วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยว เชียงดาว แบบ ลองสเตย์ ที่บ้านแม่แมะ


ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รายสัปดาห์ BizWeek ฉบับเดือนกันยายน 2549

 

ชาวแม่แมะรู้ว่า ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ถวิลหาและหาได้ยากยิ่งสำหรับคนจากเมืองใหญ่ จึงนำเงิน 'เอสเอ็มแอล' จำนวน 250,000 บาท สมทบกับเงินกองทุนหมู่บ้านอีก 150,000 บาทสร้างบ้านพักไม้ไผ่ไว้รับนักท่องเที่ยว

"บ้านแม่แมะ" อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านเก่าแก่ที่หาเลี้ยงชีพกลางป่าผืนใหญ่ วันนี้ด้วยความเข้มแข็งของชุมชนทำให้สามารถบริหาร "งบเอสเอ็มแอล" ได้อย่างน่าสนใจ โดยการเนินโครงการบ้านพักไม้ไผ่ เพื่อหวังเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว

บ้านแม่แมะ หมู่ที่ 11 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีประชากรราว 500 คน ในจำนวนนี้ 70 กว่าครอบครัวเป็นคนเมือง กับอีกเกือบ 30 ครอบครัวเป็นชนเผ่ามูเซอ

บรรพบุรุษพวกเขาอยู่อาศัยและทำกินในบริเวณนี้มากว่าร้อยปี ชาวบ้านแม่แมะจึงเรียนรู้และสืบทอดวิธีที่จะอยู่กับป่า โดยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ให้คงสภาพตามธรรมชาติ กินอาณาบริเวณร่วม 50,000 ไร่

ที่ผ่านมา ชาวแม่แมะมีรายได้เลี้ยงชีพจากการเก็บใบเมี่ยง เพื่อส่งขายยังตลาดในตัวเมือง และเลี้ยงสัตว์ วันนี้ พวกเขากำลังจะมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว

 

แปลงงบเอสเอ็มแอลเป็นบ้านไม้ไผ่

บ้านแม่แมะ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอเชียงดาว แต่จากถนนใหญ่ เส้นทางตลอด 10 กิโลเมตรกว่าจะถึงหมู่บ้าน เป็นถนนเส้นเล็กพื้นคอนกรีตสลับลูกรัง กว้างราว 6 เมตรลัดเลาะตามไหล่เขา ป่าเขียวชอุ่มชุ่มชื้นที่โอบล้อมกลุ่มบ้านจนแทบไม่น่าเชื่อว่าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ไกลตัวเมืองเพียงไม่มากนัก

ชาวบ้านแม่แมะรู้ศักยภาพของตัวเอง รู้ว่าความเป็นธรรมชาติเช่นนี้กลายเป็นสิ่งที่ถวิลหาและหาได้ยากยิ่ง สำหรับคนจากเมืองใหญ่ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนมาเยี่ยมชมชีวิตในป่าเขา สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรม ขาดก็แต่ที่พักสำหรับคนต่างถิ่น

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ชาวแม่แมะเห็นพ้องที่จะนำเงินจากโครงการเอสเอ็มแอลของรัฐบาล จำนวน 250,000 บาท สมทบกับเงินกองทุนหมู่บ้านอีก 150,000 บาท แล้วช่วยกันลงแรง เพื่อสร้างบ้านพักไม้ไผ่ จำนวน 50 หลัง ไว้รองรับนักท่องเที่ยว

"เริ่มมีคนมาพัก และติดต่อเข้ามาพอสมควร เราคิดถึงที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ อย่างตอนนี้มีนักศึกษาโทรมาจองที่พักแล้ว 90 คน จะมาเที่ยวช่วงเดือนธันวาคม กับพวกค่ายนักเรียน นักศึกษา ที่มากันทีละเป็นสิบๆ คน" วงค์ แก้วใจมา ผู้ใหญ่บ้านแม่แมะ ตอบคำถามที่ว่า ทำไมถึงได้สร้างบ้านพักจำนวนมากถึงขนาดนี้

สื่อประชาสัมพันธ์หลากชนิด

โครงการก่อสร้างบ้านไม้ไผ่ จำนวน 50 หลัง ของบ้านแม่แมะ หมู่ 11 ได้ฤกษ์เปิดตัวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธาน

นอกจากนี้ บ้านแม่แมะยังได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานบ้านพัก "ลองสเตย์" เพื่อการท่องเที่ยว จากอีกหลายหน่วยงาน อย่างเช่น องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นำ ช่วยจัดทำป้ายบอกทางให้ ขณะที่อำเภอเชียงดาว และสำนักงานพัฒนาชุมชน ช่วยจัดทำใบปลิวแผ่นพับเพื่อการประชาสัมพันธ์ ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ช่วยนำข้อมูลเผยแพร่ให้ผ่านทางเวบไซต์ของหน่วยงาน

"มีบริษัททัวร์พาฝรั่งมาเที่ยว เขาคิดค่าใช้จ่ายรวมไปในโปรแกรมที่จัดให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวหลายที่ รวมทั้งเดินทางมาพักที่บ้านพักของเรา" ผู้ใหญ่วงค์ เล่าถึงช่องทางต่างๆ ที่นำนักท่องเที่ยวมายังบ้านแม่แมะ ซึ่งยังรวมไปถึงการที่ผู้ใหญ่เองก็จัดรายการวิทยุชุมชน และออกรายการโทรทัศน์ที่มาสัมภาษณ์เกี่ยวกับพืชผักสมุนไพร ภูมิปัญญาของหมู่บ้านตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนมีส่วนในการแนะนำบ้านแม่แมะให้เป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยว

สปาชาวบ้าน-อาหารสมุนไพร

บ้านพักทั้ง 50 หลัง ราคาค่าที่พักอยู่ที่ 100 บาทต่อคืน มีให้เลือกทั้งบ้านพักที่มีไฟฟ้า-เครื่องทำน้ำอุ่น หรือจะรักแบบดั้งเดิมก็เลือกบ้านไม่มีไฟฟ้า อาศัยจุดเทียนพักแรมใต้แสงโรแมนติก

ด้านอาหารการกิน บ้านแม่แมะมีพืชผักสมุนไพรไร้สารเคมี นับรวมได้กว่า 50 เมนู ราคา 60 บาท ต่อคน ต่อมื้อ ส่วนถ้าอยากได้ชาวบ้านไว้พาเที่ยวชม คิดค่าผู้นำเที่ยว 1 คน ต่อนักท่องเที่ยว 1 กลุ่มๆ ละประมาณ 20 คน อัตราค่าบริการกลุ่มละ 200 บาท นอกจากนี้ ยังมีบริการนวด ประคบ อบสมุนไพร มีไว้คอยบริการสำหรับคนรักสุขภาพ

กิจกรรมด้านการท่องเที่ยว มีให้เลือกชมทั้งทะเลหมอก ธรรมชาติพรรณไม้ นั่งรถดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ต้นน้ำ หรือจะดูน้ำตกหลายขนาดก็มีให้ ส่วนใครรักด้านศิลปวัฒนธรรมชนเผ่า ชาวบ้านมูเซอเตรียมพร้อมการแสดงร้องเล่นเต้นระบำ ค่าใช้จ่ายชาร์จเพิ่มตามความเหมาะสม

ยังขาดทักษะทางภาษา

ในอนาคต บ้านแม่แมะ ยังมีแผนจะจัดสร้างศูนย์ต้อนรับ บริการข้อมูล และศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป ของที่ระลึก รวมทั้งสถานที่จัดแสดงวิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชน รวมทั้งปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำป้ายบอกทาง เส้นทางคมนาคม ลานจอดรถ

อย่างไรก็ดี ปัญหาอุปสรรคแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ชาวบ้านแม่แมะยังต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงที่งานด้านการท่องเที่ยวเพิ่งอยู่ในระยะตั้งไข่

"ชาวบ้านพูดกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ค่อยได้ ถ้ามีไกด์พามาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขามากันเอง ก็ต้องใช้ภาษาใบ้" ผู้ใหญ่วงค์กำลังคิดถึงการยกระดับทักษะทางภาษาต่างประเทศให้กับลูกบ้าน รวมทั้งค่อยๆ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา และที่สำคัญคือเงินทุน แน่นอนว่ารายได้จากการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจึงเป็นความหวังของชาวบ้านแม่แมะ

งานด้านการท่องเที่ยวของชาวบ้านแม่แมะเพิ่งเริ่มต้น แต่ถือเป็นกรณีศึกษาของความพยายามที่จะวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์จากงบเอสเอ็มแอลให้เกิดผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมต้องอาศัยพื้นฐานจากความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างราบรื่น

หวังโกยรายได้ช่วง 'ไฮซีซัน'

จันทา แก้วใจมา และ ทองสุข แก้วใจมา เล่าว่า เดิมชาวบ้านแม่แมะมีอาชีพด้านการเกษตร สร้างรายได้จากการเก็บใบเมี่ยงและใบชาส่งขายที่ตลาด หลังจากสร้างบ้านพักให้นักท่องเที่ยวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชาวบ้านมีภารกิจเพิ่มอีกอย่าง คือการช่วยกันดูแลบ้านพักและนักท่องเที่ยว

โดยทั้งสองรับผิดชอบบ้านพักกลุ่ม "เปียงงาม" จำนวน 14 หลัง

"คอยทำความสะอาดที่พัก ถ้ามีคนมาพักก็จะดูแลเรื่องอาหาร ที่นอน แล้วก็ดูว่าขาดเหลืออะไรบ้าง"

บ้านพักกลุ่ม "เปียงงาม" ยังมีบริการเสริม โดยการนวดและอบสมุนไพร ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่มากนัก เนื่องจากบ้านพักเพิ่งสร้างเสร็จแค่ไม่กี่เดือน และพอดีกับเป็นช่วงฤดูฝน แต่ทั้ง "จันทา" และ "ทองสุข" ต่างหวังเช่นเดียวกับชาวแม่แมะคนอื่นๆ ว่าในช่วงฤดูหนาวที่จะมาถึงในปีนี้ หมู่บ้านของพวกเขาจะทำรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นกอบเป็นกำกว่าทุกปีที่ผ่านมา

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net