วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าให้งบชุมชนพอเพียง กลายเป็นตราบาปจนต้องยุบสภา


โครงการชุมชนพอเพียง เป็นโครงการที่ดีมาก หากสามารถเปลี่ยนงบประมาณ SML ในสมัยรัฐบาลทักษิณทำเอาไว้ โดยเอาความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้ง งานนี้จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ไม่ยาก

โดยเป้าหมายของโครงการต้องมีการทำประชาสังคมในหมู่บ้าน หาจุดอ่อนจุดแข็งในตัวเอง ให้ชาวบ้านคิดเองโดยมี "พี่เลี้ยง" เป็นคนของรัฐ เข้าไปช่วยเป็นที่ปรึกษาคือ สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.)

แต่เหตุการณ์ในปัจจุบันกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มบุคคลซึ่งสมคบกับบริษัทเอกชน ไปกดดันให้ชุมชนซื้อสินค้าของตน หากทำตามโครงการก็จะผ่านความเห็นชอบโดยง่าย แต่นั่นย่อมไม่เป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

เมื่อมีการครหาว่า รองนายกกอร์ปศักดิ์ สภาวสุผู้กำกับดูแลในส่วนนี้ ดูแลไม่ดี ปล่อยให้มีการไปบีบบังคับชาวบ้านเพื่อแสวงหาประโยชน์จากโครงการโดยมิชอบ งานนี้คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุก็ต้องพิสูจน์ตนเอง ว่าข้อครหานั้นเป็นจริงหรือไม่ ข้อครหาว่ามาจากความล่าช้าเกิดขึ้นเพราะอะไร

ทำไมจึงมีข่าวในทางเสียหายเช่นนั้น

นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จริงหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้นโครงการชุมชุนพอเพียงจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำในทันที หากข้อครหานั้นเป็นความจริงและอาจบั่นทอนความมั่นคงของรัฐบาลได้ไม่ยาก หากมีแรงบีบจากพรรคร่วมรัฐบาลและประชาชนเจ้าของประเทศที่กำลังจับตามอง

และต้องไม่ลืมว่า การสื่อสารและการตรวจสอบของประชาชนในปัจจุบันมีความเข้มแข็ง ใครจะมาตบตากันง่ายๆ ไม่ได้อีกแล้ว

การที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่งตั้งกรรมการจากพรรคลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบความน่าสงสัยต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว เนื่องเพราะประชาชนก็รองบประมาณ และต้องการขับเคลื่อนให้โครงการดำเนินไปสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง

และที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีมีความจริงใจที่จะให้โครงการนี้เป็นผลงานสร้างชื่อเสียงให้พรรค คงไม่ปล่อยให้ข้อครหามาบั่นทอนกำลังใจ ต้องรีบจัดการตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว

ก่อนที่พรรคอายุ 63 ปีต้องมามัวหมองในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

นิ้วไหนร้ายต้องรีบตัดทิ้ง อย่าไปคิดฟอกตัวให้กับคนของตนเองเป็นอันขาด

การที่รัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยมีข้อครหาจะกลายเป็นตราบาปแบบที่เคยเกิดขึ้นสมัยคดี สปก.4-01 ในอดีต

และเชื่อว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ คงไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยรักษาหน้าคนของตนเอง ทำให้เรื่องรุกลามจนถึงกับต้องยุบสภา

คนซื่ออย่างนายชวน หลีกภัย ยังต้องตกม้าตายเมื่อพรรคพลังธรรมไม่ยกมือสนับสนุน

มาเที่ยวนี้ พรรคภูมิใจไทยกำลังจะเอาคืนด้วยการเสนอให้ปลดนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล

คนซื่อแบบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คงเห็นตัวอย่างมาแล้ว และคงไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเป็นแน่แท้

แม้ตัวนายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้เรื่องด้วย แต่ยังไงมันก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของคนเป็นหัวหน้ารัฐบาลไปได้

ควรเร่งทำให้เรื่องราวกระจ่างโดยเร็ว นั่นน่าจะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุดยามนี้

ยามที่ประชาชนยังเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของหัวหน้ารัฐบาลนี่แหละ

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net