วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เถิงโช้ง : สายน้ำ ภูเขาไฟและลัทธิเต๋า


รถแท๊กซี่คิดราคา 250 หยวน (ประมาณ 1,250 บาท) สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองไปยังเขตภูเขาไฟ หนังสือ Lonely Planet China's Southwest ฉบับปี 2008 ไม่ได้กล่าวอะไรไว้มากนักเกี่ยวกับเถิงโช้ง แต่ได้แผ่นพับเล็ก ๆ ของสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองนี้ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าเป็นคู่มือการเดินทางแทน

หมู่บ้านเชิงเขา
หมู่บ้านเชิงเขา

กำลังนั่งรถเพลิน ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์มาบีบแตรเรียก ขับตามติด ๆ เทียบข้าง ปาดหน้า พยายามให้รถหยุด คนขับบอกว่าเขาพยายามจะให้ไปเที่ยวหมู่บ้านของเขา ผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหายจึงตามไปดู

กระด้งใบใหญ่มาก ๆ
กระด้งใบใหญ่มาก ๆ

บริเวณรอบ ๆ ที่ชาวบ้านอาศัยกันอยู่ เป็นผืนหญ้าลอย ๆ ที่ทับถมกันเป็นชั้นหนาบนผิวทะเลสาป สามารถเดินไปมากันได้ แต่ผมเดินไม่เป็นจึงจมลงไปในโคลน ชาวบ้านมาช่วยซักกางเกงให้และแถมถุงเท้าคู่ใหม่ให้ผมหนึ่งคู่ หลังจากที่ผมจ่ายค่านำเที่ยวชมวิถีชีวิตของพวกเขาไป 40 หยวน (ประมาณ 200 บาท)

แผ่นไม้
ถ่ายรูปนี้เสร็จผมก็หล่นลงไปในโคลน กล้องปลอดภัย

มุ่งหน้าต่อไปยังเขตภูเขาไฟ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสองชั่วโมง ตลอดสองข้างทางมีชาวบ้านใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมและเรียบง่าย ขนพืชผลทางการเกษตร ไม้ฟืนและฝูงสัตว์ต่าง ๆ ผ่านท้องทุ่งเขียวขจี สลับกับเนินเขาเป็นระยะ

ทิวทัศน์ข้างทาง
ทิวทัศน์ข้างทาง

แม่ควายกำลังตั้งท้อง
แม่ควายกำลังตั้งท้อง นอนพักผ่อนอยู่ริมทาง

ทางเดินขึ้นเขาบรรยากาศร่มรื่น ผ่านป่าเขาและธารน้ำ ชาวบ้านตั้งเพิงขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ข้างทาง

ผืนน้ำเขียวขจี
ผืนน้ำและสาหร่าย ชาวบ้านเอาขวดน้ำดื่มลงไปแช่

ลิงป่า
ลิงป่าที่ชาวบ้านจับมาเลี้ยง

ลิงตัวนี้มีความเป็นมิตรกับผมดีมาก เรารู้จักกันด้วยพุทรา ต่างกับกลุ่มทหารจีนที่เดินมาดูและเข้าไปแหย่ ลิงก็กระโดดใส่แบบไม่กลัวเกรง

ทางน้ำไหลลงมาจากเขา
ทางน้ำไหลลงมาจากเขา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานีโทรทัศน์ CCTV ของประเทศจีน เริ่มเผยแพร่สารคดีท่องเที่ยวในบริเวณนี้ บอกว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์และยังไม่ถูกทำลายจากการท่องเที่ยว แต่ด้วยประชากรจีนกว่า 1,300 ล้านคน ผมคิดว่าเราคงได้เห็นภาพเหล่านี้อีกแค่ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี

น้ำตกเล็ก ๆ
น้ำตกเล็ก ๆ

ปากปล่องภูเขาไฟ
ปากปล่องภูเขาไฟเป๋าช้าน (Baoshan 保山)

ที่แน่ ๆ Lonely Planet บอกว่ามีชาวต่างชาติอีกคนหนึ่งที่ได้มายืนมองดูปากปล่องภูเขาไฟนี้เมื่อแปดร้อยปีก่อน เขาคือมาร์โค โปโล แต่เขาให้ความสนใจกับฟันทองและรอยสักของผู้คนในแถบนี้มากกว่า โชคดีกว่าผมซึ่งไม่เจอใครเลยนอกจากฝูงควายที่ลงไปเล็มหญ้าสุดสายตาอยู่เบื้องล่าง

ทางขึ้น
ทางขึ้น

ห่างออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง มีภูเขาชื่อหยุนเฟ้ง (Yunfeng 云峰) ซึ่งมีวัดของลัทธิเต๋าอยู่บนยอด

กระเช้า
กระเช้า

เดินต่ออีกนิด
เดินต่ออีกนิด

บนยอดเขามีวัดสองแห่งอยู่ติดกัน คือ ต้าเซียงเป๋าเดี้ยน (Daxiong Baodian 大雄宝殿) และ หลูสูเดี้ยน (Luzu Dian 鲁祖殿) สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน ตอนมื้อกลางวันจะมีอาหารมังสวิรัติให้กินฟรี แต่ผมมาถึงก็เกือบเย็นแล้วจึงมีแค่ไข่ต้มกับมาม่าให้ประทังความหิวจากเพิงขายอาหารเล็ก ๆ ที่อยู่หน้าวัด

วัดลัทธิเต๋า
วัดลัทธิเต๋า

ทิวทัศน์เบื้องล่าง
ทิวทัศน์เบื้องล่าง

ทางเข้าที่บูชา
ทางเข้าที่บูชา


งานตำแหน่งสูง
งานนี้ตำแหน่งสูงมาก แต่รายได้ดีหรือเปล่าผมไม่รู้

กำลังเดินลงจากเขาสบาย ๆ ก็เห็นชาวบ้านวิ่งผ่านหน้าไปทีละคน พวกเขาหัวเราะและแนะนำให้ผมรีบวิ่งตามลงมาด้วย เพราะภูเขาอยู่ทางด้านทิศตะวันตก พอพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาเมื่อไหร่ก็จะมืดมิดในทันที

พระจันทร์ขึ้น
พระจันทร์ขึ้นทางหลังเขา

หลังจากวิ่งหน้าตั้งลงมาไม่หยุดได้เกือบชั่วโมง ก็มาถึงเชิงเขาอย่างปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางกลับถึงที่พักอีกกว่า 2 ชั่วโมง หลับเป็นตาย

โดย เก้าตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net