วันที่ อังคาร สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความทรงจำของใจ(ที่ไม่เคยจาง)#4


จนเพื่อนกลับห้องไปกันหมด  เราอยู่กันสองคน  เธอนั่งกอดชักโครกอาเจียนอยู่ให้ห้องน้ำ  หมดสภาพคนสวยของฉันไปเลย  โดนฝาชักโครกตีหัวซะบวมปูด.....ฮ่าๆๆๆ... ฉันทำได้ก็แค่ดูแล  ลูบหลังให้  อาบน้ำให้  แล้วก็แบกเธอไปนอนที่เตียง

จนเช้า.... เราก็ออกไปเล่นน้ำกันทิ้งท้าย (ยังมีแรงเน๊อะ!!) ก่อนที่จะเช็คเอ้าท์ตอนเที่ยงแล้วก็นั่งรถออกมาที่หาดทรายแก้ว 

เราขึ้นเรือกลับมาที่ฝั่งก็เกือบเย็น  พระอาทิตย์กำลังตกรำไรๆ  แสงแดดกำลังสวยเลย  ถ่ายรูปกันอีกนิดหน่อย  ก็มีรถตู้มารับเรากลับกรุงเทพฯ

พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ทุกอย่างก็เลยกลับไปเป็นเหมือนเดิม  เธอเตรียมตัวจะไปออกค่ายสิ้นเดือน  แล้วก็บอกให้เราเป็นเพื่อนกันวันที่ 19 เมษายน

วันนั้นฉันนอนกอดเธอตามปกติ  แต่เธอไม่กอดตอบ  ฉันจึงถามเธอว่ามีอะไรจะบอกมั๊ย  เธอร้องไห้  แล้วเธอก็บอกให้เราเป็นเพื่อนกันนับแต่วันนั้น 

เย็นวันนั้นเราไปที่มอ. เพื่อที่จะเตรียมของไปค่ายอาสา  แล้วก็ไปรับแจกเสื้อที่เราไปซื้อด้วยกันที่โรงเกลือ  วันนั้นเราพูดคำว่าเพื่อนกันเต็มปาก  แต่มันก็ยังทำให้ฉันเสียใจ  เพราะไม่อยากใช้คำๆนี้อีก

แล้วเธอก็เดินทางไปชัยนาทวันรุ่งขึ้น  ฉันก็ยังจะรอเธอ  รอให้เธอกลับมาเจอกันอีกครั้ง  เป็นครั้งสุดท้าย  แต่เธอก็พยายามที่จะไม่มาเจอกัน 

จน....เราเจอกันจนได้  เราไปกินข้าวด้วยกันครั้งสุดท้าย  เธอจะส่งฉันขึ้นรถหน้ามอ.กลับบ้าน  แต่ฉันก็ยังดื้อที่จะขอไปส่งเธอในมอ. จนทำให้เธอร้องไห้  แต่สุดท้าย  ก็ต้องตัดใจเดินกลับออกมาจริงๆ ทั้งๆที่ไม่อยากเห็นเธออยู่ในภาพแบบนี้ก่อนที่เราจะจากกันเลย

ฉันบอกให้โบร่ำช่วยดูแลเธอหลังจากที่ฉันกลับมาแล้ว  ฉันนั่งรถมาถึงแปดริ้ว  เธอโทรมา  ร้องไห้  ฉันบอกเธอว่า...

ฉัน -  เค้าก็ไม่ได้ไปไหนซักหน่อยก็คิดซะว่า  เค้ากลับมาทำงาน  แล้วเดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก  ยังงัยเราก็ยังเจอกันได้เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ

เธอ – (ได้แต่ร้องไห้)

แล้วหลังจากนั้นฉันก็พยายามที่จะโทรหาเธออยู่เรื่อยๆ  แต่ก็ต้องเจอกับน้ำเสียงอันเฉยชาของเธอ

แล้ววันนึงต้นเดือนพฤษภาคม  ฉันโทรไปหาเธอแล้วก็รู้ว่า  เธอกำลังจะกลับชัยนาท  โดยที่มีคนๆนั้นไปส่งขึ้นรถ  ฉันถามเธออีกครั้งว่าเธอยังรักฉันอยู่มั๊ย??... แต่เธอตอบว่า “ไม่”  มันทำให้ฉันเสียใจมาก  จนวันนั้นฉันไปดื่มโดยที่มีก๊ะกับน้องคนนึงไปด้วย

ฉันเมามาก  ถึงขนาดไม่รู้ตัวเลย  ขึ้นไปร้องเพลง “กลับมารักกันได้ไหม” ที่ฉันชอบร้อง  ร้องไปร้องมา  ก็เลยร้องไห้บนเวทีซะเลย  ทำเอาคนในร้านงงกันไปเป็นแถบๆ

น้องบอกว่า  วันนั้นฉันพยายามจะวิ่งออกไปให้รถชน  ซึ่งฉันก็ยังงงๆ ว่าทำแบบนั้นไปได้ไง  ก๊ะสงสารฉันถึงกับร้องไห้เป็นเพื่อนเลยทีเดียว

แต่หลังจากนั้น...  ตื่นเช้ามาทุกอย่างที่ผ่านมาทำให้ฉันคิดอะไรได้มากขึ้น  ทำใจได้มากขึ้น  แล้วก็เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น

ฉันได้เข้ามากรุงเทพฯ บ่อยๆ เพราะต้องเข้ามาประชุมที่บริษัทที่ฉันทำงานอยู่  เราได้เจอกันประมาณครั้งนึงหรือสองครั้ง  ก่อนที่เราจะได้เจอกันอีกครั้งวันที่เธอป่วยจนเข้าโรงพยาบาล

วันนั้นฉันมาประชุม  ซึ่งมาหลายวัน  เพราะมีประชุมใหญ่ของบริษัท  ตอนเย็นฉันตั้งใจจะโทรไปหาพี่บี  เพราะจะชวนไปทานข้าว  แต่ก็บังเอิญไปรู้ว่าเธออยู่ไอซียู  ก็เลยตีรถไปหาเธอที่โรงพยาบาล  แล้วก็ไปอยู่เป็นเพื่อน  จนเธอขึ้นไปที่ห้องดูอาการผู้ป่วยวิกฤติ (ไอซียูนั่นแหล่ะ)  แล้วก็แน่ใจว่าเธออยู่ใกล้พยาบาลแล้วก็ทำให้ฉันไม่ต้องห่วงอะไรมากเหมือนเดิม  เพราะอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว

คืนนั้นหลังจากที่ฉันกลับมาถึงที่ห้อง  ฉันโทรเช็คที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอหลับแล้ว  แล้วก็เดินทางไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งในตอนเช้า

จริงๆฉันตั้งใจว่าจะกลับวันนี้  แต่เพราะว่ายังไม่มีญาติเธอมา มีก็แต่พี่บีกับเพื่อนๆ ที่ที่ทำงานของเธอ  ก็เลยอยู่เป็นเพื่อนจนย่ากับอาต๋อย  พ่อแล้วก็แม่ของเธอมา  แล้วก็ย้ายเธอไปที่ห้องพิเศษ  ฉันก็เลยขอตัวกลับ

เธอรู้มั๊ย???  ยังไงฉันก็ยังเป็นห่วงเธอเหมือนเดิม  ไม่ว่าเธอจะทำให้ฉันเจ็บหรือว่าเสียใจขนาดไหน  แต่ไม่รู้สิ่...ยังงัยมันก็ยัง “รัก” เธออยู่ดี......

แล้วหลังจากนั้นมา  เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  แต่ก็ยังได้รู้ข่าวว่าเธอ “เลิก” กับคนนั้นไปแล้ว

(ถึงแม้ว่าฉันจะได้รู้จักคนๆนั้นของเธอมาไม่นาน  แต่ฉันก็รู้ว่าเป็นคนยังงัย  และฉันก็เคยเตือนเธอแล้ว  แต่ก็ไม่เป็นผล  จนเธอต้องเสียใจเพราะ “มัน”)

เรายังคงคุยกันบ้าง  ทุกๆวันสำคัญที่เกี่ยวกับเธอหรือว่าเกี่ยวกับเรา..มันยังคงเป็นวันสำคัญสำหรับฉันเสมอ.....นะ

แต่สำหรับเธอ....ทุกอย่างและทุกๆวัน  มันคงไม่มี..........อะไรเลย....

(ใช่มั๊ย??)

 

และไม่ว่าจะยังไง หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต  ฉันอยากให้เธอรู้ว่า....

โดย เคนจิ

 

กลับไปที่ www.oknation.net