วันที่ อังคาร สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลือลับหลัง ตอน เจ้านายเมืองเหนือ กับ การเล่นเพื่อนในวัง


      

 ในหัวข้อเรื่องนี้ ตั้งใจว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวลือที่เล็ดรอดออกมา ประเภทเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ซึ่งเท่าที่บ๊องบ๊องลองค้นประวัติดูแล้ว บางเรื่องก็ยังสรุปไม่ได้แน่ชัด แต่บางเรื่องนั้นก็เป็นความจริง แต่เป็นความจริงแบบที่ไม่ใคร่จะมีผู้กล่าวถึงมากนัก จะขอรวบรวมและหาหลักฐานมาอ้างอิงเท่าที่จะทำได้ค่ะ

                เรื่องแรกที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังนี้เกี่ยวกับการเล่นเพื่อน ซึ่งอธิบายอย่างง่ายคือ การมีความรักกับเพศเดียวกัน คือหญิงกับหญิง ที่เกิดขึ้นในพระราชวังฝ่ายในที่มีกฎห้ามบุรุษเพศเข้าไปล่วงล้ำ และห้ามสตรีภายในนั้นออกมาพบปะผู้คนภายนอก เหล่าข้าหลวงนางใน ไปจนถึงเจ้าจอมบางท่านเมื่อต้องฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติแบบนี้เข้า นานวันไปจึงเกิดวัฒนธรรมการเล่นเพื่อนแพร่หลายออกไป ซึ่งผู้หนึ่งที่หลงในพฤติการณ์นั้นคือ เจ้าหญิงยวงแก้ว สาวงามเมืองเหนือ ข้าหลวงในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง ก่อนจะเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมด ขอกล่าวถึงข้าหลวงในพระราชชายา เจ้าดารารัศมีทั้งหมดที่เป็นเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเหนือและติดตามเสด็จในครั้งนั้น ซึ่งแต่ละท่านนั้นกิติศัพท์ความงามเลื่องลือไปไกลถึงวังของเจ้านายหลายต่อหลายท่าน ประกอบด้วย

  1. เจ้าหญิงทิพวัน ณ เชียงใหม่

  2. เจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่ (ต่อมาสมรสกับเจ้าน้อยศุขเกษม เจ้าของตำนานรักมะเมี๊ยะ)

  3. เจ้าหญิงยวงแก้ว สิโรรส

  4. เจ้าหญิงคำเที่ยง ณ เชียงใหม่

  5. แม่นายบุญปั๋น พิทักษ์เทวี

  6. เจ้าหญิงฟองแก้ว ณ เชียงใหม่ (ท่านนี้ก็มีตำนานค่ะ ไว้จะมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อๆไป)

  7. เจ้าหญิงบัวระวรรณ ณ เชียงใหม่

  8. เจ้าหญิงเครือคำ ณ เชียงใหม่ (มีพระนัดดา คือเจ้าหญิงลัดดาคำ ณ เชียงใหม่ และ เจ้าหญิงเรณุวรรณา ณ เชียงใหม่ ตามไปด้วย)

เจ้าหญิงยวงแก้ว สิโรรส ธิดาของเจ้าน้องคำคง นับเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามมากคนหนึ่ง แต่กลับมีนิสัยใจคอออกจะเข้มแข็งและดุดัน สาเหตุนั้น อาจเป็นเพราะไม่มีเจ้าแม่ค่อยอบรมเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากเจ้าพ่อกับเจ้าแม่แยกกันไป จนเมื่อพระราชชายาทราบเรื่อง จึงโปรดให้รับตัวไปอยู่ในตำหนักของพระองค์ตั้งแต่อายุได้ 7 ปี จวบจนเป็นสาวรุ่นวัย 19 ปีแล้ว จึงเกิดเหตุสลดใจขึ้น

                  ในสมัยนั้น พวกนางในข้าหลวงในพระตำหนักของเจ้าจอมทั้งหลาย ล้วนนิยมการเล่นเพื่อนจน โดยจะเรียกันในสมัยนั้นว่าแฟน ซึ่งเจ้าหญิงยวงแก้วนั้น ก็มีคนที่คบหาเป็นมีแฟนคือ ม...หญิงวงศ์เทพ แต่ความรักย่อมไม่เข้าใครออกใคร เพราะหม่อมท่านนั้นก็มีแฟนอยู่คนหนึ่งแล้ว ชื่อหุ่น จึงออกจะเป็นการชิงดีชิงเด่นกันอยู่ระหว่างเจ้าหญิงยวงแก้ว และแม่หุ่น จนเลยเถิดไปถึงขั้นใส่ร้ายป้ายสี

                 การเป็นแฟนนั้นก็มักจะนำบรรดาทรัพย์สินมีค่าต่างๆมอบให้แก่คนรักของตน เพื่อแทนความรักและเอาใจกับฝ่ายตรงข้าม(คงจะคล้ายๆที่หนุ่มสาวแลกของมีค่ากัน) เจ้าหญิงยวงแก้วนั้นก็น่าจะได้มอบของมีค่าแก่ม...หญิงวงศ์เทพเช่นกัน แต่จะมากน้อยเพียงใดไม่มีใครทราบ แต่ดูจาบรรดาศักดิ์และฐานะแล้ว ดูว่าเจ้าหญิงจะมีภาษีดีกว่าแม่หุ่นอยู่มากที่เดียว เพราะพระราชชายานั้น ประทานของมีค่าและเครื่องประดับต่างๆแก่เจ้าหญิงอยู่บ่อยครั้ง เป็นเหตุให้หุ่นปล่อยข่าวให้ร้ายแก่ว่า เจ้าหญิงนั้นนำของที่ได้ประทานจากพระราชชายา ซึ่งเป็นแก้วแหวนเงินทองเพชรพลอยต่างๆ ไปปรนเปรอม...หญิงวงศ์เทพเสียหมดสิ้น และในที่สุด ข่าวลือนั้นก็เข้าหูเหล่าบรรดานางในและเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมตำหนักของเจ้าหญิง จึงนำความไปทูลพระราชชายา ในทำนองว่าเจ้าหญิงยวงแก้วถูกหลอกให้นำแก้วแหวนเงินทองไปจนหมด แต่เหตุที่ทูลฟ้องนั้น น่าจะเป็นที่เจ้าพี่เจ้าน้องนั้นเป็นห่วงเจ้าหญิงยวงแก้ว มากกว่าที่จะอิจฉาหรือต้องการให้ถูกลงโทษ เพราะเจ้านายทั้งหมดในตำหนักนั้นล้วนรักใคร่กันดี เหมือนพี่น้องกันทั้งหมด

               เมื่อพระราชชายาทรงทราบเรื่อง ก็ทรงกริ้วเจ้าหญิงยวงแก้วมากและเรียกให้เข้าไปพบและบริภาษ(ต่อว่า หรือว่ากล่าว)เจ้าหญิงอย่างรุนแรและยังสำทับให้เอาของมีค่าทั้งหมดนั้นมาคืนแก่ท่าน นอกจากนี้ยังทรงคาดโทษว่า จะส่งกลับนครเชียงใหม่ภายใน 7 วัน เพื่อลงโทษให้ที่ทำให้พระองค์ช้ำพระทัยในความรักที่มีต่อเจ้าหญิงยวงแก้ว ทำให้เจ้าหญิงเกิดความอับอายเป็นอันมาก(น่าจะทรงตำหนิต่อหน้าคนหมู่มาก)ทั้งเหล่านางในและเจ้าจอมในตำหนักอื่นๆ อับอายต่อม...วงศ์เทพ และยังไม่สามารถจะนำของประทานมาคืนพระราชชายาได้ ความกลัดกลุ้มนั้นได้นำมาสู่ความเศร้าสลด ที่ไม่ใครเข้าใจ หรือเห็นใจพระองค์เลย แม้เจ้าหญิงบัวชุมที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกันดั่งพี่น้อง จะพยายามปลอบประโลม แต่เจ้าหญิงยังคงเจ็บปวดยิ่งนัก

            แล้วพระองค์ก็ตัดสินใจในที่สุด เจ้าหญิงยวงแก้วได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนให้โลกรู้ว่าตนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์มิได้กระทำดั่งข้อกล่าวหาเจ้าหญิงยวงแก้วกระโดดจากชั้น4ของตึกพระตำหนักด้วยน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวและหมดสติลงในทันที จากนั้นเจ้าหญิงถูกหามนำตัวไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลฝรั่ง แต่เจ้าหญิงยวงแก้วก็จากไปในคืนนั้นเอง ด้วยวัยเพียง 19ปี ด้วยความเยาว์วัยนั่นเอง ที่ทำให้เจ้าหญิงจบชีวิตของตัวเองลง

คราวหน้าบ๊องบ๊องจะรวบรวมเรื่องซุบซิบ ที่น่าสนใจแบบนี้มาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ อยากรู้เรื่องไหนก็ทิ้งข้อความไว้ได้ ถ้าสามารถหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีหลักฐานอ้างอิง บ๊องบ๊องจะรีบนำมาบอกต่อทันทีค่ะ



อ้างอิง: หนังสือเพ็ชร์ลานนา เล่ม 1 (ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง)

โดย บ๊องบ๊อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net