วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Finland-ต้นสน ทุ่งนา และป่าข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต แป้ง ขนมปัง เบียร์ ที่ฟินแลนด์ Finland


 สน ทุ่งนา และป่าข้าวบาร์เลย์  ข้าวโอ๊ต แป้ง ขนมปัง เบียร์  ที่ฟินแลนด์

          ยอดข้าวพริ้ว ปลิวไหวรับแรงลม  

          สะท้อนวับ จับเงาสมยามต้องแสง

          คอรวงอ่อนก้มพนม ยอกรทราบแผ่นดิน

สถิตตั้ง ยั้งอยู่  ใช่แต่ข้าว ทุกคราวคน....

                   

     (ข้าวบาร์เลย์ ก่อนนำไปแปรรูปเป็นเบียร์ แป้ง ขนมปัง อาหารคน อาหารสัตว์)

กลอนที่ยกมาหัวเรื่อง อาจไม่ผัสนอก คล้องใน เหมือนนักกวี นักกลอนบางท่านอาจมองค้อนว่าเขียนมาได้ไงฟ๊ะ เอาน่าอารมณ์ “สิน-ปิน” ไม่เหมือนกัน รถของคณะฉิ่งฉับทัวร์ พาเรากลับมาในเส้นทางเดิม ประมาณว่าเห็นท้องนา ทุ่งข้าวแล้วอารมณ์ศิลป์นักกวีเกิด "ร่ายภาษา" จึงเกิดขึ้น แต่ได้เท่านั้นแหละครับ ในความเป็นจริงอยากเล่าเรื่องข้าว เพราะไทยเป็นประเทศกินข้าว ส่งข้าวออกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เหมือนครั้งหนึ่งไทยพยายามสถาปนาตัวเองว่าเป็น แหล่งผลิตอาหารของโลก แตไม่รู้ว่ามัวแต่ตีกัน “เหลือง-แดง” ยังจะครองตำแหน่งนี้ได้ไหม เพราะคนที่จะทำนาต้องพะวงวันไหนจะชุมนุมต้องขยับพลตาม “คำนาย”

อ้าวนอกเรื่อง  เข้าเรื่องข้าวต่อ

          ตลอดสองฟากข้างทาง ซ้ายขวา ทั้งไปและกลับ ระหว่าง Helsinki-Turku-Helsinki  จะมีความเหมือนกันอยู่ คือข้างถนน จะมีแต่ต้นสน ที่มีลักษณะตรง ตรง ประมาณว่า เป็นไม้ที่ทำไมต้นชะลูดสูงอย่างนี้  และอีกอันหนึ่งก็คือข้าวบาร์เลย์  และข้าวโอ๊ต  เพราะเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเช่นกันเจ้าข้าวบาร์เลย์ที่กำลังพูดถึง  ไมใช่บ้านนอกแต่นอกบ้านสมัยก่อนเป็นท้องนามีแต่ข้าวพันธ์อื่น เช่น  กข.11 หอมมะลิ เป็นต้น เพราะที่บ้านไม่ได้ปลูกข้าวพันธุ์นี้จึงไม่รู้จักจ๊ะ  สำหรับข้าวบาร์เลย์และข้าวโอ๊ต เป็นข้าวที่ชาวฟินแลนด์ปลูกมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่จะเป็นการบริภาคภายในประเทศ


                     (ข้าวบาร์เลย์เมื่อเปลี่ยนรูปไปเป็นอาหารคน-ภาพจากเว็บ)

          ข้าวบาร์เลย์เอาไปทำอะไร

          ผลิตภัณฑ์จากข้าวบาร์เลย์เอาไปแปรรูปได้จำนวนมาก ไม่ว่าเป็นเบียร์  ขนมปัง ทำเป็นแป้ง ทำขนมคุกกี้ สารพัดชนิด นอกจากนี้ยังนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ มีข้อมูลว่า ร้อยละ 50  ถูกนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ ร้อยละ 30 นำไปแปรรูปเป็นอาหารคนโดยเฉพาะตระกูลเบียร์ทั้งหลาย  ในประเทศไทยก็มีการนำข้าวบาร์เลย์ไปปลูกกันเช่น ที่จังหวัดเชียงราย รวมทั้งเจ้าของโรงเหล้า เบียร์ที่มีรูป “สิงห์” ก็ได้ไปส่งเสริมและพัฒนาให้ปลูกข้าวบาร์เลย์เพื่อนำไปสู่การแปรรูปให้พี่ไทยได้ “เมา” กันในทุกเทศกาล

          ไม่ว่ากัน “เมา” เป็นของธรรมชาติ  เพราะชาติไหนก็ “เมา” คงไมยกเว้นแม้กระทั่ง “ชาติหน้า”

                               

                   (สน หนึ่งในอุตสาหกรรมป่าไม้ของฟินแลนด์)

          นอกเหนือจากข้าวโอ๊ต และข้าวบาร์เลย์แล้ว ตลอดระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร จะเห็นต้นสนตลอดระยะทางและต้นไม้อื่นอีกมาก ๆ ประมาณว่าคนไทยขับรถขึ้นเขาใหญ่ก็จะเห็นต้นไม้เป็นระย้าย้อยตลอดทาง เทียบอารมณ์นี้กับฟินแลนด์แล้วกันแต่ไม่ต้องขึ้นเขาเพราะมีตลอดสองฟากทาง โดยฟินแลนด์เป็นประเทศที่พึ่งหาอุตสาหกรรมป่าไม้และกระดาษ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับสองของประเทศ  มีข้อมูลว่าฟินแลนด์เป็นประเทศอันดับหนึ่งที่มีดัชนีของความยั่งยืนด้านสิงแวดล้อม แปลง่าย ๆ ก็คือต้นสนเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นสินค้าจากผลิตภัณฑ์ไม้ ทำบ้าน ทำเสา ทำเฟอร์นิเจอร์  ตบแต่งบ้าน ไม้จึงเป็นสินค้าส่งออกหลักของฟินแลนด์ เหลือจากนั้นก็ ใช้ในประเทศถ้าเคยมาประเทศฟินแลนด์ จะเห็นตามบ้านเรือนของชาวฟินน์ จะมีโรงเก็บไม้ฟืนที่ไว้ใช้เผาทำความอุ่นในช่วงฤดูหนาวของทุกปี  

                        

                         
         (ไม้แปรรูปเพื่อเป็นสินค้าในอุตสาหกรรมป่าไม้และกระดาษของฟินแลนด์)

          แล้วเกี่ยวอย่างไรกับยั่งยืน  สนและไม้เมื่อมีการตัด ก็มีการปลูกทดแทน มีการวางแผนและรณรงค์อย่างเป็นระบบ ทำให้ใช้ตลอดไปก็ไม่หมด ความยั่งยืนจึงเกิดขึ้น ไม่เหมือนพี่ไทย จากประเทศที่ได้ชื่อว่ามีไม้สัก ที่สุดเมื่อประมาณหลายสิบปี ตอนนี้กลายเป็นประเทศที่ต้อง(แอบ)นำเข้าไม้สักจากประเทศเพื่อนบ้าน เสียได้ ก็แปลว่าความยั่งยืนด้านไม้สักของไทยไม่มีในประเทศไทยอย่างนั้นได้ไหมหนอ

          พี่ไทยตัดไม่สัก แต่หม้ายสน(ใจ)จะปลูกทดแทน

          ชาวฟินน์ตัดไม้สน แต่ไม่ “สัก”แต่ว่าตัด มีการดูแลปลูกทดแทนอย่างเป็นระบบ

          ความยั่งยืนของทรัพยากรก็ย่อมตกไปถึงลูกหลานชาวฟินน์อย่างต่อเนื่อง

          พูดเรื่องข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และไม้สน พอแหละ เดี๋ยวจะพาไปฟังนักร้องขวัญใจ “แรงงาน”

          Mike  Piromporn  ยาใจคนจน

          คุยเรื่องข้าว ก่อนจะเล่าเรื่องนักร้อง แล้วคณะฉิ่งฉับทัวร์ ตูรกุ วันออกพรรษาของชาวเวียดนาม ก็กลับสูปลายทางเฮลซิงกิ โดยสวัสดิภาพ  ในตอนเกือบทุ่ม ของวันนั้น หลังจากนั้น ก็แยกย้ายไปบ้านใคร ก็บ้านใคร

          เต๊ระเว๊(สวัสดี) ส่งท้าย กิโต๊ส (ขอบคุณ)ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง

และ(ห)มอย(ห)มอย (ลาแล้ว) กับทุก ๆ ท่าน

                   

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net