วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ที่หนึ่งของประเทศ


*ที่หนึ่งของประเทศ

 

        วันนี้ฉันแค่แวะซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับไปทานพร้อมๆกันกับเหล่าสมาชิกในบ้านซึ่งล้วนแต่เป็นประเภทชอบสั่งพิเศษเส้นเยอะๆ   ลูกชิ้นแยะๆ    เครื่องต้มยำครบเครื่อง    ต้นหอมผักชี    มะนาวและน้ำซุปแยกต่างหาก    ทั้งเน้นให้ฉันพิสูจน์ถั่วคั่วก่อนว่าต้องได้กลิ่นหอมใหม่  ไม่มีเชื้อราแอบแฝง    ฉันไม่อยากกระมิดกระเมี้ยนทำเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรอก       เพราะความจริงฉันให้รางวัลพระจันทร์เต็มดวงในเรื่องความอร่อย     ให้พระอาทิตย์ทรงกลดในส่วนของความสะอาดปลอดภัย    ให้ดวงดาวเต็มท้องฟ้าในด้านราคาสมน้ำสมเนื้อแก่ร้านเสี่ยง้ำมานานแล้ว     และยังไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง     เนื่องจากยังรักษามาตรฐานคงเส้นคงวาต่างจากบางร้านที่ได้รับประกาศนียบัตรตั้งแต่ปีมะแว้งจนเปลี่ยนเจ้าของ     รสอาหารแบบว่าหิวไส้กิ่วก็ทิ้งดีกว่า    แต่ป้ายเชิญชวนชิม   หม่ำพิสดาร   ก็ยังแปะโชว์เด่นเรียกลูกค้าพลัดถิ่นหน้าตาเฉย         

         ระหว่างที่นั่งรอเจ๊กุ่ยกับลูกน้องเตรียมของให้     ฉันก็ฟังสองสหายคุยกัน   ขอออกตัวว่าไม่ใช่ชอบสอดรู้สอด    เห็น   แส่ยุ่งเรื่องราวของชาวบ้านหรอกนะ    ฉันจะฟังอย่างเดียว  ไม่สอดแทรกวิจารณ์     ไม่ยุแยงตะแคงรั่ว    เพราะถึงอย่างไรทุกอย่างรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามอยุ่แล้ว   อีกทั้งในทุกเรื่องราวย่อมได้ข้อคิดบ้าง   ความสนุกบ้าง   ความสังเวชบ้าง    ชีวิตไม่จำเป็นว่าจะต้องมุ่งเน้นสาระเพียงอย่างเดียว  หรือตีกรอบรอบตัวจนอึดอัด    ตอนนี้หู ตา  สมองยังใช้การได้อยู่  ฉันจะหัดบริหารให้เป็น     ไว้ตอน  โรคภัยร้อยแปดมาเยือน   อัลไซเมอร์มาเยี่ยม  ไม่รับรู้อะไรแล้ว   วงจรชีวิตมันจะจบฉากๆหนึ่งไปเอง

( ฉันจะรอวันใกล้ซี้ใกล้ม่องใกล้เลือกบ้านกล่องจำปาด้วยอารมณ์ฮิฮิฮิ )                     

         ฉันมองอาการที่เสี่ยง้ำพุ้ยข้าวพลางถามพลางแล้วอดขำไม่ได้   แกไม่สนใจมรรยาทในการรับประทานอาหารให้เสียอารมณ์ในการกิน  เสียเวลาในการพูดแน่ๆ

         “อาตี๋พ้งสอบเป็นไง   ผลสอบมิชชันออกมาตั้งนานแล้ว     ลื้อไม่เห็นพูดถึงเลย”                  

         “มิชชันนะชื่อโรงพยาบาล    อันนี้เขาเรียกแอดมิชชัน””

          “เออ  นั่นแหละ”

            “อั้วไม่อยากบอก   เพราะมันได้ที่หนึ่งของประเทศ”

            “โม้.....ที่หนึ่งเขาได้ออกทีวี  อั้วเห็นแล้ว”         

             “นั่นมันคะแนนรวมสูงสุด    เจ้าพ้งมันที่หนึ่งสายซุปเปอร์”   เสี่ยเพ้งเว้นวรรคกลืนน้ำลาย ”  ซุปเปอร์ขี้เกียจหลังยาว”

              “ บ้าหรือเปล่า   ทำไมโรงเรียนจัดแบบนี้    อั้วเสียใจด้วย”  สีหน้าเสี่ยง้ำบ่งบอกความเห็นใจเข้าใจในหัวอกพ่อ

              “เตี่ยมันจัดเองโว๊ย” 

               “เตี่ยบ้าๆ”

               “เสี่ยเพ้งหัวเราะ” ลื้อห้ามบอกเมียอั้วนะ    อาหลินโอ๋เจ้าพ้งยังกะลูกสาว  ติไม่ได้เลย”

                “ฮ่ะ  ฮ่ะ  ฮ่ะ”  เสี่ยง้ำหัวเราะดังลั่นแกรู้ว่าเพื่อนกลัวเมียที่สุด  “แล้วตกลงอาตี๋สอบติดอะไร?”                                                               

                 “ติดเพดาน”

                 “อย่าพูดภาษานอก  อั้วฟังไม่ออก   ตกลงอาพ้งได้เรียนอะไรนะ”

                 “เพดานข้างบนโว้ย คำไทย  ไม่ใช่อังกฤษ   มันไม่ติดที่ไหนเลย   หลินเขาเสียใจร้องไห้จนตาแฉะ   เพราะลูกเรียนสู้หลานๆลูกพี่ชายพี่สาวไม่ได้”

                   “ส่งเรียนนอกซิ”  เสี่ยง้ำเสนอ

                    เสี่ยเพ้งส่ายหน้า  “ไม่ละ  ต้องใช้เงินมาก  เสียดายเงิน  อั้วกับอาพ้งคุยกันแล้ว    เรียนเมืองไทยก็เอาดีได้   ”

                    “เออ  คิดอย่างนี้ก็สบายใจ”

                     “ปีนี้อางกของลื้อก็รับปริญญาแล้วซิ”  เสี่ยเพ้งทำท่านึกได้  ถามบ้าง

                      “ใกล้แล้ว”

                       “ปีก่อนลื้อก็บอกใกล้แล้วปีนี้ก็ใกล้แล้ว” เสี่ยเพ้งขมวดคิ้ว

                       “ปีหน้าก็คงใกล้แล้ว”  เสียงเสี่ยง้ำไม่มีทีท่าว่าจะตั้งใจรวน           

                       “อาตี๋ชอบทำกิจกรรม     ได้ยินว่าประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ   และอาตี๋กะจะใช้สิทธิผู้คงแก่เรียน    อยู่ครบแปดปีจนคุ้ม     อั้วก็ว่าดีเหมือนกัน   แล้วลื้อว่าดีไหม?”

                          ได้ยินแต่เสียงไอแค๊กๆคักๆของเสี่ยเพ้งเป็นคำตอบ     

                         ********************************************

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net