วันที่ พุธ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิราศเมืองเลย ๒ : เข็มชัย ปัญญารัมย์


ตื่นขึ้นเช้าแสงสีระวีวาด 

ยุรยาตรเร็วรี่ขมีขมัน

หารถไปเมืองเลยกันสักคัน 

ถามหนูนั่นดูทีมีไหมรถ

บอกว่ารถเมืองเลยยังไม่มา 

อนิจจาหรือว่าหนูจะพูดปด

เธอว่าโถคุณขาไม่เคยคด

 จะโป้ปดทำไมเห็นใจคุณ

มีรถวิ่งเมืองเลยเพียงคันเดียว

 รถ “ตาเลียว” ไม่เห็นมาให้อุดหนุน

สองสามวันมาครั้งกระมังคุณ

 เราว้าวุ่นหมดหวังตั้งตาคอย

ทันใดนั้นแม่หนูจ้องมองตาตื่น 

พี่ไม่ต้องค้างคืนให้เหงาหงอย

รถตาเลียวมาแล้วให้พี่คอย

 เครื่องใช้สอยไว้ตรงท่าเดี๋ยวมาเอง

จริงดังว่ารถหยุดสะดุดพรืด

 คนขับยืดขาหยั่งสั่งโฉงเฉง

เด็กเอาของลงมาท่านักเลง

 เสียงครื้นเครงหยอกล้อพอสบาย

ล้วนของป่าสารพัดจัดเป็นพวก

 เพื่อสะดวกแก่ลูกค้าเวลาขาย

ขนพริกแห้งของป่ามามากมาย

 ทั้งมัดหวายแก่นคูณสมุนไพร

           

เมื่อเอาของลงหมดก็ซดเหล้า

 เสียงหยอกเย้าเริงร่าท่าสดใส

ทั้งอาหารหวานคาวมีถมไป 

ทุกคนได้หยุดจับรับประทาน

เราทั้งสองย่องเงียบเทียบน้าเลียว

 ประเดี๋ยวเดียวเกิดรักสมัครสมาน 

คุยถูกคอกันได้พอประมาณ

 ได้รู้การจรดลรู้หนทาง

เมื่อพักผ่อนได้ที่พอมีแรง

 เลียวจัดแจงกลับรถไม่อางขนาง

สินค้าสารพัดเต็มระวาง

 จัดที่ทางเกลือปลาทูเครื่องอยู่กิน

ผู้โดยสารไปรถกำหนดไว้ 

พลาดแล้วใครอย่าโทษว่าโหดหิน

ต้องออกตรงเวลาเป็นระบิล

 เพราะว่าถิ่นที่ไปไกลเหลือเกิน

           

รถออกจากขอนแก่นไม่พลาดพลิก

 ยี่สิบหกพฤศจิระหกระเหิน

ศกสองสี่แปดสี่ไม่มีเกิน 

 ผ่านโคกเนินบั่นบุกแสนทุกข์ทน

มุ่งชุมแพแค่แปดสิบกิโลเมตร 

แทบจะเข็ดแล้วซิเราระเหระหน

รถกระแทกกระเทือนสู้นั่งทน 

ปวดที่ก้นเอวตะโพกแทบโยกคลอน

ถนนเป็นคลื่นหลุมบ่อพอขับผ่าน

 เกิดอาการเรรวนชวนสังหรณ์

หลังคาโยกไปมาอนาทร 

มันโคลงคลอนเอี๊ยดอ๊าดอนาถใจ

จากขอนแก่นแล่นได้ห้ากิโลเศษ

 เกิดอาเพศเร็วรุดสุดแก้ไข

แล่นฉวัดเฉวียนวงไม่ตรงไป

 วิ่งเข้าใส่ชนกองหินดินกระจาย

รถเอียงวูบทำท่าจะพลิกคว่ำ

 เสียงร้องร่ำโหยหวนชวนใจหาย

ทั้งเด็กเล็กแก่เฒ่าเหล่าหญิงชาย

 ร้องโวยวายก้องกู่ทุกผู้คน

มีเสียงเตือนอย่ากระโดกกระดุกกระดิก 

รถจะพลิกอย่าขยับจะสับสน

เกาะที่นั่งให้แน่นกันทุกคน

 เดี๋ยวก็พ้นเขตขัณฑ์อันตราย

กองกรวดหินดินข้างเป็นระยะ 

รถวิ่งฉะชนไปไร้จุดหมาย

เลียวชะลอรอรถค่อยคลี่คลาย 

ต่างรอดตายราวปาฏิหาริย์กันทุกคน

เพียงหัวร้างข้างแตกข้อเคล็ดเคลื่อน

 ผมกับเพื่อนก็ได้เลือดหลายแห่งหน

ทำไมเลียวขี่ขับกลับเวียนวน 

สัปดนเกือบตายอะไรกัน

เครื่องมันแปลกแยกยอกบอกไม่ได้ 

หยุดแก้ไขก่อนพ่อคุณอย่าหุนหัน

สองชั่วโมงคงเสร็จสำเร็จทัน

  ต่างพากันพักอาศัยใต้ร่มเงา

บ้างจับกลุ่มสนทนาว่าพ้นเคราะห์

 บ้างหัวเราะบ้างตาปรอยท่าหงอยเหงา

รอดชีวิตมาได้ทั้งเขาเรา 

บุญไม่เบาขอบคุณฟ้าธาตรี

เมื่อได้พักหยุดรอพอได้คิด

 ถึงมิ่งมิตรกานดามารศรี

อยู่ขอนแก่นเกือบตายวายชีวี 

แก่นไมตรีไม่มีพรากจากอนงค์

ยังหวนนึกระลึกถึงทุกเช้าค่ำ

 เป็นประจำผูกใจไม่ลืมหลง

เสน่ห์สนิทมิตรธรรมดำรงคง 

แม้นชีวิตมลายลงยังวิญญาณ

คงวนว่ายเวียนเฝ้าถนอมนุช

 ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน

คงมีวันได้พบยุพาพาน 

อีกไม่นานเท่าไรคงได้มา

นามขอนแก่นแดนอิสาณบันดาลจิต

 ให้ค้นคิดความหมายไฉนหนา

เป็นขอนแก่นก็ต้องแข็งแรงศรัทธา

 แข็งทั้งรักไม่โรยราไปตามกาล

ขอนแก่นต้องแน่นแข็งไม่ปุปะ

 ถ้าขอนผุขรุขระประสมประสาน

เอาไปปักหลักอะไรไม่ได้กาล

 เหมือนคนพาลคิดชั่วละมัวเมา

สมองผุขรุขระปุปะทั่ว  

ประพฤติตัวเหี้ยมโหดล้วนโฉดเขลา

ปล่อยชีวิตจมอบายไม่บรรเทา 

ยึดเอาอวิชชามาครอบครอง

มีเวลาก็พาคิดเตลิดเพริศ

  คนประเสริฐย่อมมีแก่นมีสมอง

มีพื้นฐานความคิดจิตไตร่ตรอง 

ที่ครรลองเลือกข้างแต่ทางดี

ทำอะไรแม้นมั่นไม่เหลาะแหละ 

ไม่ขอดแขวะเบียนเบียดขูดเสียดสี

มีหลักเกณฑ์เที่ยงตรงมั่นคงดี 

ขอนแก่นมีความหมายอยู่ตายตัว

           

รอคุณเลียวแต่งรถก็หดหู่ 

หันไปดูสาวรุ่นแม่ทูนหัว

เห็นเธอร้องกระซิกสั่นระรัว

  ข้างข้างตัวแม่เฒ่าจับประคับประคอง

เราสงสัยไถลเร่ไปซักถาม

 เธอเจ็บตามตรงไหนคุณทั้งสอง

แม่เฒ่ายืนชาเย็นเขม้นมอง

 เราทั้งสองแล้วขยายภิปรายเปรย

มันเจ็บปวดที่หัวใจเขาไล่ทิ้ง 

ผัวมีหญิงคนใหม่ใครจะเฉย

ฉันก็พาหลานกลับจังหวัดเลย

 แม่เฒ่าเผยให้รู้อยู่เชียงคาน

เราทั้งสองยืนงงผมปลงว่า

  นี่แหละหนาบุรุษภัยไร้แก่นสาร

เป็นตำรวจขอนแก่นหัวใจมาร

 เป็นขอนผุเผาผลาญสาวป่าดอย

เราซึมเซ่อเผลอคิดนิจจาเจ้า

 ทำไมเล่าจึงเหมือนพี่ที่เหงาหงอย

พี่มีรักแต่ไยรักเหมือนขาดลอย 

ได้แต่คอยโศกศัลย์ทุกวันคืน

ผิดกันก็ที่รักพี่เหนียวแน่น 

ส่วนรักเธอคลายแคลนสิสุดฝืน

จะตัดใจละวางช่างเต็มกลืน

 สะอึกสะอื้นร้องไปเสียให้พอ

อันที่จริงหญิงชายก็คล้ายกัน

 หญิงอาสัญเพราะเพื่อนชายมากมายหนอ

ชายที่ตายด้วยสตรีมีมากพอ

 พอพอกันนั่นแหละน้องต้องตัดใจ

มนุษย์ในใต้ฟ้าบนหล้าโลก

 สุขกับโศกมิได้สิ้นอย่าสงสัย

ถือเสียว่าเวรกรรมชักนำไป 

จงทำใจเว้นว่างทางโลกา

กลับไปเถิดหนูน้อยไปหาแม่

  คนรักเธอแท้แท้ยังคอยหา

ไม่มีใครรักเราเท่ามารดา

 ลูกหกล้มก็ผวามาพยุง 

ยามลูกเจ็บวนเวียนมาถามไถ่

  เจ็บตรงไหนยามหิวก็หาหุง

ข้าวน้ำยกสำรับมาปรับปรุง 

ไล่ริ้นยุงใครแน่แม่เราเอง

พี่ก็ได้แต่เตือนแม่เพื่อนยาก

 ใช่สำรากทับถมพูดข่มเหง

รอดชีวิตมาได้บุญเราเอง 

พี่ร่ายเพลงเตือนน้องต้องจบที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ชาวบ้านบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net