วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สตรีต่างชาติในราชวงศ์ ตอน แหม่มแอนนา เรื่องจริงหรือลวงโลก


                 

                   เรื่องราวของสตรีต่างชาติที่มีบทบาทในราชสำนักไทยคราวนี้ ไม่ได้เป็นพระมเหสีหรือมีความสัมพันธ์กับ    พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใด  เธอเข้ามาในฐานะครูสอนภาษาอังกฤษแก่พระเจ้าลูกเธอในรัชสมัย รัชกาลที่ 4  หากเธอมีบทบาทเพียงเท่านั้น เราคงไม่มีความจำเป็นต้องทำความรู้จักกับเธอมากนัก  แต่เธอผู้นี้เป็นเจ้าของเรื่องราวอันโด่งดังอย่าง Anna and the King of Siam  ที่ชาวโลกถือว่าเป็นการตีแผ่ราชสำนักไทยอย่างหมดเปลือก  แต่แอนนากลับถูกมองว่าเธอเป็นเพียงสตรีลวงโลก   ก่อนที่เราจะวิจารณ์งานเขียนของเธอ  เรามารู้จักที่มาของแหม่มแอนนาผู้มีชื่อเสียงคนนี้ก่อนดีกว่าค่ะ

             แอนนา ลีโอโนเวนส์ (Anna Leonowens)  มีชื่อจริงว่า  แอน แฮเรียต เอ็มม่า เอ็ดเวิร์ด (นามสกุลเดิม ครอว์ฟอร์ด)  แอนนากำพร้าพ่อตั้งแต่อายุ 7 ขวบ  จากนั้น เมื่อแม่แต่งงานใหม่ไปอยู่อินเดีย   ก็จัดการทิ้งให้แอนนาอยู่กับลุงในอังกฤษ เธอจึงไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีเท่าที่ควร    จนกระทั่งอายุ 15 ปี  จึงตามไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่อินเดีย   แอนนาตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าหน้าที่เสมียนชาวอังกฤษ นามว่าโธมัส ลีออน โอเวนส์ เมื่อเธออายุได้ 18 ปี  (ภายหลังแอนนาได้รวบชื่อกลางและนามสกุลของสามีเข้าด้วยกัน กลายเป็น ลีโอโนเวนส์)  ทั้งคู่มีบุตรธิดารวม 4 คน สองคนแรกเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ที่มีชีวิตอยู่นั้น  คนหนึ่งเป็นหญิงชื่อเอวิส และคนสุดท้องเป็นชายชื่อหลุยส์

             ต่อมาแอนนาย้ายตามสามีไปอยู่ที่เกาะปีนัง  ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ  เป็นช่วงชีวิตที่แอนนามีความสุขพร้อมในชีวิตมากที่สุด   แต่ต่อมาชีวิตของเธอก็ต้องผกผันอีกครั้งเมื่อสามีของแอนนาเสียชีวิตอย่างกระทันหัน เนื่องจากอาการป่วย  แอนนาจึงเดินทางต่อไปที่สิงคโปร์และเปิดโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง  จากนั้น เธอจึงประกอบอาชีพเป็นครูสอนหนังสือ  ลูกศิษย์ของเธอมักเป็นลูกหลานนายทหารที่มีฐานะดีพอสมควร  ปรากฎว่าแอนนาเป็นครูที่มีชื่อเสียงที่ดีในการสอนหนังสือพอสมควร

              ในตอนนั้นพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กำลังทรงเสาะหาครูสอนภาษาอังกฤษแก่พระราชโอรส และ ธิดา มร.อดัมซัน ผู้จัดการบริษัทบอร์เนียวที่สิงคโปร์(ซึ่งสนิทสนมเป็นการส่วนพระองค์) ได้แจ้งให้ทรงทราบว่า มีแหม่มสอนภาษาอังกฤษที่มีความสามารถเหมาะสม จึงได้ทรงทาบทามให้เข้ามาสอน  แอนนากับหลุยส์ ลูกชายวัย 7 ขวบ ตัดสินใจเดินทางมายังประเทศสยาม เพื่อถวายการสอนหนังสือแก่พระราชโอรสธิดาและเจ้าจอม หม่อมห้ามต่างๆของพระเจ้าอยู่หัว  โดยมีสัญญาว่าจ้าง ดังนี้

-         แอนนา จะต้องสอนภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์เบื้องต้น วรรณคดีอังกฤษ ขนบธรรมเนียมอังกฤษ แต่ไม่ต้องสอนศาสนาคริสต์ 

-         ทรงประทานบ้าน สร้างด้วยอิฐแบบฝรั่งให้แอนนาอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง

-         ทรงพระราชทานเงินเดือนให้ เดือนละ 100 เหรียญสิงคโปร์

-         การสอน แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดเช้า สอนพระราชโอรสและพระราชธิดา ผลัดบ่าย สอนเจ้าจอมมารดา และเจ้าจอมที่ยังสาว

              ตลอดระยะเวลาที่ทำการสอนหนังสือในราชสำนัก แอนนาทำหน้าที่ของเธอตามปกติ  บรรดาเจ้านายที่เป็นลูกศิษย์ต่างโปรดปราน และรักครูแหม่มคนนี้ ในบรรดาลูกศิษย์ของเธอนั้น  รวมไปถึงเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ลูกศิษย์ที่เธอกล่าวว่าฉลาดและเรียนรู้เร็วที่สุดด้วย ถึงกระนั้น เมื่อทำการสอนได้ราว 4 ปีครึ่ง  แอนนาได้ขอลาออก เนื่องจากสุขภาพทรุดโทรมลงอย่างมาก(กล่าวกันว่า เธอไม่ชอบอากาศที่สยาม  บางกระแสว่า แอนนานั้นมีเหตุขัดใจกับเจ้าจอมท่านนึง แต่ก็เป็นเพียงการเล่าลือเท่านั้น)

                ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2410  แอนนาในวัย 36 ปีได้ออกเดินทางจากสยามไปยังอเมริกา  แอนนาใช้ชีวิตอยู่ที่รัฐนิวยอร์กซึ่งเธอได้เริ่มต้นชีวิตของการเป็นนักเขียน  โดยเธอจะทยอยส่งต้นฉบับไปลงเป็นตอนๆในนิตยสารชื่อ Atlantic Monthly (ดังปรากฎในภายหลังว่าแอนนาจดบันทึกเรื่องราวต่างๆตลอดเวลาที่อยู่ในสยาม)  และได้รับความนิยมสูงสุดจนได้รับการตีพิมพ์รวมเล่ม  กลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตแอนนาในพระราชสำนักสยาม

               ปีพ.ศ. 2421  แอนนาย้ายถิ่นฐานจากสหรัฐอเมริกา ตามลูกสาวคือเอวิสและลูกเขย โธมัส ฟิช ไปยังเมืองฮาลิแฟกซ์  ประเทศแคนาดา  ช่วงเวลานั้นเองแอนนามีโอกาสได้เดินทางไปยังรัสเซีย เพื่อบันทึกเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นบนแผ่นดินของพระเจ้าซาร์  ในฐานะนักเขียนบทความสารคดีให้กับนิตยสาร Youth"s Companion นอกจากนั้น แอนนายังเดินทางต่อไปยังยุโรป และพำนักอาศัยอยู่ในเยอรมันเป็นเวลาช่วงหนึ่งต่อมาในวัย 53 ปี แอนนาเขียนหนังสือเล่มที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวประวัติของตนเอง โดยเฉพาะชีวิตในวัยเด็ก ชื่อว่า "Life and Travel in India" ก่อนจะเขียนเล่มที่ 4 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายในอีก 5 ปีต่อมา เรื่อง "Our Asiatic Cousins" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชาวจีนที่อพยพไปอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ดี หนังสือที่เธอเขียนทั้งหมดนั้น ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก หากเทียบกับผลงานเกี่ยวกับราชอาณาจักรสยาม

                ปี พ.ศ. 2427  แอนนาได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วร-ฤทธิ์ (พระนามเดิมว่าพระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร) ที่ทรงเคยเรียนหนังสือกับครูแหม่มแอนนาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์  แอนนามีความปลาบปลื้มใจที่ได้มีโอกาสพบกับกรมพระนเรศร์วรฤทธิ์อีกครั้ง  นอกจากพระองค์จะเคยเป็นศิษย์แล้ว เป็นที่รู้กันในราชสำนักว่าเธอนั้นสนิทสนมกับเจ้าจอมมารดากลิ่นพระมารดาของพระองค์มากเป็นพิเศษ  เจ้าจอมเคยเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับในราชสำนัก ทั้งขนบประเพณี  ตำแหน่งของเจ้านายในวัง  ไปจนถึงเรื่องซุบซิบต่างๆ เท่าที่เจ้าจอมจะถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษให้แหม่มแอนนาฟัง(มีผู้วิเคราะห์ว่า เรื่องที่แอนนานำไปเขียนเพื่อตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งคงจะมาจากเจ้าจอมหลายท่านที่สนิทสนมและเคยเล่าให้เธอฟัง)  ต่อมาพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5เสด็จประพาสยุโรป  ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้แอนนาเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินจากกรุงสยาม ณ กรุงลอนดอน (ระยะเวลา 30 ปีพอดี หลังจากที่นางได้เดินทางออกจากสยาม) กล่าวกันต่อมาว่า แอนนาในวัยเริ่มชรา มีความปิติมากที่พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเคยเป็นศิษย์ของเธอนั้น พูดจากับเธออย่างเป็นกันเอง เหมือนครั้งยังทรงพระเยาวน์ เธอถึงกับร้องไห้ออกมาต่อหน้าบุคคลในที่ประทับอย่างไม่ปิดบังและเขินอายเลย  แอนนาเสียชีวิตที่เมืองมอนทรีออล ในแคนาดา เมื่อปี พ.ศ. 2458 รวมมีอายุ 84 ปี

                 ปี พ.ศ. 2487  มากาเร็ต แลนดอน ได้รับแรงบันดาลใจจากการอ่านผลงานของแอนนา จึงนำบทประพันธ์นั้นมาปรับปรุงใหม่ (นักวิชาการบางท่านให้นิยามว่า เอาของเก่ามาแต่งเติมให้มีสีสันขึ้น จนแทบหาความจริงไม่ได้เลย) กลายเป็นบทประพันธ์ก้องโลกเรื่อง แอนนาและพระเจ้าแห่งกรุงสยาม (Anna and the King of Siam)  

                จากนั้นมา ได้มีการนำบทประพันธ์ของมากาเร็ตออกแสดงหลายครั้ง เช่น  การเปิดแสดงละครเพลง  เดอะคิง แอนด์ ไอ (พระเจ้าแผ่นดินกับตัวฉัน)ในปี พ.ศ. 2494  ,    ภาพยนตร์เรื่อง เดอะคิงแอนด์ไอ ออกฉายในปี พ.ศ. 2499 กำกับโด วอลเตอร์ แลง  และได้รับรางวัลออสการ์มากถึง 5 สาขา , ในปี พ.ศ. 2515 ได้ถูกสร้างเป็นละครชุดทางโทรทัศน์ โดยซามานธา เอ็ดการ์รับบทเป็นแอนนา  และครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2542 บริษัททเวนตี้ เซ็นจูรี่ฟอกซ์ คอร์ปอเร-ชัน สร้างภาพยนตร์ขึ้น ใช้ชื่อเรื่องว่า แอนนาแอนด์เดอะคิง  แสดงนำโดย โจดี้ ฟอสเตอร์(แอนนา)  และโจว เหวินฟะ(รัชกาลที่ 4)  แต่ก็ถูกห้ามฉายในประเทศไทยหลังเป็นข้อถกเถียงกันอย่างหนักกรณีเนื้อหาของเรื่องบิดเบือนประวัติศาสตร์ (นอกเรื่อง: บ๊องบ๊องเองมีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนที่จะงดฉายในโรงภาพยนตร์ ตอนนั้นยังเรียนชั้นประถม มิส(คุณครู)เล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา  ก็เลยรบเร้าให้น้าพาไปดู  จำได้ลางๆว่าแอนนานั้นมองคนไทยป่าเถื่อนและไร้การศึกษา อีกทั้งยังค่อนข้างจะดูถูกการใช้ชีวิตแบบชาวสยามทั้งหมด จนเธอทนไม่ได้จึงขอลาออกไปในที่สุด  อีกสิ่งหนึ่งที่จำได้ดีคือ ดาราที่รับบทเป็นลูกของแอนนานั้นน่ารักมาก ต่อมาจึงได้เห็นเขาแสดงอีกครั้ง คือ บทเดรโก มัลฟอย  ในแฮรี่  พอตเตอร์นั่นเอง จำแต่เรื่องไร้สาระจริงๆ)

          จากละครและภาพยนตร์นั้น  แหม่มแอนนาถูกโจมตีอย่างหนัก โดยผู้ที่โจมตีเธออย่างชัดเจนที่สุดคือ W.S. Bristowe ในหนังสือ Louis and the king of Siam รวมถึงมัลคอล์ม สมิธ และ เอ.บี. กริสโวลด์  ซึ่งกล่าวถึงบทบาทของแหม่มแอนนาในราชสำนักสยาม  ซึ่งภาพลักษณ์ของแอนนาในฐานะครูฝรั่งวังหลวง  มีหน้าที่หลักในการถวายพระอักษรภาษาอังกฤษให้กับพระราชโอรส พระราชธิดา และเจ้าจอมหม่อมห้าม นอกจากนั้น มีหน้าที่รองอีกอย่างหนึ่งคือเป็นเลขานุการในพระเจ้าอยู่หัว   โดยนักวิชาการสงสัยว่า แอนนามีบทบาทอย่างไรในราชสำนักสยาม  แท้จริง ตำแหน่งเลขานุการอาจเป็นเพียงการแสดงให้ชาติตะวันตกเห็นว่าสยามยอมรับความคิดเห็นของชาวตะวันตก ซึ่งมีอารยธรรมมากกว่าเท่านั้นเอง  แอนนาผลักดันหรือชี้แนะอะไรแก่พระเจ้าอยู่หัวตามที่เขียนไว้ในหนังสือหรือไม่ เมื่อมีการสอบสวนเรื่องนี้โดยนักวิชาการ ก็สรุปกันว่า แท้จริงแล้วแอนนาไม่ได้มีบทบาทอะไรมากไปกว่าครูสอนภาษาอังกฤษเลย  ที่เธอเขียนเรื่องเหล่านั้น อาจเป็นเพราะได้รับความลำบากและจำเป็นต้องหาเงินมาเลี้ยงดูลูก 

 

          จะเป็นไปได้ไหมว่า แอนนานั้นไม่ได้สร้างเรื่องราวโป้ปดเกี่ยวกับประวัติของเธอ รวมถึงเรื่องสถานะของเธอในราชสำนักที่ดูโดดเด่นเกินเลยจากความเป็นจริง  หากแต่เป็นฝีมือการประพันธ์จากจินตนาการของมากาเร็ตเพียงคนเดียว  คราวหน้า  มาดูหลักฐานที่เพิ่งถูกค้นพบของแอนนา ที่จะนำมาหักล้างข้อกล่าวหา สตรีลวงโลก และสถานะที่แท้จริงของเธอในราชสำนักไทย  ที่ผู้ค้นพบหลักฐานถึงกับตกตะลึง

ภาพจากภาพยนตร์ Anna and The King

โดย บ๊องบ๊อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net