วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผูกเปล นอนเต็นท์ เขียนวรรณกรรม


คัดจากคอลัมน์ รายงาน
วารสารเปลื้อง Vol.2
โดย หนุ่ม กาหรง

ผูกเปล นอนเต็นท์ กับศูนย์ทะเลสาบศึกษา

แม้จะผ่านมาหลายเดือน แต่ขอนุญาตบันทึกไว้ว่า...

3 – 7 มีนาคม 2552 ศูนย์ทะเลสาบศึกษา ภายใต้โครงการ LOCAL COLOR
ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากแผนงานโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถ
ของชุมชนฯ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)นำนักเรียน-นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ
ในภาคใต้ ประมาณ 30 คน เข้าค่าย อบรมเชิงปฏิบัติการว่าด้วย  “การอ่าน” ณ สำนักสงฆ์
หานบัว ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

กิจกรรมเข้าค่ายดังกล่าว นอกจากฝึกให้เยาวชนสามารถปฏิบัติการทางการอ่านในระดับ
วิเคราะห์ได้แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้รู้จักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ
เช่น การผูกเปลนอนเต็นท์ การหุงข้าวด้วยหม้อสนาม การประกอบอาหารอย่างง่าย
รวมถึงการออกพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับชุมชน

นอกจากนี้ ในแต่ละวันยังมีวิทยากรเจ้าของงานวรรณกรรมที่ให้เยาวชนอ่านในค่าย
แวะเวียนกันมาแลกเปลี่ยนกับผู้ร่วมค่ายทุกๆวัน

อัตถากร บำรุง นักเขียนเจ้าของผลงาน “เพื่อนของพ่อ”  ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่ใช้ฉากบริเวณ
“หานบัว”  (บึงน้ำที่อยู่ติดกับสำนักสงฆ์) ให้ตัวละครโลดแล่นไปตามความคิดและจินตนาการ
เล่าว่า เรื่อง สั้นของเขาแม้จะค่อนข้างยาวและยากไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับวัยของเด็กๆ
ที่มาเข้าค่าย แต่ก็มีบางคนที่ตั้งใจอ่าน และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขาพอสมควร

“อาจจะเพราะเราเอาเด็กมาเข้าค่ายในสถานที่ที่เป็นฉากของเรื่องด้วย บางคนจึงสนใจ
ในเรื่องขำๆปนโศกนาฏกรรมที่ผมเขียน แม้โดยเนื้อเรื่องจะไม่ร่วมสมัยกับพวกเขาก็ตาม”
อัตถากรกล่าว

ด้านคะนึง มาประสงค์ ซึ่งรับหน้าเสื่อดูแลกิจกรรมภาคกลางแจ้งในค่าย นี้กล่าวว่า
เท่าที่เขามีโอกาสเดินทางไปร่วมค่ายวรรณกรรมกับพี่ชาย(อัตถากร) มาบ้าง ส่วนใหญ่
ที่เห็นจะเป็นการอภิปรายให้เด็กฟัง หรือไม่ก็ให้เล่นเกมแล้วตั้งหน้าตั้งตาฝึกเขียนกัน
เขียนกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับค่ายนี้แปลกออกไป คือมาสอนให้เด็กอ่านและใช้ชีวิต
กลางแจ้งเพื่อจะได้สัมผัสสีสันของท้องถิ่น การใช้ชีวิตร่วมกับวิทยากรก็เป็นไปในลักษณะ
พ่อพูดคุยกับลูก หรือพี่คุยกับน้อง ไม่เหมือนกับค่ายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กันตอน
ตรวจงานหรือเวลาพูดให้เด็กฟัง

“การสอนให้เด็กใช้ชีวิตกลางแจ้งแบบนี้ ผมว่าสำคัญมาก เพราะเด็กๆมากันแบบต่างพ่อ
ต่างแม่ การใช้ชีวิตกลางแจ้งจะสอนให้พวกเขามีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรืออย่างน้อยๆ
ก็ทำให้เขาก่อไฟไม้ฟืนหุงข้าวเป็น” 

ขณะที่สันติพล ยองใย เยาวชนที่มาร่วมค่ายคนหนึ่งเล่าว่า  “การเข้าค่ายในบรรยากาศ
สบายๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เป็นสิ่งแปลกใหม่กับผมมาก ที่ผ่านมาผมเคยร่วมค่าย
วรรณกรรมที่อื่นๆก็จะเป็นอีกแบบ แต่ค่ายนี้เรามาอ่านและคุยกับวิทยากรแบบสบายๆ
ซึ่งทำให้ผมได้แรงบัลดาลใจเยอะมาก นอกจากนี้ก็ได้เห็นฉากจริงๆในเรื่องสั้นของอาอัตถากร
ที่ทำให้ผมเห็นว่าการเขียนเรื่องสั้นต้องอาศัยจินตนาการและข้อมูลจริงๆอย่างไร ส่วนค่ายต่อไป
ที่จะมีต่อเนื่อง เห็นวิทยากรบอกว่าเราจะได้ฝึกเขียนกัน ผมจะนำแรงบัลดาลใจ ในครั้งนี้ไปใช้
อย่างแน่นอน”

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net