วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รัฐบาลสองใจสองหน้า ...ซื้อเวลารอยุบสภาละมั๊ง


"คนอะไรสองใจสองหน้า ทำไปทำมาไม่รู้สองหน้าหรือสองใจ"

เพลงรำวงเก่า ๆ ที่ชิตณรงค์ ไผ่ทอง ร้องไว้ เมื่อปี 2525 แว่วมาเข้าหู

ก็ผมกำลังเปิดเพลงเก่าที่ผมทำเอาไว้สมัยก่อน เพื่อเตรียมการทำรายการวิทยุเร็วๆ นี้ แหละครับ

เลยต้องห่างหายไปเช็คกรุเพลงเก่าเอามาปัดฝุ่น ไม่ได้อัพบล็อคหลายวันมานี้ แม้การเมืองเข้มข้นสุดๆ ก็เถอะ

พอฟังเพลงรำวงสนุกๆ ก็นึกขึ้นมาได้..เออ...รัฐบาลเค้ากำลัง "ตีสองหน้า" กับประชาชนหรือเปล่า

วันเสาร์อาทิตย์สะกิดกันเบาๆ เรื่อยๆ มาเรียง ๆ เรื่องการเมืองนะครับ

เพราะเท่าที่ห่างหายไป 3-4 วัน เหตุการณ์การเมืองดูเหมือนเขม็งเกลียว หลายคนเสียวไปถึงเรื่องยุบสภา...ก็ว่ากันไปโน่น

จริงๆ แล้ว ในพรรคเค้าอาจจะ "รู้กันมาตั้งนาน" แล้วก็ได้ว่าจะให้ใครเล่นบทอะไร

เรื่องวุ่นๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ตุลาคม 2552 หลังจากที่คนเก่าเกษียณอายุไป

ตลอดทั้งสัปดาห์ก็มีข่าวทำนองว่า ฝ่ายนายกถูกกดดันอย่างหนัก นำเสนอคนที่คนหมายมั่นปั้นมือแต่มาถูก กตร. หักหน้าไม่ยอมรับในที่ประชุม ในที่สุดก็ต้องเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนยังไม่ลงมติ

แต่กระนั้นนายกรัฐมนตรีเองก็รับปากกับประชาชนว่า ยังไงเสียก็ต้องได้ ผบ.ตร.คนใหม่แน่นอนก่อนเดือนตุลาคม...ไม่ต้องเป็นห่วง

บางกระแสข่าวก็ออกมาทำนองว่า นายกรัฐมนตรี ถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหักหลัง

นินทากันขนาดนั้นเชียว

ผมก็เคยเดาทางการเมืองไว้แล้วว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังเล่นบทพิศาล อัครเศรณี แบบ "ไฟรักอสูร" ประเภท "ตบจูบ" กันไงครับ

ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณเล่นบทตบ แล้วให้นายกมาเล่นบทจูบ ปลอบใจแม่ยกไปพลาง ๆ

อ้างเสียงน้อยไม่พอที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีเสียงแข็งได้

มาวานนี้ "บิ๊กแป๊ะ" พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ นายทหารผู้ออกมาร่วมต่อสู้กับมวลชนคนเสื้อเหลืองในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เสนอให้ปลดทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และใครก็ตามที่ทำให้ประชาชนมองว่า นายกรัฐมนตรีบริหารงานไม่ได้...อีกแล้วครับท่าน

ผมก็ไม่คอยแน่ใจในบทบาทของ "บิ๊กแป๊ะ" ซักเท่าไหร่ เพราะแม้ท่านจะออกแนว ASTV พรรคการเมืองใหม่ พันธมิตรจ๋า แต่ต้องไม่ลืมว่า

พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์นั้นอีกฐานะหนึ่งของท่าน คือสามีคุณหญิงสุพัตรา มาสดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนะครับ อิ อิ

เค้ากำลังเล่นบทตีสองหน้าสองใจอะไรกันหรือเปล่า...เราก็ไม่รู้นะ

ที่จริง กรณีการเดินงานการเมืองของรัฐบาลอันมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา เรามักจะเห็นภาพความสัมพันธ์ลึกซึ้งของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และที่สำคัญ กับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีนอกรัฐสภา ผู้พลิกโฉมหน้ารัฐบาลจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มาเป็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ

ดังนั้นการคงอยู่ของรัฐบาลผสมของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขึ้นกับเสียงสนับสนุนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก

คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในสภานั้น มันไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้โดยมือของ สส.ในพรรคตนเองแต่เพียงฝ่ายเดียว

หากจะหักด้ามพร้าด้วยเข่าหักดิบพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับฝ่ายกลาโหมและควบคุมมหาดไทย อาจทำให้รัฐบาลซวดเซ จนถึงขั้นไม่มีเสียง ส.ส.เพียงพอที่จะได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศชาติได้ด้วยซ้ำ

เพราะจะว่าไปรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงแบบนายสุเทพ ก็คงเสียงแข็งกับเค้าไม่ได้เพราะมีข้อตกลงกันกับนายเนวิน ชิดชอบ ก่อนร่วมรัฐบาลเราก็ไม่รู้

ดีไม่ดี หากอาการปีนเกลียวกันมากขึ้น อาจถึงขั้นที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตน์ต้องตัดสินใจยุบสภา ให้ประชาชนเลือกตั้งกันใหม่

หากมองในมุมนี้ เข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากให้มีการเลือกตั้งในยามนี้ ไม่ว่าจากฟากนักการเมืองและประชาชนผู้กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน อยากให้กำลังใจรัฐบาลพารัฐนาวาฟันฝ่าอุปสรรคและปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองให้ผ่านไปได้

ยิ่งไปกว่านั้น หลากหลายเสียงเร่งเร้าให้ปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะมองว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นตัวถ่วงนายกฯ

แต่จะว่าไปแล้วตำแหน่งเลขาธิการพรรค คือกำลังหลักของพรรค แถมยังเป็นเฟืองจักรตัวสำคัญ ที่ทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล

ถึงจะถูกมองว่าปีนเกลียวกันในพรรคแค่ไหน แต่ด้วยความที่เป็นนักการเมืองระดับแกนนำของพรรคแล้ว "เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ" ดังนั้นจับอาการในพรรคประชาธิปัตย์ จึงน่าจะเป็นการ"เล่นละคร" ตบตาคนดู

ทำเสมือนมีความขัดแย้งกันไป ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ร้าย ให้นายกรัฐมนตรีเป็นพระเอก

เรียกคะแนนสงสารให้พระเอกมากขึ้น ๆ

ถึงเวลาเลือกตั้งก็มาบอกประชาชนว่า เราเสียงในสภามีน้อย ตัดสินใจอะไรก็ลำบาก กลัวเค้าจะยกพวกออกจากรัฐบาล

หากอยากให้อำนาจนายกรัฐมนตรีใช้ศักยภาพในการเป็นผู้นำมากขึ้น ก็ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้มากขึ้น...ว่าไปโน่น

ส่วนคนที่อยากให้นายกรัฐมนตรี ปรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกจาก ครม. คงเป็นคนมองการเมืองแบบเด็ก ๆ เอาแต่ใจตัวเอง

ไม่ได้มองความเป็นไปได้เลยแม้แต่น้อย...ยุแยงไปเท่าไหร่ ก็คงไม่ได้ผลอะไร

และจนเย็นวานนี้ เราก็ได้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และบรรดากรรมการบริหารพรรคกว่า 30 คน ก็ได้ลงพื้นที่เลือกตั้ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถิ่นของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งส่งน้องชายลงเลือกตั้ง สส. แทนตัวเองที่ลาออกไปเมื่อครั้งก่อน

ถ้าหากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแค่ สส.ตัวเล็ก ๆ การเรียกร้องให้ปลดนายสุเทพ คงพอเป็นไปได้

แต่นี่ไปเรียกร้องให้ปลด "เลขาธิการพรรค" หรืออีกนัยหนึ่ง "ผู้จัดการรัฐบาล" ออกจากตำแหน่ง

นึกๆ แล้วยังขำ ๆ...คนเสนอแบบนี้ช่างเป็นละอ่อนการเมืองเอาจริง ๆ

เพราะการจะปลดบุคคลระดับนำออกจาก ครม.นั้น ต้องเป็นความผิดใหญ่หลวงชนิดที่ประชาชนยอมไม่ได้

แต่เท่าที่ดูๆ กันอยู่เวลานี้ น่าจะเป็น "การตีสองหน้า" ของนักการเมืองที่ต้องการรักษาอำนาจต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มากกว่า

ก็ซื้อเวลาไปให้นานที่สุดก่อนยุบสภานั่นแหละครับ

"คนอะไรสองใจสองหน้า ทำไปทำมาไม่รู้สองหน้าสองใจ" แบบที่เพลงรำวงเค้าว่าไว้

อย่างน้อยก็เพื่อได้สร้างผลงานให้เห็นน้ำเห็นเนื้อเพื่อการเลือกตั้งในครั้งหน้า

หากจะยุบสภา ก็ต้องเป็นไปในช่วงที่คะแนนนิยมรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ตราบใดที่คะแนนนิยมของรัฐบาลยังทรงๆ ไม่ลงไม่ขึ้น ยุบสภาไปก็เหมือนฆ่าตัวตายทางการเมืองเท่านั้นเอง


พวกนักการเมืองเค้ากำลังเล่นละครให้เราดู เราก็ดูๆ กันไป ไม่มีอะไรในกอไผ่ครับ

เพราะนาทีนี้ เราก็ยังไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้หรอก...เรียกร้องไปก็เท่านั้น

เล่นเพลงรำวงกันไปดีกว่าครับ สบายใจดี อิ อิ

แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net