วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Finland - Tampere โรงงาน Nokia ภาพดัง และหอคอยสูง (2)


Finland - Tampere  โรงงาน Nokia  ภาพดัง และหอคอยสูง (2)

ตัมเปเร (Tampere)  เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของฟินแลนด์ รองจาก Espoo  และ Helsinki  เป็นเมืองอุตสาหกรรมและการผลิต ผู้คนกว่า 10 % ของฟินแลนด์ เข้ามาประกอบอาชีพและอยู่อาศัยในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เมืองตัมเปเรนี้ ถือเป็นจุดกำเนิดของผู้ผลิตโทรศัพท์รายใหญ่ของโลกอย่าง Nokia และมีมูลค่าในการส่งออกเป็นอันดับ 3 ของประเทศ คือ มีจุดกำเนิดจากเมือง Nokia  ห่างจาก ตัมเปเร ประมาณ 15 กิโลเมตร  Nokia นอกจากเป็นชื่อของโทรศัพท์และเมืองแล้ว  ยังเป็น ชื่อแม่น้ำ Nokianvirta  และชื่อโบสถ์ Nokia Church ด้วย

                                  

(Nokia 3310 ผลิตในปี 2543 จำหน่ายทั่วโลกกว่า 126 ล้านเครื่อง)

ถ้าพูดถึงโทรศัพท์ผู้เขียนชอบรุ่น Nokia 3310   เพราะครั้งหนึ่งเคยใช้ Nokia รุ่นนี้  คุยติดพัน ออกรสออกชาติ ตกน้ำจ๋อม หลายอึดใจ ควักมาจากน้ำ สลัด ๆ ยังคุยต่อได้อีก  บ๊ะอะไรจะทนขนาดนั้น นั่นคือประสบการณ์ฝังใจกับโทรศัพท์ แต่พอใช้นาน ๆ จากเดือนเป็นปี และเกินกว่า 1 ปี  จะควักมาโทร ทีต้องหันซ้ายและขวา เมื่อไม่มีคนในระยะที่จะรู้ว่ารุ่นไหน  จึงคุยอย่างมั่นใจและอาจหาญเช่นเดิม  พอนานไปจะใช้ทีต้องคอยสบตาคนอื่น เลยตัดสินใจ ตัดใจเปลี่ยนไปใช้รุ่นอื่น  แต่ก็ยังเสียดายนะ “เจ้าโนเกีย 3310” แต่ในรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูง  เพราะ ใน พ.ศ.2543 มีข้อมูลว่าผลิตขายได้ถึง 126  ล้านเครื่องทั่วโลก และเราก็เป็นหนึ่งใน 126  ล้านด้วยเช่นกัน  “โอ้ 3310”

Tampere เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม อาจเทียบได้กับนิคมอุตสาหกรรมของไทยหลาย ๆ แห่ง เช่น มาบตาพุด เเหลมฉบับ อมตนคร  แต่ในเวลาเดียวกัน เมืองแห่งนี้ก็ยังเป็นแหล่งการศึกษาที่มีสถาบันการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยถึง 2 แห่ง แหล่งท่องเที่ยว ศิลปะ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมการบินในภูมิภาคยุโรป แหม “ต้มเปตรเละ” นี่ก็ไม่ทำมะดาเหมือนกันสารพัดคุณสมบัติอยากรู้หาอ่านเพิ่มเอาเองนะจ๊ะ (http://en.wikipedia.org/wiki/Tampere)

หลังจากที่ชัยขับรถพาเรามาเรื่อย ๆ และก็มาถึงปลายทาง เมื่อทักทาย ไหว้สา พบปะกันตามประสาคนไทย   สนทนากันพอได้ความ การกินจึงได้เริ่ม  เลี้ยงดูปูสื่อกันตามอัธยาศัย  “แขกไปถึงเรือนชานให้ต้อนรับ” สัญญาณการกินจึงเริ่มขึ้น ผู้ถูกต้อนรับก็กินจนลืมไปเลยว่าเป็นแขก(ดอย)   และจบด้วยการจากลาตามมารยาทไทย

                    

          (Kallio Church ตั้งตระหง่านกลางกรุง Helsinki)

สำหรับโบสถ์ Tampere Cathedral อยู่ไม่กี่ร้อยเมตรจากร้านไทย ในจุดที่เรารับประทานอาหาร แต่ด้วยเวลาอันจำกัดจึงทำให้เราพวกเราจึงได้แค่ยลโฉมจากด้านนอก และถ่ายรูปมุมไกล ๆ เท่านั้น สำหรับโบสถ์กลางเมือง (Tampere Cathedral) สร้างระหว่าง ค.ศ.1902-1907  ออกแบบสร้างโดยสถาปนิก Lars Eliel Sonck ชาวฟินน์  งานอีกชิ้นหนึ่งที่โดดเด่นของเขาก็คือ โบสถ์ Kallio Church ใน  Helsinki ทรงสูงที่ตระหง่านมองเห็นได้ในระยะใกล สำหรับปีที่เริ่มสร้าง Tampere Cathedral คือ พ.ศ.2445 เป็นปีเดียวกับที่ อัลเฟรด โนเบล ผู้ริเริ่มการมอบรางวัลโนเบลเสียชีวิต (10 ธันวาคม) ส่วนในประเทศไทยตรงกับเหตุการณ์ที่รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศใช้พรบ.ธนบัตร รศ.121  และประกาศใช้ธนบัตรแบบแรกในประเทศไทย  

        

          

           (ธนบัตรแบบแรกของไทย ที่ใช้ในสมัย ร.5 พ.ศ.2445)

การเดินทางเริ่มต่อ  แต่ด้วยเวลาที่มีอยู่น้อย ถ่ายรูปแต่ด้านนอกไกล ๆ  ไม่ได้เข้าไปข้างใน โบสถ์ Tampere Cathedral โบสถ์ที่มีภาพวาด ที่ได้ชื่อว่า "National  Painting" อาจเรียกว่าภาพประจำชาติก็คงไม่ผิด  จึงได้แต่ถ่ายรูประยะไกลๆ หลายสิบเมตร  ด้วยเหตุที่ไม่ได้เข้าไปชมข้างใน เลยได้แต่อาฆาตในใจว่า “ฝากไว้ก่อน”  และคงต้องยืมวลีเด็ดของนายพล MacArthur ของสหรัฐ ที่พูดในคราวแพ้ต่อกองทัพญี่ปุ่นในตอนแรกว่า “I  Shall  Return” เราจะกลับมา  และท่านก็กลับมาจริง ๆ นำระเบิดมาบอมฮิโรซิมา และนางาซากิ จนราบเป็นหน้ากอง และส่งผลให้โฉมหน้าของประวัติศาสตร์โลกต่อสงครามโลกครั้งที่ 2  เปลี่ยนไปทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้แพ้สงคราม

ที่จะพูดว่าฉันจะกลับมาไม่ใช่มาบอมโบสถ์เขานะ (หาเรื่องติดคุกฝรั่งแหละ) แต่คิดว่าจะกลับมาเยือนเมื่อมีโอกาส...ครับ

เมื่อมาตัมปาเร  หนุ่มพ่อลูกอ่อนนามว่า “ชิต” ซึ่งในฐานะเจ้าถิ่น  เมื่อเราจะลาและแยกออกมา  ชิตเสนอตัวและอาสา จะเป็นผู้พาเราไปยังจุดสำคัญ ซึ่งก็คือ หอคอย “บรรหาร” ไม่ใช่สิ “หอบรรหาร” อยู่สุพรรณ อันนี้ ตัมเปเร ต้องเป็น หอ Näsinneula   Tower  เราจึงตกลงตามนั้น หนุ่มชิตคุณพ่อลูกอ่อน จึงเป็นผู้นำทางเราไป รถคันของเราจึงขับตาม

                   

                  (Näsinneula  Tower)

ซอกไปทางซ้าย เลี้ยวทางขวา ไมรู้ว่าถนนอะไรบ้าง สักอึดใจใหญ่ ๆ เราก็มาถึง

ที่มองเห็นไกล ๆ และต้องแหงนหน้ามอง

หอคอย Näsinneula  แล้วพวกเราจะไปปีน หอคอยทีมีอายุมากกว่าผู้เขียน และสูงที่สุดในฟินแลนด์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net