วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

LOS...one of my BEST flight.


เขียนบล็อคอยู่ดีดี ไฟดับ...ดันไม่ได้ต่อแบทเตอร์รี่ติดกับเจ้าโน้ตบุ๊ตตัวจิ๋ว...เรื่องราวหายหมดเลย...ต้องมานั่งเขียนใหม่ แป่ว...อ่ะ ลองใหม่อีกรอบ (รอบนี้เอาแบทเตอร์รี่มาต่อละ)

ตารางบินเดือนนี้ (สิงหาคม) ออกมาตอนปลายเดือนที่แล้ว เห็นแล้วจะเป็นลม...ดีหน่อยที่ต้นเดือนให้วันหยุดยาวติดกันมาสี่วัน เลยบินกลับกรุงเทพ ไปเติมพลัง ให้หัวใจกระชุ่มกระชวย...กระชุ่มกระชวยแค่ไหน ลองคลิกไปดูรูปได้ จากเรื่องก่อนหน้านี้ อิอิ

จากนั้นก็กลับมาลุยต่อ...กับภาระกิจบินแหลก...

เริ่มต้นที่ LOS เอ๊ะ มันที่ไหนเอ่ย LOS เนี่ย...มีคนแอบมาดูตารางบิน แล้วก็บอกว่าเอ้ย ตารางบินลูกบัวไฮโซจัง ได้บิน los angeles ด้วย...ไอ้เราก็เอ่อ...เอ่อ มันลอสแอนเจลิสตรงไหนอะคะ...นี่มัน Lagos ไนจีเรีย...คนละมุมโลกแต่สะกดคล้ายๆ กัน...

ไฟล์ทที่เค้าว่ากันว่าเป็นไฟล์ทมหาโหด...ผู้โดยสารกินเยอะ ขอแยะ แถมยังขี้ขโมยอีกต่างหาก...ประเทศก็ไม่ปลอดภัย ถึงขนาดที่ว่าสายการบินต้องออกประกาศแบบเป็นทางการว่า ห้ามลูกเรือทุกคนออกนอกบริเวณโรงแรมเด็ดขาด...เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน...แง๊ ได้รู้ ได้ฟัง ได้อ่าน มาอย่างนี้แล้วใครยังจะอยากไปไฟล์ทนี้บ้างเนี่ย??

เราก็ไม่อยากไป...ไม่เคยไปมาก่อน แต่ก็ไม่อยากไป อยากจะลาป่วยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ครั้นจะป่วยๆ ก็เห็นตารางบินที่ต่อจากไฟล์ทนี้มาอีกหลายๆ ไฟล์ทมันก็น่าป่วย ไม่น่าไปบินทั้งนั้น...เลยต้องคิดแผนการณ์ดีดีว่าจะป่วยมันไฟล์ทไหน...จะป่วยทั้งเดือนเห็นทีจะไม่ได้ ห้าห้า

ก็เลยจำใจบินไฟล์ทลากอส...ไนจีเรีย...ไปถึงเป็นไปตามคาด ผู้โดยสารเต็มลำ...ดูยุ่งแล้วก็วุ่นวายมาก เพราะเค้าตัวใหญ่ๆ กันทั้งนั้น จะนั่ง จะยืนดูมันรกหู รกตาไปหมด...เครื่องขึ้นได้สักพักก็ได้เวลาเสริฟเครื่องดื่มกับอาหาร...ทีนี้ล่ะ เสียลือเสียงเล่าอ้างที่เค้าเล่าๆ กันมา ก็ได้มาเจอ มาเห็นกับตานี่แหละค่ะ...

ให้อาหารไปยังไม่ทันจะแกะทานกันเลย ขอเพิ่มซะแล้ว...ถามว่าจะรับเครื่องดื่มอะไร...ก็สั่งซะทุกอย่าง ทั้งน้ำเปล่า น้ำส้ม โค้ก เบียร์ ไวน์ ชา กาแฟ ฯลฯ จริงๆ นะต่อคนอ่ะ ดื่มกันสี่แก้วเป็นอย่างต่ำ...

ผู้โดยสารข้างหลังทั้งหมดมีด้วยกัน 293 คนระยะเวลาที่ใช้บินราวๆ เจ็ด ชั่วโมง...แก้วน้ำพลาสติคที่โหลดมาให้ 2,000 ใบเกือบไม่พอเสริฟอ่ะค่ะ...

ระหว่างช่วงกลางๆ ไฟล์ท น้องสจ๊วตใต้หวัน ที่เป็นคนรับผิดชอบในครัว เดินเข้ามาบอกว่า เธอๆ ทำยังไงดี ตอนนี้แก้วเราจะหมดแล้ว เราก็ หา?? จะหมดแล้วเหรอ หมดได้ไงอ่ะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสี่ชั่วโมงกว่าเครื่องจะลง แล้วไหนจะต้องเสริฟอาหารว่างก่อนลงด้วย...แล้วจะทำไงดีอ่ะ เราก็อึ้งๆ งงๆ เห้ย มันเป็นไปได้ไง แก้วจะหมด...ซวยแล้วเรา...แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิด โมโหหรือเคืองอะไรเลยนะ...ซึ่งตอนนั้นน้องสจ๊วตคนนั้นเค้าแอบมาบอกตอนหลังว่า นี่ถ้าเป็นซีเนียร์คนอื่น เค้าคงถูกด่าแล้วที่ปล่อยให้แก้วเกือบหมดสต๊อค (ด่าไปแล้วจะได้อะไรอ่ะ...ด่าแล้วบอกให้นักบินเอาเครื่องบินลงไปจอดเติมแก้วได้หรือ ก็เปล่า)

เราก็เอ่อ...กรูจะด่ามรึงทำไมละคะน้อง...your responsibility is also mine if you are not done your job well it means i do not done mine...พูดกะมันไปแบบนี้ มันแอบมาบอกตอนจบไฟล์ทอีกรอบว่า มันประทับใจเรามาก...(เราก็ประทับใจพวกเด็กๆ ไฟล์ทนี้มาก เดี๋ยวรออ่านต่อๆ ไปค่ะ)

ด้วยสมองอันแสนฉลาด (อันนี้ฉลาดแล้วนะ) ก็เลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการให้บอกให้เด็กไม่ต้องเก็บแก้วคืนจากผู้โดยสาร...ประมาณว่าอยากดื่มอะไรดื่มได้ แต่ต้องใช้แก้วเดิมนะ...นอกจากถ้ามันเป็นเครื่องดื่มอะไรที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแก้ว ค่อยเปลี่ยนให้เค้า...

ใครจะดื่มพวก โค้ก สไปรท์ เบียร์ อะไรที่เป็นกระป๋องๆ ก็แค่ให้เปิดกระป๋องให้ แล้วให้เค้ายกดื่ม ไม่ต้องให้แก้ว...

พอออกไปเสริฟรอบสอง ก็แบบมั่วๆ ใครไม่มีแก้ว ไม่ดื่มกาแฟ แม่ก็เทน้ำส้มใส่แก้วกาแฟให้ดื่มซะเลย (จริงๆ ทำไม่ได้ มันไม่สุภาพ ไม่สมควร ไม่คู่ควรกับสายการบินห้าดาวแบบเรา...แต่ทว่า ณ วินาทีนี้ก็ดีกว่า ไม่ทำอะไรเลย บริษัทรู้เรื่องเค้าคงไม่ว่าอะไรพวกเราหรอก ทำดีที่สุดแล้วอ่ะค่ะ...)

ระหว่างที่ทำแบบนั้นอยู่ ก็คิดได้ว่าลืมบอกเด็กๆ ว่าให้เทน้ำส้ม หรือน้ำเปล่า ใส่แก้วกาแฟได้ ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่มีแก้ว และถ้าเค้าไม่ดื่มชา กาแฟ (คือต้องพยายามเก็บแก้วพลาสติคไว้ในกรณีจำเป็นจริงๆ เพราะเหลือน้อยมากไม่ถึงร้อยใบ)...หันไปทางฝั่งซ้ายมือจะโชว์ให้น้องแอร์อีกคนดูว่า นี่ๆ เอาน้ำส้มใส่แก้วกาแฟได้...ยังไม่ทันจะบอกเลย หันไปก็เห็นเด็กเค้าทำแบบนั้นแล้ว หันไปด้านหลัง เห้ยมันก็ทำกันแบบนี้เฟ้ย...เรางี้ยิ้มแก้มปริ แบบว่าเด็กมันฉลาดมาก

เสริฟเสร็จก็เลยบอกว่าเมื่อกี้อ่ะ ประทับใจพวกเธอมากเลยอ่ะ ที่ทำแบบนั้น...

ใช้เซ้นส์ได้เก่งอ่ะค่ะ ของแบบนี้บางทีบางอย่างมันก็ไม่ต้องบอกต้องสอน ก็น่าจะรู้ (แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายๆ ครั้งเวลาไปบินกะเด็กใหม่บางคน หรือเก่าๆ ก็ตามเหอะ มันไม่มีเรื่องเซ้นส์แบบนี้อยู่ในหัว...รู้สึกปวดใจมากถ้าต้องเจอคนแบบนั้น)...น้องแอร์พม่า ใหม่กิ๊ก บินได้สองเดือนกว่าบอกว่าไม่ใช่เซ้นส์ ไม่ใช่อะไรหรอก แต่ฉันหันไปเห็นเธอทำ ฉันก็ทำตามก็แค่นั้น อิอิ...แล้วก็หัวเราะยิ้มกัน คิกๆ คักๆ

ผู้โดยสารกินเยอะจริง แต่ทว่าไม่ได้เรื่องมากให้อะไรก็กินตามนั้น คือบนเครื่องปกติ อาหารก็จะมีแค่สองตัวเลือก ไม่ไก่ก็ปลา หรือเนื้อ...ซึ่งไฟล์ทนี้ไก่หมด เอาเนื้อให้กินเค้าก็กิน ไม่มีบ่น ไม่มีด่า ไม่มีขอกระดาษ ปากกา มาเขียนจดหมายถึงสายการบิน...น่ารักมาก...ไฟล์ทแบบนี้ชอบค่ะ เหนื่อยกาย แต่ไม่ลำบากใจ...ไม่เหมือนบางไฟล์ทขึ้นไปนี่ไม่ต้องเตรียมอาหารแล้วก็เครื่องดื่มค่ะ...แต่ให้เตรียม กระดาษ ปากกา กับยาแก้ปวด...(เอามาทำอะไรบ้าง คิดดูกันเอาเอง...)

เสริฟเสร็จตอนขายดิวตี้ฟรีนี้ก็แอบกลัวสุดๆ เพราะรุ่นพี่เค้าเตือนมาว่าเป็นไฟล์ทที่คนชอบใช้แบงค์ปลอม เครดิตการ์ดปลอม แล้วก็ของจะหาย ฯลฯ เรางี้แทบไม่อยากจะขาย แต่ด้วยสปีริต (จริงๆ อยากได้ค่าคอมมิชชั่น) ก็เลยเอาออกไปขาย...ขายดีจริงๆ ค่ะ รับเงินมาแต่ละทีก็กลับหน้ากลับหลังใช้ปากกาตรวจแบงค์ปลอมตรวจแล้วตรวจอีก...สรุปไฟล์ทนี้ขายได้ ราวๆ แปดหมื่นบาท...(ก็ได้ค่าคอมมิชชั่นไป แปดพันบาท ตามระเบียบ เหอะๆ สะใจ)...ส่วนที่เค้าว่ากันว่าผู้โดยสารขี้ขโมย...ไฟล์ทนี้ไม่มีอะไรหายเลยนะ (เท่าที่รู้ตัว) ค่อยยังชั่ว...

เครื่องลงที่สนามบินเค้าก็รู้สึกเก๋มาก...นี่มันสนามบินพาณิชย์ หรือสนามบินรบกันแน่...มีตำรวจ ทหาร เดินถือปืนอันเบ้อเร้อ เดินไปเดินมารอบๆ สนามบินตลอดเวลา...ตอนนั่งรถบัสไปโรงแรม...อันนี้ก็เป็นคำสั่งมาจากสายการบินว่า รถที่จะพาพวกเราไปโรงแรม ต้องมีรถตำรวจนำขบวนเท่านั้น...มิฉะนั้นอย่าไป...เหอะๆ กิ๊บเก๋ นั่งรถไปมีรถตำรวจ ขับนำ...ระหว่างทางก็มองไปรอบๆ แอบคิดว่านี่ถ้าฉันหลงไปอยู่กลางถนน คงไม่มีชีวิตรอดกลับมาเป็นผู้เป็นคนแน่ๆ...

ไปถึงโรงแรมก็เห้อ ค่อยยังชั่ว เหมือนได้เข้ามาอยู่ในบ้านเมืองมนุษย์ปกติ...แต่ก็แอบไม่ปกติ เพราะยังเห็นภาพของคนถือปืน ยืนคุมไปทั่ว...เรียกได้ว่าทุกๆ ชั้นของโรงแรมจะมีคนนั่งๆ ยืนๆ ถือปืนคุมอยู่ตลอดเวลา...

เอ่อขอเวลานอกซะหน่อยนะคะ ... แม่งงง ถ้ามันไม่ปลอดภัยขนาดนี้ จะให้กรูบินมากันทำไมเนี่ย ...

แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะ โรงแรมดี แถมมีอาหารให้กินฟรีเช้า เย็น...แถมค่ากิน ค่าบินเบ็ดเสร็จที่สายการบินจ่ายให้สำหรับไฟล์ทนี้แล้ว...เรียกได้ว่าคุ้มเกินคุ้มค่ะ (เบ็ดเสร็จ รวมกับค่าคอมมิชชั่นขายดิวตี้ฟรีก็ปาเข้าไปเกือบสองหมื่นแหนะ อิอิ ดีนะที่ไม่ป่วย)

สรุปจบไฟล์ทนี้ต้องบอกว่า แทบจะไม่น่าเชื่อที่จะบอกว่า...This is one of my best flight !!

จากที่กลัวๆ ไม่กล้า ไม่อยากมาบิน กลับกลายเป็นตรงกันข้าม...ไฟล์ทบินนี้กลายเป็นไฟล์ทที่สนุกสนานไปโดยปริยาย...ผู้โดยสารก็อย่างที่บอกไป กินเยอะ แต่ไม่เรื่องมาก ที่สำคัญลูกเรือ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ หรือสจ๊วต ทุกคนเข้าขากันได้ดีหมดเก่ง ขยัน ฉลาด

มีน้องคนไทยมาทำไฟล์ทด้วย...รายนี้ก็หน้าตาน่ารัก ทำงานเก่ง ได้ใจสุดๆ บางรายเป็นแอร์ชั้น first class แต่ถูกจัดตารางมาให้บินเป็นแอร์ชั้นประหยัด ก็ทำหน้าที่ได้แบบว่าน่ารักสุดๆ ไม่ได้ทำต้วเริดๆ เชิดๆ ชั้นเป็นแอร์เฟริส อะไรเลย...จบไฟล์ทเราเลยเขียนจดหมายชมทุกๆคน ส่งไปให้กับบริษัทซะเลย...เค้าว่ากันว่า คนมีปากกาในมือ มีอำนาจในมือ...มักจะใช้ไปในทางที่ผิดๆ ได้แต่เขียนด่าคน...แต่เราไม่นะ ถ้ามันสมควรถูกด่าเราก็จะด่าเลย ใช้ปากนี่แหละด่าให้จบ จบก็จบกันสองคน ไม่ต้องให้คนอื่นรู้ แต่ถ้าชมนี่ เรื่องดีดี เด็กดีดี เก่งๆ แบบนี้ต้องชมให้ทางบริษัทรับรู้...จะได้เป็นประวัติการทำงานที่ดีดีของเค้า...ในเมื่อเค้าทำงานแบบให้ใจ เราก็ควรให้อะไรกลับคืนกับเค้าไปเหมือนกัน...

หวังว่าไฟล์ทต่อๆ ไปจะเจอเพื่อนร่วมงานดีดีแบบนี้อีกนะคะ...

ปล.จะมีคนอ่านจนจบแบบครบทุกตัวอักษรไหมนะ...เพิ่งรู้ว่าเขียนยาวมาก แต่ก็นั่นแหละนะ นานๆ มาที...พรุ่งนี้ก็ไปบินอีกละ...เหนื่อยๆๆ เงินๆๆ (หายเหนื่อยๆๆ)

cursor

โดย ลูกบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net