วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลืมวันพระกันหรือยัง


วันพฤหัสบดี  เเรม ๑๔ ค่ำ เดือนเก้า  ปีฉลู  พุทธศักราช  ๒๕๕๒

    สวัสดีวันพระครับ   จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ของ  ชาวพุทธในยุคนี้ที่  ยังให้ความสำคัญกับวันนี้  ที่จริงเเล้ว  เเม้ว่าเราจะหาโอกาสเเละเวลาที่จะเข้าวัดได้น้อยลง  เเต่การให้ความสำคัญกับวันพระบ้าง  เราก็จะได้รับผลทางด้านจิตใจไม่มากก็น้อย  หลงลืมหรือเผลอไผล   คิดหวังสิ่งใดที่เข้าข่ายไม่ค่อยจะถูกครรลองครองธรรมไปบ้างก็จะได้  เลิก  ลด  ละ หรืออย่างเเย่สุด  ก็เลื่อนให้มันพ้นวันนี้ไปสักวันก็ยังดี    ไม่เเน่รอให้พ้นไปอีกสักวันอาจจะมีทางออก  หรืออาจทำให้เราเปลี่ยนใจ ,หักใจจากการคิด  หรือกระทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่ว่าจะมากหรือน้อยนิด นั้นๆได้ 

 

         ในอดีตตอนฉันยังเป็นเด็ก   เคยมีโอกาสได้ฝากตัวเป็นศิษย์   ของครูมวยท่านหนึ่ง  ท่านเป็นครูสอนศาสนาอิสลาม  ท่านเป็นเพื่อนกับพ่อของฉัน  ท่านคบหากันมานาน   พ่อฉันเรียกบังดีน  พวกเราด้วยความเป็นเด็กก็เลยเรียกตามพ่อว่าบังดีนเหมือนกัน  ทั้งๆที่จริงเเล้ว   ห่างรุ่นห่างชั้นกันลิบลับเเต่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญ   เพราะฉันเเละน้องๆก็ให้ความเคารพท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของครอบครัว

          มีอยู่หลายครั้ง  ที่ท่านมาค้างที่บ้าน  พอตกช่วงกลางคืน  ท่านก็จะนั่งนิ่งๆนานๆ  เเต่ไม่รู้ว่าคนอิสลามเขาเรียกว่านั่งสมาธิเหมือนคนพุทธไหม   ส่วนพ่อฉันก็จะนั่งสมาธิอยู่อีกมุมหนึงของบ้าน    "ท่านทั้งสองเป็นคนที่มีวิชาอาคม"  ตามความเชื่อของคนสมัยก่อน   คอยช่วยเหลือคนที่ผีเข้าบ้าง   ถูกของบ้าง  หรืออื่นๆ  เห็นท่านทั้งสอง ซึ่งต่างศาสนา  ต่างวิชา  ต่างที่มากัน โดยสิ้นเชิง  คาถาที่พ่อใช้ส่วนใหญ่   ดูๆหรือบังเอิญเจอเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นบทสวดในพระพุทธศาสนา   ส่วนของบังดีนก็คงเป็นวิชาในสายภาษาศาสนาของท่าน     เเต่ท่านทั้งสองก็นั่งสนทนาเเลกเปลี่ยนทัศนะคติกัน  หรือ  บางครั้งก็ยังมีการส่งต่อคนไข้ให้กัน  ยามที่เกินความสมารถในสายวิชาของตน   เเต่ไม่ถึงกับส่งขึ้นรถหวอเเบบโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้หรอกนะครับ โดยมิได้หวังสิ่งตอบเเทนอื่นนอกจากการได้ช่วยเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก   เพราะฉนั้นเนื้อเเท้ของเเทบทุกศาสนาก็น่าจะอยู่ที่การให้ การเสียสละ  โดยขึ้นอยู่บนพื้นฐานเเห่งความพอดีที่ทำได้  

         ฉันมานั่งนึกดู สมัยนี้  ไม่ว่าเป็นใคร  มาจากไหน  คิดอย่างไร  หากผู้คนถ้ามีความคิดอยากที่จะให้  ด้วยปัจจัยเเละเหตูผลที่สามารถให้ได้   มากกว่า  การอยากที่จะได้โดยไร้เหตุผล(ยังไงกูก็จะเอา)  สังคมก็น่าจะมีความสุขกันมากกว่านี้       

           เเต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้   คนที่ให้ก็ให้!ให้!ให้!จนจะไม่เหลือที่จะให้ก็ยังไม่พอให้   คนที่จะเอาก็เอาจนไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนเเล้วก็ยังจะเอา!เอา!เอาอีก     ไม่รู้เมื่อไหร่จะพอ   ขอให้วันพระวันนี้เเละทุกวันพระต่อไปเป็นวันพักผ่อนของกิเลสมนุษย์ซักวันก็น่าจะดี  วันนี้วันพระมีของดีจากท่านพุทธทาส มาฝากครับ

  อันชาวบ้าน  ทำงาน  เพื่อกาม เกียรติ                 จึงเกิดความ  ตึงเครียด   จนสั่นไหว

ส่วนชาววัด  มุ่งขจัด  ไปท่าเดียว                          มิให้เกี่ยว  เกียรติกาม   มุ่งงามธรรม

จึงเกิดมี  เครืองวัด  วัดชาวบ้าน                            ด้วยเงินงาน   อดอยาก  หรือ อิ่มหนำ

ส่วนเครื่องวัด  ชาววัด  วัดกิจกรรม                        ว่าเขาทำ    ให้ว่างได้    เท่าไรเเล

ถ้าชาววัด     ฮึดฮัด  มุ่งกามเกียรติ                        มันน่าเกลียด  เเสนกล   คนตอเเหล

ถ้าชาวบ้าน  เกลียดคร้าน  งานเชือนเเช                  ก็มีเเต่      ทุกข์ทน  หม่นหมองไป

จึงขอให้   ชาวบ้าน  เป็นชาวบ้าน                           ผสมผสาน  เกียรติกาม  ตามวิสัย

ให้ชาววัด  เป็นชาววัด   ขจัดไกล                           เพื่อพ้นภัย   เกียรติกาม  งามนักเอย

  ศาสนาใดๆก็สอนให้คนเป็นคนดี   เเละพอดี  เช่นเดียวกัน  

พระพุทธศาสนาก็มิได้บังคับให้ชาวบ้านต้องตัดกิเลสเสียทั้งหมด  เพียงสอนให้รู้จักสนองกิเลสอย่างพองาม   ชีวิตเเละสังคมก็คงจะ   น่าอยู่ขึ้นเยอะ              ศ.สักวา

โดย ศ.สักวา

 

กลับไปที่ www.oknation.net