วันที่ อังคาร สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผจญภัยกับ ต่าย อรทัย และ ไหมแท้ที่แม่ทอ (๑)


ผจญภัยกับ ต่าย  อรทัย  และ ไหมแท้ที่แม่ทอ (๑)

 

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒  แรม ๕ ค่ำ  เดือนเก้า (ก่อนเข้าวันแม่)

                อยู่ๆ ก็มีเรื่องตื่นเต้นผจญภัย  คล้ายแข่งเวลาสุดแรงเกิด  กู้ระเบิดในหนังฮอลลีวู้ด...

                หลังรู้ “ไหมแท้ที่แม่ทอ” ได้รับรางวัล “เพชรในเพลง”  (สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์  กรมศิลปากร  กระทรวงวัฒนธรรม)  ก็มีภารกิจต้องไปรับรางวัลที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ใน “วันภาษาไทยแห่งชาติ”  โดยผู้ที่จะมอบรางวัลคือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

          ตอนแรกไม่แน่ใจนักว่าควรไปรับเอง  เพราะเพลงนี้  ผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญคือ สลา  คุณวุฒิ  ครั้นเมื่อต่อสายคุยกับครูสลาแล้ว  เขาเอ่ยแสดงความยินดี  บอกว่าผมควรไปรับด้วยตัวเอง  เพื่อเป็นเกียรติร่วมกันของทุกฝ่าย  พร้อมกับผู้ขับร้องคือ ต่าย  อรทัย  

                เป็นไงเป็นกัน...เย็นวันที่ ๒๘ กรกฎาคม  เดินทางถึงกรุงเทพฯ  ฝ่ายประชาสัมพันธ์แกรมมี่ให้เปิดห้องพักในซอยเดียวกับ “บริษัทซำบายใจ” ของครูสลา  เพราะเขาจะดูแลทั้งค่ารถไปกลับและค่าที่พักสองคืน  นั่งแท็กซี่ไปลงหน้าแฟชั่นไอสแลนด์  เดินตากแดดหาซอยรามอินทรา ๙๓  อยู่ๆ ฝนก็โปรยเม็ดลงมากลางแดด  ขณะจะเดินข้ามทางอยู่นั้น  ได้ยินรถคันหนึ่งกดแตรเบาๆ แล้วผ่านเข้าไปในห้าง   หันไปมองรู้สึกคลับคล้ายว่าจะเป็น สิงห์เฒ่า – ศราวุธ  ทุ่งขี้เหล็ก

                สัญชาตญาณยุคโทรศัพท์มือถือผุดขึ้น  รีบกดหาหมายเลขสิงห์เฒ่า  จำได้ว่าบันทึกไว้ตอนไปร่วมยินดีงานเลี้ยงแต่งงานของเขา  เขารับสาย  บอกว่าเอารองเท้ามาซ่อมในห้าง  ให้ผมเดินกลับมาพบกันในห้างก่อน  แล้วจะไปส่ง...ครับ  ถือว่าโชคดี  มีคนรู้จักมักคุ้นดูแลยามหลงทาง             

                เจอกันแล้ว  เขาถามว่า  “อาจารย์...เอาก่อนสักจอกไหม?”  ว่าแล้วก็พาไปนั่งร้านกาแฟหรู  สั่งกาแฟรสชาติเข้มข้นมาจิบกันคนละจอก  พร้อมเล่าว่านั่งร้านนี้  ดีไม่ดีอาจได้พบ หงา  คาราวาน  หรือ วสุ  ห้าวหาญ  เพราะถือเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ  หรือแหล่งหาแรงบันดาลใจแต่งเพลง

                  หลังเปิดห้องพักเรียบร้อย  เดินข้ามไปนั่งเล่น  พูดคุย  และกินข้าวกับครูสลา  ได้พบ ต่าย  อรทัย  ธีระพงศ์  ศักดิ์แก้ว  ศิลาแลง  อาจสาลี  วสุ  ห้าวหาญ  เสถียร  ทำมือ  และใครต่อใคร  ตอนนั้นฝนทำท่าจะเทลงมาหนักขึ้น  หลายคนมีแผนจะเตะฟุตบอล  ออกกำลังกายตามที่เคยทุกค่ำ  เขาชวนผมลงสนามและกินข้าวรอบดึกด้วย  แต่ปฏิเสธ  เพราะอยากพักผ่อน  เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่ง

                ตื่นเต้น  นอนไม่หลับเลยแหละครับ  หลับๆ ตื่นๆ ลุกขึ้นประมาณตีสามกว่า  เขานัดขึ้นรถตู้เจ็ดโมงเช้า  ก่อนนั้นอาจมีการแต่งหน้าแต่งตาบ้าง (เน้นที่คุณต่าย)  ขึ้นรถออกจากบริษัทเข้าถนนรามอินทราไม่ทันไร  เมืองเหมือนหยุดนิ่ง  รถติดแหง็กอยู่กับที่  สองโมงก็แล้ว  สองโมงครึ่งก็แล้ว  สามโมงก็แล้ว  ฝ่ายประสานงานที่รออยู่ตามแล้วตามอีก  นายกฯ จะมาถึงสามโมง  ก่อนหน้านั้นเราควรไปถึงงานพร้อมแล้ว  นั่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ในรถตู้  ได้ข่าวว่ามีรถโดยสารคันหนึ่งเสีย  จอดขวางทางอยู่จุดใดจุดหนึ่ง  ผู้คนจำนวนมากทนไม่ได้  ต้องลงจากรถเมล์  เดินขวักไขว่ข้างถนน

                ผมเริ่มปลง...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด  ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ๓ ปี  นี่เป็นครั้งแรกที่เจอรถติดจังๆ  แถมจะไปงานสำคัญ  ทำให้อุณหภูมิความเครียดพุ่งพอสมควร  ฝ่ายนักร้องหมอลำดอกหญ้า  เธอคงเครียดไม่น้อยกว่ากัน  จุดหนึ่งเธอถึงกับเสนอว่า  “ลงหาวินมอเตอร์ไซค์ดีกว่า...อาจารย์”

                ไอ้ผมไม่เท่าไหร่ดอกครับ  เสื้อกางเกงมิดชิด  หน้าผากก็ผมน้อยอยู่แล้ว  ถ้าต้องโต้ลมสักหน่อยคงไม่เป็นไร  แต่สาวต่ายสิครับ  แต่งหมอลำเต็มยศ  ถึงลงรถตู้พึ่งมอเตอร์ไซค์ไปทันเวลา  แต่สภาพหลังจากนั้นของเธอ  คงดูไม่จืดแน่ๆ  นอกจากรับรางวัลแล้ว  ยังต้องร้องเพลงอีกต่างหาก

                นับถือน้ำใจสาวต่าย  เธอคงเคยผจญภัยตระเวนร้องเพลงมานักต่อนัก  โชคดีที่วันนั้นหามอเตอร์ไซค์ไม่ได้  และเหมือนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งบันดาลเปิดทางให้  รถตู้ของเราบึ่งได้แบบสุดชีวิต 

                โชคดีมีอยู่...เราไปถึงศูนย์วัฒนธรรม  หลังงานเริ่มครึ่งชั่วโมง  เจ้าหน้าที่ต้องพาวิ่งอ้อมไปเข้าด้านหลังเวที   ไปถึงมีคนบอก  รางวัลผมเป็นลำดับต้นๆ  มีคนรับแทนแล้ว  ช่างบังเอิญเหลือเกิน (อีกแล้ว...)  ไผ่  พงศธร ป่วยหนัก  มาไม่ได้...ผมจึงถูกดันให้ไปปรากฏตัวแทนที่ว่างตรงนั้น

                เสียงกรี๊ดสนั่นแหละครับ...บ้านไผ่  ไพวรินทร์  สวมบท  ไผ่  พงศธร เข้าถึงท่านนายกฯ จนได้  (๕๕๕)  ครับ...โปรดติดตามตอนต่อไป!

 

อังคาร ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

คม ชัด ลึก

โดย ไพวรินทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net