วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สำนวนไทย ยังคงน่าอนุรักษ์อยู่หรือไม่


สำนวนไทย  ยังคงน่าอนุรักษ์อยู่หรือไม่





เมื่อเอ่ยถึงสำนวนไทย  ท่านที่อยู่ในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ  คงจะพอ
นึกออก  แล้วอาจจะบอกว่า  ลืมไปนานทีเดียว  หายไปจากสังคมไทย
นานแล้ว  ไม่ค่อยเห็นมีใครใช้กันแล้ว   ผู้ที่อยู่ในวัยรุ่น  ส่วนมากจะบอก
ว่า  ไม่รู้จัก  หรือบางคนอาจจะรู้จัก  แต่ก็กระซิบบอกว่า  เชยแสนเชย
หากนำมาใช้    

หากเป็นเช่นนี้จริง  ก็ต้องเสียดาย  ที่สำนวนไทยจวนจะสูญพันธุ์แล้ว

ก่อนที่จะวิจารณ์กันว่า  สำนวนไทย  ยังคงน่าอนุรักษ์อยู่หรือไม่ เรามาทำ
ความรู้จักกันสำนวนไทย  กันก่อนสักเล็กน้อย


สำนวนไทย  

สำนวน  หมายถึง

๑.   ถ้อยคำที่เรียบเรียง,โวหาร (บางทีก็ใช้ว่า สำนวนโวหาร  เช่น  สารคดีเรื่องนี้
      สำนวนโวหารดี  ความเรียงเรื่องนี้สำนวนโวหารลุ่ม ๆ ดอน ๆ)  

๒.   ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว  มีความหมายไม่ตรง
      ตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่  เช่น  สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ  รำไม่ดี
      โทษปี่โทษกลอง  ถ้อยคำที่แสดงออกมาเป็นข้อความพิเศษเฉพาะภาษา
      หนึ่ง ๆ  เช่น  สำนวนฝรั่ง  สำนวนบาลี  

๓.   ชั้นเชิงหรือท่วงทำนองในการแต่งหนังสือหรือพูด  เช่น  สำนวนเจ้าพระยา  
       พระคลัง (หน),  สำนวนยาขอบ,  สำนวนไม้เมืองเดิม

๔.   ลักษณนามใช้เรียกข้อความหรือบทประพันธ์รายหนึ่ง ๆ  เช่น   อิเหนา  
       มีหลายสำนวน,   บทความ  ๒  สำนวน


สำนวนไทย  หมายถึง  สำนวนที่เป็นไทย ตามข้อ ๒  (เท่าที่มีผู้รวบรวมไว้  
จำนวนประมาณ  ๒,๗๐๐ กว่าสำนวน)



สำนวนไทย  แบ่งระดับของสำนวนไว้อย่างไร

มีผู้รู้หลายท่านได้แบ่งระดับของสำนวน ไว้ดังนี้

๑.  ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้น  เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความคิด  (ยอมรับหรือไม่ก็ตาม)
     เรียกว่า  "คำคม"  เช่น
     "ในโลกนี้มีคนดีที่สุดอยู่  ๒  คนเท่านั้น  คนหนึ่งได้ตายไปแล้ว  และ
     อีกคนหนึ่งยังไม่มาเกิด"

๒.  ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้น เพื่อแสดงความเห็น เพื่อแสดงความเห็นใน
     ลักษณะ ติ-ชม  แต่ยังไม่เป็นคำสอน  เรียกว่า "คำพังเพย"  เช่น
     วัวหายล้อมคอก,  ปิดทองหลังพระ

๓.  ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้น  เพื่อเป็นคำสอนที่สามารถยึดถือเป็นหลัก
     ปฏิบัติได้  เรียกว่า  "สุภาษิต"  เช่น
         "คนมีปัญญาในเชิงตลบตะแลง  หาได้ความสุขแท้ที่จริงเพราะความ
          ตลบตะแลงไม่  ย่อมจะได้รับผลความตลบตะแลง  ดังนกยูงถูกปู
          หนีบคอตายฉะนั้น"
                                       (พุทธศาสนสุภาษิต)
๔.  ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้น  และมีคำแสดงการเปรียบเทียบ  ดังนี้   
     เหมือน  ราวกับ  อย่างกับ  เป็น  เท่า  ถือว่าเป็นโวหารเปรียบเทียบ  
     เรียกว่า  "อุปมาอุปไมย"   เช่น  ขาวเหมือนสำลี  ตาโตเท่าไข่ห่าน


สำนวนไทย แบ่งประเภทของสำนวนไว้อย่างไร

แบ่งได้เป็น  ๒  ประเภท  คือ

๑.  ประเภทที่มีเสียงสัมผัสคล้องจอง
๒.  ประเภทที่ไม่มีเสียงสัมผัสคล้องจอง

ประเภทที่มีเสียงสัมผัสคล้องจอง  แบ่งได้เป็น  ๒ ชนิด คือ
๑.  สำนวนที่จบความในวรรคเดียว   (อาจมี  ๔ พยางค์  หรือ  ๕  พยางค์)
๒.  สำนวนที่มี  ๒  วรรคจึงจบความ    แต่ละวรรคอาจมี  ๒,๓,๔  หรือ
     ๕ พยางค์  

ประเภทที่ไม่มีเสียงสัมผัสคล้องจอง
อาจแบ่งได้ตามจำนวนพยางค์  เช่น

สำนวนที่มี   ๒  พยางค์
สำนวนที่มี   ๓  พยางค์
สำนวนที่มี   ๔  พยางค์
สำนวนทีมี   ๕  พยางค์
สำนวนที่มี   ๖  พยางค์
สำนวนที่มี   ๗  พยางค์
สำนวนที่มี   ๘  พยางค์  ขึ้นไป


ประโยชน์ในการศึกษาสำนวนโวหาร

๑.  ทำให้ใช้ภาษาในการเขียน ความเรียงต่าง ๆ  ได้ดีขึ้น  เป็นการช่วยเพิ่ม
     คุณค่าให้กับความเรียง
๒.  ทำให้ได้คติสอนใจ ในด้านต่าง ๆ  
๓.  ทำให้ได้ทราบความเป็นอยู่ของสังคม  ในสมัยที่เกิดสำนวนโวหารนั้น
     ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร
๔.  เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางภาษา อันเป็นมรดกที่ล้ำค่าของไทย ไว้ให้
     ลูกหลานภาคภูมิใจ


ตัวอย่างสำนวนไทย







*****























สำนวนไทย  ยังคงน่าอนุรักษ์ไว้  เพราะมีประโยชน์ที่ทำให้ภาษาเขียน
สละสลวย  มีคุณค่าเพิ่มขึ้น  มีคติสอนใจ  ทราบความเป็นอยู่ของสังคม
และรักษาวัฒนธรรมทางภาษา  ไว้เป็นมรดกล้ำค่าของไทยไว้ให้ลูกหลานได้
ภาคภูมิใจต่อไป   และสิ่งสำคัญก็คือ  มรดกสำนวนไทยที่มีอยู่มากมาย
นั้น  ได้มีส่วนช่วยให้ผู้ที่นำไปประพฤติปฏิบัติตาม ประสบความสำเร็จ
ก้าวหน้าในชีวิต มีมากมายนับไม่ถ้วน   

นอกจากจะนำสำนวนไทยของเดิมที่ยังคงเหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน
มาใช้แล้ว  (สำนวนไทยของเดิมที่ไม่เหมาะสม ไม่เข้ากับยุคสมัยแล้ว
ก็ควรเลิกใช้ไป)  และควรจะช่วยกันสร้างเสริมสำนวนไทยใหม่ ๆ  ให้เพิ่มมากขึ้น  ก็จะเป็นทางที่ช่วยให้ก่อให้เกิดความงอกงามทางภาษาไทย
ได้เป็นอย่างดี

แล้วคุณล่ะ !   มีความคิดเห็นอย่างไร ?


*****

อ้างอิง  :   ๑.  เรืองอุไร  อินทรประเสริฐ, ผศ. ดร. และสมหมาย  ทัติวงษ์.
                    สำนวนโวหารไทย.  กรุงเทพฯ :  สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริม
                    วิชาการ, ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์.

               ๒.  ถวิล  ศรีเสน.  สำนวนไทย คำพังเพย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
                    ศรีสยาม, ๒๕๒๕.

               ๓.  อุทัย ไชยานนท์.  สำนวนไทย.  กรุงเทพฯ : บริษัท   
                    สำนักพิมพ์น้ำฝน จำกัด, ๒๕๔๐.
 










โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net