วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถึงจะอย่างไร ชีวิตนี้มอบให้เพื่อ "ทะเลสาบสงขลา"


ชีพ แก้วบุญส่ง : จากปัญหาทะเลสาบสู่เกษตรกรรมปลอดสารพิษ

ในแวดวงบุคคลที่ทำงานเกี่ยวพันกับทะเลสาบสงขลา คงไม่มีใครไม่รู้จัก
“ลุงชีพ แก้วบุญส่ง” ชาวประมงทะเลสาบแห่งอำเภอ ควนขนุน จังหวัดพัทลุง

แม้จะเจอหน้าเจอตาน้อยลงในเวทีที่เกี่ยวกับปัญหาประมง แต่พบหน้ากันล่าสุด
ในงาน “ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง รวมพลคนรักษ์ลุ่มน้ำเลสาบ” ที่หาดแสนสุข
ลำปำ จ.พัทลุง ลุงชีพยังกล้ายืนยันอย่างหนักแน่น ว่าทุกวันนี้ยังสนใจในปัญหา
ทะเลสาบสงขลาอยู่

ได้ยินแค่นี้ก็ทำให้ใครต่อใครชื่นอกชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

ย้อนหลังไปหลายปีก่อน ลุงชีพเริ่มเข้ามาทำงานในแวดวงประมงพื้นบ้านประมาณปี
2534-35 ซึ่งถือได้ว่าเป็นแกนนำชาวบ้านรุ่นแรกๆ ที่เข้ามาทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์
และฟื้นฟูทะเลสาบ สงขลา

แม้แรกเริ่มเดิมที “ลุงชีพ” จะเข้ามาในฐานะช่วยขับรถส่งแกนนำอีกคนในหมู่บ้าน
เพื่อเข้าร่วมประชุมแต่เมื่อได้ร่วมฟังในเวทีต่างๆ ที่ได้เข้าร่วม จึงเกิดความสนใจ
คิดว่าตัวเองก็เป็น “คนเลสาบ”คนหนึ่งที่รับรู้  ปัญหาทะเลสาบอย่างดี เพราะครอบครัว
ตัวเองตั้งแต่ปู่ ทำมาหากินโดยการทำประมงเลี้ยงลูกเลี้ยงครอบครัวในทะเลสาบ
มาโดยตลอด

ยิ่งร่วมเวทีมากเข้า รับรู้ปัญหาที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดก็กลายเป็นแกนนำสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน
ทะเลสาบสงขลาโซนของทะเลน้อยไปโดยปริยาย

เกือบยี่สิบปีที่เข้าทำงานด้านนี้ ลุงชีพเล่าให้ฟังว่า มีกิจกรรมมากมายที่ทำร่วมกับเพื่อนๆ
เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาทะเลสาบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมผลักดันนโยบาย
ร่วมกับนักพัฒนาเอกชนที่ทำงานในพื้นที่ 

บางอย่างเห็นรูปธรรม บางอย่างต้องรอเนื่องจากปัญหาทะเลสาบสงขลาเป็นปัญหาใหญ่
และเรื้อรังมานาน

ท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ยังไงๆ ลุงชีพก็บอกว่า ก็คงต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาทะเลสาบสงขลา
กันต่อไป เพราะยังอยากจะเห็นทะเลสาบกลับมีความสมบูรณ์อีกครั้ง

ไม่ต้องถึงขนาดนุ่งผ้าถุงอาบน้ำแล้วกุ้งก้ามกรามติดขึ้นมาเป็นกิโลๆเหมือนอย่างในอดีต
ขอแค่พอกินพออยู่ เท่านี้ ลุงชีพก็บอกว่าเป็นสุขแล้ว

********

นอกจากจะยังคงสนใจปัญหาทะเลสาบ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ลุงชีพได้มีโอกาส
ทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรรมทางเลือกอีกบทบาทหนึ่งด้วย

สมัยช่วงที่ “ตลาดเขียว” ในอำเภอหาดใหญ่กำลังบูมสุดขีด ใครๆต่างก็รู้จักลุงชีพเป็นอย่างดี

เพราะคุณลุงนี่แหละที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญคนหนึ่งที่ทำให้ตลาดแห่งนั้นดกดื่นไปพืชผัก
ปลอดสารพิษที่นำมาบริการขายถึงใจกลางเมืองหาดใหญ่

แม้ทุกวันนี้ตลาดดังกล่าวจะยุติบทบาทไปนานแล้วหลายปี แต่คุณูปการจากตลาดดังกล่าว
ก็สามารถทำให้ลุงชีพสามารถนำพืชผักปลอดสารพิษเข้าบุกถึงโรงครัวโรงพยาบาลหาดใหญ่
ได้สำเร็จ

อธิบายอย่างง่ายก็คือ หลังจากตลาดเขียวยุติบทบาท “ลุงชีพ” ก็นำพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ
ที่ชาวบ้านในชุมชนปลูก ไม่ว่าจะเป็น ผักเหมียง ผักกูด ถั่วพลู เป็นต้น นำไปขายที่โรงพยาบาล
หาดใหญ่แทน

สัปดาห์ละสอง-สามครั้ง...ดำเนินการมากระทั่งถึงทุกวันนี้

นี่คือแกนนำชาวบ้านอีกคนหนึ่ง ที่ “ฅนปากใต้” ยินดีอย่างยิ่งที่นำมาบันทึกเอาไว้ในบัญชร
“แวดวงชุมชน” แห่งนี้
 

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net