วันที่ อังคาร สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขี้หมูไหลภาคสามสายน้ำไหลวน


      

ภาค  ๓

      สายน้ำที่ไหลวน

      ตอนที่   ๑ 

      

      นั่งมองจากตรงนี้   เบื้องหน้าคือภูเขาลูกย่อมๆลูกหนึ่ง  มองเห็นต้นส้มเป็นแถวมีไม้ไผ่ค้ำอยู่รอบต้น  ถัดเลยไปหลังเขานั่น   มีเขาสูงสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง  เมฆลอยเกลื่อนฟ้า  บางทีอากาศก็ครึ้ม ๆ บางทีแดดก็สาดจนแสบตา  ใกล้เข้ามาทางขวามือเป็นสวนชาอู่หลง    น้ำกำลังพุ่งเป็นสาย  ฉีดพุ่งวนรอบแล้วรอบเล่า    รถมอเตอร์ไซค์แล่นผ่านสะพานไป  แม่น้ำสายเล็กไหลอยู่ข้างล่าง   ต้นกล้วยป่าขึ้นอยู่เต็มริมห้วย  

      โต๊ะรอบข้างยังว่างคน   มองขึ้นมาอีก  ขวดเบียร์เปล่าสองขวดวางอยู่บนชั้นวาง   ข้างหน้ามีแหนมซี่โครงทอดกระเทียม   ถัดมามีแก้วเบียร์   ฟองเบียร์กำลังล้นแก้วออกมาจนต้องรีบยกขึ้นซด   ยกส้อมขึ้นมาตักแหนมซี่โครงเข้าปาก   รสชาติออกเปรี้ยวเค็มกำลังดี  จิ้มขิงดองแนมตามมาด้วยกระเทียมลอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นกับพริกขี้หนูสด   กลืนกับแกล้มลงไปแล้วยกเบียร์ดื่มอีกที  

      เบียร์แก้วนั้นก็หมดแก้วพอดี

      เสียงเพลงคลอเบา ๆ จากลำโพงที่ติดตั้งอยู่มุมเสาทั้งสองด้าน    ข้างโต๊ะที่นั่งมีต้นหมากผู้หมากเมียขึ้นอยู่เป็นกอ  ริมบ่อปลาข้างร้านมีซากต้นไม้ต้นใหญ่ที่เหลือแต่ต้นกุดสูงเลยหัวไปไม่มาก   ร้านนี้มีมุมบางมุมที่นั่งหลบสายตาผู้คนที่มองเข้ามาจากภายนอกได้   ต้นไม้เลื้อยจำพวกราตรีเลื้อยลงมาจากหลังคามุงจาก   อากาศเย็นสบาย   เด็กเสิร์ฟเดินยกกับแกล้มมาอีกอย่าง 

      “ยำใบชาปลากระป๋อง”

      “รับเบียร์เพิ่มก่ออ้าย”

      พยักหน้ารับ  ยิ้มให้สาวที่แต่งชุดไทยล้านนา   นุ่งซิ่นดูน่ารัก  เสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวแหวกอก  ผมมวยปักไว้ด้วยปิ่นกะลามะพร้าวรูปหัวใจ  ทาลิปสติกและแต่งหน้าอย่างพองาม  ขนตางอนเป็นธรรมชาติ   แก้มนวลใสน่าดอมดม  มองร่างที่เยื้องย่างไปจนลับตา   กลับมาชิมกับแกล้มที่อยู่ตรงหน้า   ใบชากับปลากระป๋องช่างเข้ากันดีเหลือเกิน

      นั่งมองบรรยากาศรอบข้างจนเพลิน  สาวเสิร์ฟเข้ามารินเบียร์ให้  มองแก้วเบียร์ที่ถูกยกเอียงๆ  มองเลยเข้าไปเห็นหน้าอกขาวๆของสาวเสิร์ฟวับแวมๆ   เบียร์เต็มแก้วแล้วคนเสิร์ฟก็วางลง   เธอยิ้มให้แล้วปากน้อยๆนั้นก็ขยับ

      “มาเที่ยวเหรอคะพี่   วาวีบรรยากาศดีนะ”

      “ครับ   มาครั้งแรกก็ติดใจเลย  สงสัยจะได้มาอยู่เป็นเขยที่นี่เสียแล้วก็ไม่รู้”

      เธอยิ้มไม่ตอบว่ากระไร   กำลังหมุนตัวจะเดินจากไป  เขาเรียกไว้เสียก่อน

      “น้องๆ  ที่พักแถวนี้มีที่ไหนบ้าง”

      “มีหลายที่ค่ะ  ถ้าจะพักที่นี่ก็มี  ข้างหลังร้านเป็นหอพักเขาเปิดให้เช่า  ราคาเป็นกันเอง   อยู่ติดลำห้วย  เข้าไปในหมู่บ้านอีกนิดมีโรงแรม  หรือถ้าอยากจะไปพักที่เลาลีรีสอร์ทก็ได้  ช่วงนี้แขกคงไม่มาก”

      “ผมมาคนเดียว   ไปพักที่รีสอร์ทคงเหงาน่าดู   อยากได้เพื่อนไปพักด้วย”

      เธอยิ้มอีก   ในใจคิดอะไรมากมาย  “ทะลึ่ง  ใครจะไปกับแก   ไอ้จิ้งเหลนปิ้ง...”  แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

      ยิ่งได้ทีเมื่อสาวเจ้าเงียบ

      “เย็นนี้เลิกงานกี่โมงครับ   ผมจะได้มารับ   กำลังต้องการไกด์พาเที่ยวอยู่ทีเดียว”

      “ไม่ได้หรอกค่ะ  วันนี้น้องต้องไปที่วัด  ต้องไปก่อนเพล  นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว”

      “โถ !  ช่างเป็นคนใจบุญสุนทานจริงๆ  แม่คุณ”

      สาวเสิร์ฟยิ้มกว้าง   แล้วก็เอ่ยออกมาว่า

      “ค่ะ   นัดกับผัวไว้ว่าจะไปเลี้ยงพระด้วยกัน  ไปกับลูกๆ  ด้วย”

      เขาสำลักเบียร์จนพุ่ง   สาวเสิร์ฟยิ้ม “ขอตัวก่อนนะคะ”  แล้วก็เดินจากไป

      ไม่ได้มองตามเจ้าหล่อนอีก  ที่ถนนตรงหน้าร้าน   รถคิวสีเหลืองแล่นผ่านสะพานไปอย่างรวดเร็ว   มองเข้าไปในรถ   ชายหนุ่มสองคนนั่งพยุงเพื่อนไปด้วย 

      “ตายโหงตายห่าหรือเปล่าวะนั่น”

      ง่วงเมาเงี่ยนนึก

      

      ความเจ็บปวดเริ่มเกาะกินจากแผล   ลามเรื่อยขึ้นมาทีละนิดๆ  อาการปวดแสบปวดร้อนที่แผล  ดวงตาพร่าพราย  ทุกครั้งที่หัวใจเต้นอาการปวดก็กระตุกตามจังหวะเต้นของหัวใจไปด้วย  ตุบๆหนึบๆตุบๆหนึบๆ   ปวดไปถึงหัว  แล่นไปแล่นมาทั่วร่าง  เหมือนว่าจะทนไมได้  แต่มันก็ทนได้   ที่สุดปลายทางของความเจ็บปวดมันอยู่ตรงไหนกัน  รู้แค่เพียงว่าตอนนี้มันยังปวด  แต่มันก็ยังทนได้   ยังไม่ตายไปเสียทีเดียว

      พัดลมบนเพดานยังครางครืน   จังหวะการหมุนของพัดลมเข้ากันได้อย่างประหลาดกับจังหวะของหัวใจเต้น  ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้น  อาการปวดหนึบๆก็ช่างมาเข้ากันกับจังหวะหมุนของพัดลมอีก  คว้าง ตุบ  หนึบ  คว้าง  ตุบ  หนึบ  แขนปวดแสบปวดร้อนมากขึ้น  ทุรนทุรายจนจะทนไม่ไหว  กัดฟันจนตัวสั่น   หันหน้าหนีพัดลมมองไปทางซ้ายมือ

      จากเตียงคนไข้ที่นอนอยู่   หมออนามัยกำลังคีย์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์   ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่   หมอหนุ่มสายตาสั้น  นั่งจ้องคอมพิวเตอร์อย่างเอาจริงเอาจัง  คงกำลังลงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติคนไข้   ประวัติการรักษา   เพื่อประโยชน์ของคนไข้อย่างเอก

      มองออกมาจากห้องตรวจคนไข้นั่น  เห็นชายหนุ่มที่นั่งรถคิวมางีบหลับอยู่บนม้านั่ง  ถัดมาอีกแถวเพื่อนของเอกทั้งสองคนกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายอารมณ์  พอเกมหันมาเห็นว่าเอกมองอยู่ก็หันไปสะกิดสงกรานต์  แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะกันคิกคัก 

      “หัวเราะหาสวรรค์วิมานอะไรวะ  กูเจ็บจะตายอยู่แล้ว”

      เสียงไม่ได้เล็ดลอดออกไป   มีแต่สีหน้าและท่าทางถมึงทึงของเอกเท่านั้นที่ทำให้เพื่อนทั้งสองสังเกตออก  แม้กระนั้นพวกมันยังยิ้ม  เกมก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป   สงกรานต์มองไปทางแม่บ้านที่ทำงานในอนามัยด้วยท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ย   นอกสถานีอนามัยเงียบสงบ  แดดที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างยังจัดจ้า   มองขึ้นไปที่พัดลม  ความปวดแสบของแผลยิ่งกำเริบขึ้นทุกที   แข็งใจเรียกเพื่อน

      “เกม  ๆ  มาหากูหน่อย”

      เกมกับสงกรานต์ลุกจากที่นั่งเดินมาทางเอก 

      “มีอะไรวะ   หมอเขากำลังจัดการข้อมูลให้มึงอยู่”

      “กูปวดแผล  อยากได้ยาแก้ปวดว่ะ  มึงไปขอยาหมอหน่อยสิ”

      “เออ  เดี๋ยวกูไปขอให้”

      ว่าแล้วเกมก็ลุกไปหาหมอที่ห้องตรวจไข้   สงกรานต์ยังยืนอยู่ข้างเตียงเอก   ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ท่าทางไม่มีทุกข์ร้อน   แล้วก็ยังมีหน้ามาพูดปลอบอีก

      “ไม่เป็นไรหรอกเอก   เดี๋ยวก็หาย  แผลแค่นี้   ยังไงๆมึงก็ยังเหลือแขนอีกข้าง”

      พูดเสร็จสงกรานต์ก็หัวเราะก๊ากใหญ่   พลอยทำให้เอกขำไปด้วย  “ไอ้บ้า” พอได้หัวเราะอาการปวดก็หายไปแวบหนึ่ง  ไม่กี่นาทีต่อมาก็กลับมาปวดเหมือนเดิม 

      คว้าง  ตุบ  หนึบ   คว้าง  ตุบ  หนึบ

      “นี่  เดี๋ยวกูไปทำตะขอให้   ที่คาดตาอีกอัน  กับตันฮุกเลยนะโว้ย”

      ยัง ๆไม่เลิก   สงกรานต์ยังปล่อยมุขมาอีกดอก แล้วก็หัวเราะก๊ากใหญ่

      “เออ  จำไว้ ตามึงมั่งแล้วจะรู้สึก”

      สงกรานต์ยิ้ม

      เสียงจากห้องตรวจไข้ดังเข้ามา

      “หมอทำยังงี้ได้ยังไง   เพื่อนผมเจ็บโอด ๆโอย ๆหมอยังไม่รีบมารักษา  มัวแต่ทำอะไรอยู่ไม่รู้   มาๆๆเลย  มันจะตายอยู่แล้วนั่น”

      “ครับๆๆ  ผมขอโทษ   ผมจะรีบไปดูเดี๋ยวนี้แหละ”

      หมอหนุ่มพาร่างสูงโย่งเดินเข้ามา   ใบหน้ายิ้มอายๆ 

      “ไหนผมขอดูหน่อยนะ   อืมม   ยังอยู่ในระดับแรก   ไม่น่าวิตกมาก   เดี๋ยวล้างแผลแล้วก็กินยาแก้ปวด  พักรักษาตัวอีกระยะคงจะทุเลา  เดี๋ยวผมล้างแผลก่อนนะ  พวกคุณออกไปก่อน”

      หมอใช้น้ำเย็นมาล้างแผลที่แขน   แล้วก็เดินไปหยิบยาที่ตู้ยาด้านข้าง  ที่หยิบออกมาเป็นเยลว่านหางจระเข้  จัดการทาทั่วแผล  เยลเย็นๆช่วยทุเลาอาการปวดลงได้บ้าง 

      “เสร็จแล้วครับ  เดี๋ยวไปรอรับยาที่ด้านนอก”

      หมอเดินเข้าไปที่ห้องตรวจไข้อีกครั้ง  นั่งลงแล้วก็ง่วนกับคอมพิวเตอร์ต่อไป

      เอกเดินออกจากห้องล้างแผล  เดินออกไปทางซ้ายมือ   ม้านั่งที่ด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่า

 “รอรับยา”   สงกรานต์กับเกมยังนั่งอยู่ตรงนั้น  เอกยิ้มให้เพื่อนแล้วก็ทรุดตัวลงนั่ง   ถัดออกไปด้านหน้าของอนามัย   ตรงม้านั่งของคนไข้ที่มาใช้บริการ  ชายหนุ่มที่นั่งมากับรถคิวนั่งกอดกระเป๋าโงกหลับ   เสียงกรนดังมาเป็นระยะๆ 

      รอไม่นาน   เจ้าหน้าที่ผู้หญิงก็เรียกเอกไปรับยา  เป็นยาแก้ปวดกับยาอักเสบ 

      “ยาแก้อักเสบกินหลังอาหาร  เช้า กลางวัน เย็น  ส่วนยาแก้ปวดกินเวลาปวด  ทุกสี่ชั่วโมงก็ได้”

      “ครับ”

      รับยาแล้วเอกก็เดินออกไปทางออก   เกมกับสงกรานต์เดินตามมา  สงกรานต์เดินเข้าไปปลุกชายหนุ่มที่นั่งโงกหลับ   เขางัวเงียแล้วก็ลุกขึ้นเดินตามทั้งสามออกมา

      “นี่ถ้ามึงไม่บอกให้กูไปขอยานะ   ป่านนี้มึงก็ยังเจ็บแผลนอนอยู่ที่เดิมนั่นแหละ”

      “หมอบ้านั่นทำอะไรอยู่วะ  กูเห็นคีย์คอมพิวเตอร์ตั้งนาน”สงกรานต์ถาม

      เกมยิ้ม  พอได้ฟังคำตอบแล้วทุกคนก็หัวเราะไม่เว้นแม้กระทั่งชายหนุ่มที่เดินตามมาข้างหลัง  

        “หมอกำลังโหลดหนังโป๊อยู่ว่ะ”

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net