วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

" มัมมี่ " ทรงเกราะ


     สุดยอดพระเนื้อชินของประเทศไทย ที่จัดเป็นอันดับหนึ่งของพระชุดเบญจเนื้อชินยอดขุนพล คือ พระร่วงหลังรางปืน เนื้อตะกั่วสนิมแดง ที่ถูกขุดค้นพบของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 

     วัดพระปรางค์ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดเก่าแก่มีมาก่อนสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม ฝั่งตะวันตก บริเวณใต้แก่งหลวงโค้งของแม่น้ำ อำเภอสวรรคโลก และเปลี่ยนมาเป็นจังหวัดสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. 2475 ในสมัยรัชกาลที่ 7  เป็นวัดที่มีลักษณะพระปรางค์ หรือปราสาทศิลปะเขมรแบบบายน สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ครั้งขอมเรืองอำนาจ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 

     พระร่วงหลังรางปืน พิมพ์นี้ ที่แตกกรุออกมามีจำนวนน้อยมาก และส่วนมากจะมีสภาพไม่สมบูรณ์ ที่มีสภาพสมบูรณ์มีเพียงไม่กี่สิบองค์เท่านั้น ซึ่งพระทั้งหมดนี้อยู่ในความครอบครองของเจ้าขุนมูลนาย ข้าราชการระดับสูงบางท่าน เซียนเนื้อชินระดับสายตรง และบุคคลทั่วไปเพียงไม่กี่ท่านเท่านั้นที่มีวาสนาเป็นเจ้าของ เป็นพระที่มีราคาแพงสูงถึงเลข 7 หลัก ถือเป็นพระในฝันของนักสะสมพระเนื้อชินยอดขุนพลแทบทุกท่าน ที่ใฝ่ฝันและแสวงหาเพื่อบูชาไว้ในครอบครองได้ยากยิ่ง ผู้ที่ไม่สมปรารถนาจึงเสาะแสวงหา และพบว่ามีพระร่วงยืนของเมืองสุโขทัยอยู่พิมพ์หนึ่ง ที่มีพุทธานุภาพสูง สามารถใช้บูชาแทน พระร่วงหลังรางปืน ของเมืองสวรรคโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ เป็นที่ยอมรับของชาวเมืองสุโขทัยมาช้านาน คือ พระร่วงยืนทรงเกราะ


     ประมาณปี พ.ศ. 2485 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่องค์พระปรางค์ด้านทิศใต้ ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ได้มีการขุดค้นพบพระพิมพ์ยืน เป็นพระที่สร้างขึ้นยุคหลังโดยช่างสกุลฝีมือชาวบ้าน สร้างด้วยเนื้อชินเขียวล้วนๆ มีมากแบบ มากพิมพ์ ทั้งหลังร่อง หลังยันต์ หลังเรียบ หลังลายผ้า หลังรางปืน หลังกากบาท (X)  และพิมพ์พิเศษสองหน้า เท่าที่ขุดพบร่วมสิบกว่าพิมพ์ ในวงการพระเรียกพระพิมพ์นี้ว่า “พระร่วงยืนทรงเกราะ” มี 3 พิมพ์ทรงคือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก อีกทั้งในกรุนี้ยังมีการขุดพบพระพิมพ์นั่ง เนื้อชินเขียวเช่นกัน เรียกชื่อว่า “พระร่วงนั่งทรงเกราะ”


    

    พุทธศิลป์ ของพระร่วงยืน เป็นพระปางประทับยืนสวมหมวกจีโบ (ชีโบ) ศิลปะขอม ยกสองพระหัตถ์เสมอพระอุระ ปางประทานธรรม มีอักขระยันต์ขอม ลักษณะเป็นเส้นนูนอยู่บนองค์พระ องค์พระมีลักษณะทรวดทรงคล้ายนักรบสวมเกราะในสมัยโบราณ จึงเป็นที่มาของชื่อ “พระร่วงยืนทรงเกราะ” บางพิมพ์มีลักษณะคล้ายมัมมี่ในสมัยอียิปต์โบราณ จึงมีพระนามเรียกอีกว่า พระร่วงยืน “พิมพ์มัมมี่”

     เนื้อหาองค์พระร่วงพิมพ์นี้ เป็นโลหะผสมระหว่าง ดีบุก ตะกั่ว สังกะสี พลวง เหล็ก ปรอท และเงิน มารวมกัน เนื้อพระจะมีความแข็ง คงทน ไม่สึกง่าย และจะไม่มีรอยระเบิด หรือรอยรานแตกร้าวปรากฏให้เห็น วงการพระเรียกขาน เนื้อหาลักษณะแบบนี้ว่า “ชินเขียว” จะมีสนิมไขมันใสเป็นเม็ด คล้ายไข่แมงดา เรียกว่า สนิมไข่แมงดา เกาะติดฝังลึกแน่นจากในเนื้อองค์พระ ออกมา พร้อมมีฝ้าสีเหลืองอ่อนปกคลุมทั่วองค์พระ และมีสนิมปานดำ หรือ กระ ที่มีสีเข้มเป็นจุดดำเกิดขึ้นเป็นจุดๆ เป็นปลื้นกินลึกเข้าไปในเนื้อโลหะ ที่ไม่สามารถขัดถูออกได้ ถือเป็นจุดตายในการพิจารณาเนื้อหาพระเนื้อชินเขียวได้ในระดับหนึ่ง

     มวลสารเนื้อหาของชินเขียวนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ชินอุทุมพร คำว่า อุทุมพร ซึ่งแปลว่า มะเดื่อ ไม่น่าจะสัมพันธ์กับเนื้อหาของพระเนื้อชินเขียวนี้เลย เดิมมาในวงการพระมีเรื่องเก่าเล่าขานว่า อุทุมพร นั้น น่าจะเป็นพระนามอดีตพระมหากษัตริย์ของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่ 2 ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีฝีมือในเชิงรบเป็นเลิศ จนยากที่จะหาผู้ใดมาราวี เป็นกษัตริย์ยอดนักรบในสมัยนั้น ท้ายสุดพระองค์สละราชสมบัติ และออกผนวช จึงมีการเรียกขานนามพระชินเขียวว่า “ชินอุทุมพร” เพื่อเป็นอนุสติ และทรงไว้ซึ่งพระนาม ของขลัง ในหัวใจของคนไทยยุคต่อมา


     ด้านหลังของพระร่วงพิมพ์นี้  บางพิมพ์ตันเรียบ บางพิมพ์มีเป็นร่องเว้าลึกลงไปเต็มสุดตามความยาวขององค์พระ  ภายในพื้นผิวร่อง จะมีลวดลายปรากฏในลักษณะสัญญลักษณ์ แตกต่างกันไป มีเครื่องหมาย กากบาท (X) หมายถึง การไขว้ อันเป็นเครื่องหมายของการป้องกันสิ่งอัปมงคล และความชั่วร้ายต่างๆ หรือเป็นสัญลักษณ์ของการปิด ห้ามสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวงเข้ามากล้ำกราย พิมพ์ที่นิยมสุด คือ พิมพ์นิยม หลังร่อง (2X) เป็นพิมพ์ที่พุทธลักษณะเหมือน มัมมี่ ของอียิปต์โบราณมากที่สุด ด้านหลังองค์พระ มีร่องที่ยาวเต็มองค์พระ พร้อมมีเครื่องหมายกากบาท 2 เครื่องหมาย วางอยู่ในขีดคั่นตรง 2 ขีด  พระร่วงยืนของกรุนี้ องค์พระมีขนาดเล็กกระทัดรัดเท่านิ้วก้อย  เหมาะสำหรับสุภาพสตรีสามารถบูชาติดตัวได้ เพราะมีน้ำหนักเบา ขนาดองค์พระ กว้าง 1.5 ซ.ม. สูง  5.1 ซ.ม. และพิมพ์ใหญ่ ที่เป็นพิมพ์นิยมรองลงมา ด้านหลังมีร่องยาวเพียง 2 ใน 3 ส่วนจากด้านล่าง ร่องยาวไม่เต็มองค์ พร้อมมีเครื่องหมาย 2 กากบาท อยู่ในขีดคั่นตรงเช่นกัน องค์พระมีขนาดใกล้เคียงกันมาก กว้าง 1.6 ซ.ม. สูง 5.2   ซ.ม.


     พระร่วงทรงเกราะเนื้อชินเขียว พิมพ์ยืน แม้ศิลป์ในองค์พระไม่ปราณีต แลดูหย่อนความงามไปบ้าง เพราะฝีมือการสร้างโดยช่างชาวบ้านธรรมดา ปัจจุบันกลับได้รับการยกย่องจัดอันดับอยู่ใน ชุดยอดขุนพลเนื้อชินยอดนิยม ในงานประกวดพระเสมอมา ในวงการพระตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่ ยอมรับว่าที่เป็นพระชั้นหนึ่งของเนื้อชินเขียว  มีอยู่เพียงสองหัวเมืองเท่านั้น คือ พระ ยอดอัฎฐารส ของเมืองพิษณุโลก  และ พระร่วงยืนทรงเกราะ แห่งเมืองสุโขทัย ว่า 2 กรุนี้ มีราคาแพงที่สุดในยุคนั้น พร้อมประสบการณ์พุทธคุณ เยี่ยมสุดยอด ด้านแคล้วคลาด มหาอุด และคงกระพันชาตรี เทียบชั้น จิ๋วแต่แจ๋ว กับพระแพงตัวจริงต้นตำหรับได้อย่างสบายใจและด้านทุนทรัพย์ในราคาเบาๆ พระร่วงยืนทรงเกราะ พิมพ์ใหญ่ ราคาทั่วไปเล่นหากันอยู่ที่หลักหมื่นกลาง ถึงหมื่นปลาย ขึ้นอยู่กับสภาพความสวยและพิมพ์ทรง ถ้าเป็น พิมพ์นิยม หลังร่อง (2X) สภาพพระพักตร์สวย เครื่องหมายกากบาท เทติดลึก คมชัดเจน ราคาแสนกว่าบาท ขึ้นไปเกือบสองแสน ในสนามยังหาของไม่ค่อยเจอ เพราะพิมพ์นี้ที่ขุดพบมีจำนวนน้อยมากแทบจะนับองค์ได้เลยว่า ธุดงค์.อยู่รังใด

ภาพพระทุกภาพ สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ส่งเสริมการอนุรักษ์ " พระกรุ " ศิลปะ วัตถุโบราณไทย อันทรงค่า
ชาติ   วิศิษฏ์สรอรรถ  โทร. 089-830-0469

โดย c_visit

 

กลับไปที่ www.oknation.net