วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Blog TV - คนโง่ปั่นจักรยาน .. ลงเรือ(ท่าเตียน)


   คุณเคยเห็นพระปรางค์วัดอรุณฯ ในยามเย็นหรือเปล่าครับ?

   ฝรั่งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมากว่าครึ่งค่อนโลก หากมีจุดหมายที่บางกอก สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการมาชมมากที่สุดก็คือ พระปรางค์วัดอรุณฯนี่แหละครับ แล้วเราคนไทยจะไม่ไปชมพระปรงค์ที่บรรพบุรุษสร้างฝากไว้ จนลูกหลานได้ใช้หากินทุกวันนี้ จะดูไม่ใจจืดไปเชียวหรือ?

   หลังจากที่คนโง่ทั้ง๓ เดินทางออกมาจากภูเขาทองแล้ว เราก็ปั่นจักรยานสบายๆมาที่ท่าเตียน ครั้งแรกตั้งใจกันว่าจะมาทำสารคดีเรื่องวัดอรุณกันต่อ แต่ปรากฏว่าม้วนเทปที่เตรียมมาหมดเสียแล้ว เป็นอันว่าเราเลยได้บันทึกเทปกันมาถึงเพียงแค่เอาจักรยานลงเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้นเอง

   วันอาทิตย์เป็นวันที่รถราไม่มากมายจึงเหมาะแก่การปั่นจักรยานชมกรุง โดยเฉพาะรอบเกาะรัตนโกสินทร์

   ลองหลับตาแล้วนึกภาพไปตามผมแล้วกันนะครับ

   เมื่อก่อนที่เราจะย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีมายังฝั่งรัตนโกสินทร์ คนกรุงเก่าตลอดจนบ้านเจ้านายสมัยก่อนนั้น ล้วนแต่อาศัยอยู่ฝั่งธนบุรีทั้งนั้น แม้แต่บ้านหลังเดิมของรัชกาลที่ ๑ ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ ยังตั้งอยู่ภายในบริเวณกรมอู่ทหารเรือที่ฝั่งธนบุรี

   ต่อมาเมื่อย้ายกรุงมาอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังนั้น เดิมเป็นสวนของชาวจีนปลูกผักขาย ด้านนี้บ้านช่องผู้คนมีน้อยเพราะดินเป็นเลนไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกเหมือนฝั่งธนบุรี ส่วนมากจึงเป็นชาวจีนอพยพ และชาวต่างขาติทั้งจีน ลาว มอญ เขมร ญวน แขก ล้วนอยู่ฝั่งพระนครเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะช่วงนั้นชาวจีนอพยพนี่มีมากมายเหลือเกิน มากพอๆกับจำนวนชาวสยามในขณะนั้นทีเดียว

   ก็เป็นอันว่าแรงงานหลักในการสร้างกรุงก็มาจากชนชาติจีนเป็นหลัก ร่วมกับชนชาติต่างๆที่อพยพมาจากประเทศอื่น บางกอกจึงเป็นเสมือนสหประชาชาตินั่นแหละครับ

- ชุมชนโบราณย่านฝั่งธนบุรี ..

   เมื่อสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นแล้ว รัชกาลที่๑ ท่านก็โปรดเกล้าฯให้เจ้านายและเชื้อพระองศ์สร้างวัง และพระตำหนัก อยู่รายรอบพระบรมมหาราชวัง

   อย่างถนนพระอาทิตย์ นั่นก็มีวังเจ้านายเก่ามากมาย วังหน้าก็อยู่บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ม.ศิลปากร ส่วนวังหลังก็เป็นพื้นที่รพ.ศิริราช รวมทั้งบริเวณท่าเตียนก็มีวังเจ้านายอยู่มากมาย

   อย่างมิวเซียมสยาม หลังสน.พระราชวัง นั่นก็เป็นที่ตั้งของวังเจ้านายเก่าสมัยรัชกาลที่ ๓ (ถ้าจำไม่ผิด) นอกจากนี้แถวนั้นชาวมอญก็อยู่กันเยอะ รู้สึกจะมีสะพานที่ชาวมอญร่วมกันสร้างจนเรียกกันต่อมาว่า "สะพานมอญ" ก็นับว่าเป็นชุมชนใหญ่

   ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๔ เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในบริเวณท่าเตียน ส่วนจะไหม้ขนาดไหนนั้นผมเองก็ยังไม่เกิด หรืออาจจะเกิดแล้วจำไม่ได้ก็ไม่รู้นะครับ

   พระเพลิงครั้งนั้น สร้างความเสียหายมากมายจนบ้านเรือนแถวนั้นวอดวายโล่งเตียนจนสิ้น .. ชาวบ้านเลยเรียกว่าท่าเตียนมาจนทุกวันนี้แหละครับ

   เล่าแถมหน่อยนึงแล้วกัน ปั่นจักรยานเลยตลาดท่าเตียนไปหน่อย จะเป็นปากคลองตลาด ที่ซึ่งใครอยากจะได้ดอกไม้สวยๆไว้บูชาพระ ไว้บอกรักสาวๆ หรือจะซื้อไปขายต่อ ก็ต้องมาที่ปากคลองตลาดครับ

   แต่สมัยก่อนปากคลองตลาดไม่ได้ขายดอกไม้หรอกนะครับ แต่เป็นตลาดปลาที่ใหญ่มากในสมัยก่อน ปลาและอาหารทะเลจากมหาชัยล้วนแต่มาส่งขายที่นี่ทั้งนั้น

   จนต่อมาเมื่อเริ่มมีถนนมากขึ้น ลำคลองต่างๆก็เริ่มหมดความสำคัญลงไป ตลาดปลาที่ปากคลองตลาดจึงย้ายไปอยู่ที่ย่านหัวลำโพง ก่อนจะถูกรถไฟเข้ามาแทนที่ในที่สุด ตลาดปลาจึงหมดไป

   ส่วนปากคลองตลาดก็กลายมาเป็นตลาดขายส่งดอกไม้ที่ใหญที่สุดแทนครับ

   เล่าถูกผิดไปบ้างอย่าถือโกรธ เพราะเรายังโง่อยู่ .. สนใจเพิ่มเติม หาอ่านในหนังสือหรือในเนตได้ ความรู้มีมากมายครับ

   รักนะ .. คนโง่(ปั่นจักรยาน) อิ อิ ..

โดย joeyman

 

กลับไปที่ www.oknation.net