกข้างแล้ว ไม่ใช่เลือกข้างว่ายืนเหลืองไม่ยืนแดง

แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเลือกข้างเหมือนกัน

คุณอยากได้ประชาธิปัตย์คุณไปอยู่ประชาธิปัตย์
แล้วคุณจะได้คนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ มาตลอด"

...............................................

น้าน...วาทะนี้ของสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผมแม้แต่น้อย
เนื่องเพราะผมมองเห็นมานานแล้วว่า .....

ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ที่ สนธิ ลิ้มทองกุลไม่สมประโยชน์กับผู้มีอำนาจ

เมื่อนั้น สนธิ ลิ้มทองกุล เค้าก็พร้อมจะประกาศเป็น "ฝ่ายค้าน" ในทุกเวลา

"ชื่อของคน นามของไม้" ลีลาแบบสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มีใครจะลืมได้ลง

@@@@@@@@@@@@@@@

มองไปที่สนุ๊กเกอร์หลากสีบนโต๊ะการเมืองวันนี้กลับข้างไม่เหมือนเดิมแล้ว

เพราะคนสาวคิวเป็น "หนุ่มมาร์ค" ดีกรีจากอังกฤษ.....ไม่ใช่ "ป๋าหมาก" หรือ "นอมินีสมชาย" อย่างที่เคยเป็น

หลังจาก "นั่งนาน" จิบน้ำเย็นแผ่วๆ เช็ดคิวรอแล้วรอเล่า

โดนเค้าว่า "มะม่วงจำบ่ม" รอไปก่อนมานาน 6-7 ปี

จากทักษิณ สู่มือสมัคร แล้วมาแตกหักเมื่อสมชาย.....

" ปชป." นั่งนานไปหน่อย นั่งดูยอดฝีมือฝ่ายเสื้อแดงแทงแล้วแทงเล่า

เวลานี้มาร์คค่อยๆ เล็งสาวคิวเบา ๆ ใช้ "คิวบอลสีขาว" ตบเหลือง สะกิดน้ำเงินให้ออกมาจากชิ่ง กินแดงต่อ แบบนิ่ม ๆ

เมื่อตบเหลืองครั้งนี้ต้องหยิบเหลืองขึ้นมาวางในตำแหน่งเดิม

เพราะนี่คือ "แดงลูกสุดท้าย"..!

.....................

 "ลูกสี" บนโต๊ะ ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งเดิม

ทั้งเขียว กากี ชมพู ดำ

มีล้ำๆ อยู่คือน้ำเงินลูกเดียว....จากที่น้ำเงินเคยติดชิ่ง...แต่วันนี้ถูกสะกิดออกมาในจุดที่จะทำคะแนนได้

ถ้ากินเหลือง สะกิดน้ำเงินกินแดง จบไม้นี้คือ กวาดหมดโต๊ะ...

เพราะกว่าจะถึงน้ำเงิน นั่นหมายความว่า ต้องกวาด "เหลือง / เขียว /กากี" ไปก่อน

ถึงตอน "ตบลูกน้ำเงิน" นั้น "หนุ่มมาร์ค" อาจแกล้งๆ แทงพลาดก็อาจเป็นได้

เพราะ "แต้มขาด" อิ อิ

@@@@@@@@@@@@@@@@

นี่ไง คำตอบที่พวกเสื้อแดงเคยด่าพันธมิตรว่าเป็น "สาวกศาสดาสนธิ"

และคำตอบที่ให้เสื้อแดงไปนานมาแล้วว่า คนไปร่วมกับพันธมิตรไม่ใช่สาวกศาสดาแป๊ะลิ้ม

แป๊ะลิ้มพูดดีก็เออออ....แป๊ะลิ้มทำไม่ดีก็ติติง

คนไปร่วมเป็นพันธมิตรเค้าไปด้วยใจ ไปมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 ถาม สว.สูงวัยทั้งหลายนั่นดู

"ราชดำเนิน" ถนนสายนั้นมีมวลมหาประชาชนฝากรอยเท้าเอาไว้ คนแล้วคนเล่า ชีวิตแล้วชีวิตเล่า

ห่ากระสุน หยุดเลือดและน้ำตา ต่างฝากรอยแผลในใจให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าก่อเกิดและหลอมรวมเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้กับความฉ้อฉลของผู้มีอำนาจ

ตรงไหนที่มีการรวมพลคนไล่รัฐบาลฉ้อฉล หากทนกันไม่ได้เค้าออกมากันเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นคนนำ

NGO นักธุรกิจ นักวิชาการ สื่อมวลชน ฯลฯ ที่ไปร่วมพันธมิตร เค้ามีจิตใจต่อสู้กับความฉ้อฉลของรัฐบาล

ไม่ใช่ไปเดินตามหลังสนธิ

ไปนอนฟังเค้าพูดบนเวที ตรงไหนไม่ชอบก็เฉยๆ ตรงไหนพอใจก็เฮ...ช่าย ๆ...สู้ ๆ

หมดงานไล่รัฐบาลฉ้อฉลออกไป ได้รัฐบาลใหม่มา ก็ต้องมาดูว่ารัฐบาลสลับขั้ว ดีกว่าของเก่าหรือไม่

เมื่อศาสดาสนธิ ออกมาประกาศชัดถ้อยชัดคำแล้วว่า ให้พันธมิตรมายืนข้างหลัง

เลือกมาเลือกมาว่าจะเลือกใคร เลือก ปชป. หรือเลือกสนธิ

ก็ต้องบอกว่า ผู้คนพันธมิตรเค้ากลับไปนอนที่บ้าน ทำงานทำการทำมาหากินกันหมดแล้ว

ที่เหลือฮาร์ดคอร์ ที่ติดตาม ASTV ก็มีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เหลือความหลากหลายอะไรไว้

คำว่า "พันธมิตร" คือการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เป็นกลุ่มการเมืองนอกสภาที่ไม่ยุ่งเกี่ยวพรรคการเมือง

เมื่อสนธิ ลิ้มทองกุลต้องการให้พันธมิตรมาเดินข้างหลัง ก็คงได้กลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อเหลืองที่พร้อมยอมตายเพื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล

แต่ต้องเข้าใจว่าพันธมิตรส่วนใหญ่เค้า "เก็บเสื้อเหลืองเข้าตู้ ยืนดูหมูกัดกัน" มากกว่า

เพราะต่างก็รู้แล้ว่า สิ่งที่สนธิ ลิ้มทองกุลปฏิเสธมาตลอดว่าจะไม่แสวงหาอำนาจทางการเมือง

"ถ้าผมเล่นการเมืองให้เอารองเท้ามาตบหน้า..."

เมื่อมาถึงขั้นนี้ แม้สนธิ ลิ้มทองกุลจะไม่บอกว่าตนเองคือหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

แต่โดยพฤตินัยสนธิคือหัวหน้าพรรคเห็นๆ กันอยู่แล้ว แต่นิตินัยยังเหลืออีกหลายขั้น

หากตัวสนธิเองไม่ประกาศเช่นนี้คนยังคิดว่า สนธิยังไม่กลืนน้ำลาย

แต่เมื่อเรียกร้องให้ต่อสู้กับพรรคการเมืองอื่นเช่น ปชป. ก็ต้องบอกว่า สนธิลงการเมืองในสภาเต็มตัว

นี่น่าจะถือได้ว่า "สนธิกลืนน้ำลาย" เข้าไปเต็มคำ....

ตอกย้ำว่า "เล่นการเมืองเต็มตัว"

จะว่าไปมวลชนพันธมิตร จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นสาวกสนธิแต่ประการใด ต่างคนต่างมาทั้งนั้น

เพราะฉนั้นอย่างสงสัยผู้คนในเว็บบอร์ดต่างๆ ที่แตกตัวมาจากราชดำเนิน มิใช่ "สาวกสนธิ" มาแต่ไหนแต่ไร ต่างก็สู้ในแนวทางของตัวเองมาตลอด มาเป็น"พันธมิตร" ก็เพื่อแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

การแสดงจุดยืนของสนธิครั้งนี้มันก็บอกตรงๆ แล้วว่า ....

"พันธมิตรตายแล้ว เหลือแต่พรรคการเมืองใหม่" เท่านั้นเอง

"พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" มันเป็น "ปรากฎการณ์"

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็น"นามธรรม" ที่จะเรียกอะไรก็ได้ที่ต่อต้านความชั่วร้ายทางการเมือง

เหมือนปรากฎการณ์ 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ หมดสิ้นภารกิจก็กลับบ้าน

พันธมิตรฯ ไม่มีเจ้าของ ไม่ใช่ชื่อที่จะให้ใครนำไปใช้ครอบครองเพื่อสร้างฐานอำนาจ

การประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่ ในวันรำลึก ชุมนุม 193 วัน คือการ "เผาหลอกพันธมิตร"

เพราะมวลชนคนเสื้อเหลืองส่วนหนึ่งประกาศ "ไม่เอาพรรคการเมือง" อยู่แล้วไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม

แต่การประกาศจากศาสดาสนธิให้เลือกข้าง ปชป.หรือ สนธิ ในครั้งนี้...

นี่คือ "การเผาจริงพันธมิตรฯ" อย่างแน่แท้...


@@@@@@@@@@@@@

ตอบปัญหาคาใจ ทำไมเหลืองแท้ต้องเชียร์เนวิน

ที่ต้องเชียร์...คือเชียร์พฤติกรรมดันน้ำเงินต่อสู้เสื้อแดง โต้แย้งการยื่นฎีกา

เชียร์พฤติกรรมดี อย่าหลงไหลไปว่า คนเชียร์ตัวบุคคล

ยึดหลักการเอาไว้ ยึดพฤติกรรมเอาไว้ ความดีใครทำก็ดี ความชั่วใครทำก็ชั่ว

เนวินตอนนี้ ก็เหมือน สนธิตอนปลายปี 48 นั่นเอง

แตกต่างกันตรงไหนเพราะทั้งเนวินและสนธิ ต่างก็เคยเป็นไข่ทักษิณคนละข้างมาแล้ว

ต้องไม่ลืมว่าก่อนสนธิ ลิ้มทองกุลถูกถีบออกมาจากระบอบทักษิณนั้น ประชาชนต้านทักษิณมาแล้วหลายปี

สนธิถูกถีบออกมาก็เล่นเรื่อง "เราจะสู้เพื่อในหลวง" พวกเราก็ไปสนับสนุนเห็นด้วย

หากวันนี้ วันที่เนวิน ชิดชอบผู้ให้คำตอบว่า "มันจบแล้วครับนาย" จะเสี่ยงเข้ามาล่าชื่อ 4 ล้านคนต้านถวายฎีกา

ถามว่าผมผิดหรือที่ผมและพันธมิตรบางส่วนจะสนับสสนุนงานของเนวินที่ทำครั้งนี้

ก็บอกผ่านบล็อคนี้มานาน ว่าใครออกมาต้านการถวายฎีกา ผมจะออกมาร่วมด้วย...


@@@@@@@@@@@


ในทางการเมืองนั้น เค้าจับเอาพฤติกรรมและการส่งสัญญาณเป็นตัวบอกเหตุ

ในเมื่อสนธิประกาศชัดเจน ให้เลือกเอา จะเอาปชป. หรือ พรรคการเมืองใหม่

นั่นก็ชัดแล้ว....ไม่เห็นต้องบอกว่า สนธิเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่หรือยัง

พันธมิตรนั้น จะออกมาก็ต่อเมื่อรัฐบาลทำอะไรไม่ดี ฉ้อฉล จนประชาชนทนไม่ได้

การประกาศของสนธิ ก็เท่ากับบอกให้รู้ไปเลย ใครจะสนับสนุน ASTV ให้มาขึ้นทะเบียนประมาณนั้น

แล้วคิดหรือว่า มวลชนคนเสื้อเหลืองที่เค้ากลับบ้านไปแล้วจะไม่หันหน้าไปสนับสนุนเนวิน

ต้านการยื่นฎีกาของเสื้อแดงร่วมกับรัฐบาล

สุดท้าย มวลชนคนชอบเชลียร์สนธิ ก็ต้องเป็นคนกลุ่มน้อยของสังคมไปในที่สุด

พูดแล้วก็พูดอีก "พันธมิตรตายไปแล้วเมื่อวันที่สนธิประกาศตั้งพรรคการเมืองใหม่"

อาจจะแสลงใจใครต่อใคร แต่มันเป็นความจริง


ประเด็นการเลือกข้าง ที่ว่า "พันธมิตรที่ไม่ใช่ ปชป. ให้มาเดินตามหลังผม" น่าจะไม่ใช่

แต่มันน่าจะเป็นว่า "พันธมิตรที่ไม่ใช่สาวกสนธิให้รีบถอนตัวอย่างเป็นทางการมากกว่า"

เนื่องเพราะ "มวลชนพันธมิตรฯ" หาใช่ทั้งสาวก ปชป. หรือ สาวกสนธิเท่านั้น

...แต่เรามีจิตวิญญาณทางการเมืองที่ดีกว่านั้น...

คนเป็นพันธมิตรไม่จำเป็นจะต้องมาสังกัดการเมืองในระบบ เพราะเราเชื่อมั่นในแนวทาง "การเมืองภาคประชาชน"

ไม่ได้สนใจ "ระบบพรรคการเมือง" ที่มุ่งหวังในอำนาจรัฐ

ทำดีก็ชม ทำไม่ดีก็ออกมาถล่ม เป็นเช่นนี้มาตลอด

จะว่าไป ผมก็ประกาศถอนตัวด้วยการแสดงความคิดเห็นในทางไม่เห็นด้วยกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล มานานแล้วมิใช่หรือ

วันที่ผมรอ...ก็เมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศตัดเชือก ทั้งๆที่พันธมิตรกลุ่มหนึ่งตัดเชือกไปนานแล้ว

มันก็แค่ยืนยันจากปาก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่าในใจต้องการ "นำเดี่ยว" อีกครั้ง

คำถามคือ "ทำไมต้องเลือก" ก็อยู่แบบเดิมๆ ที่เราเคยยืน มันก็ไม่หนักใครมิใช่หรือ

ถ้าเลือกตามสนธิสั่ง พวกเราก็กลัวนายสนธิ ลิ้มทองกุลนะสิ

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net