วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เคยเห็นไหมเอ่ย..ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ


ก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่หล่ะมันบินมาชนรถเรียกว่าแบนคากระจกเลย  ด้วยความสงสัยก็เลยหยิบมาดูว่ามันตัวอะไรกันนี่ ก็ได้คำตอบว่ามันคือค้างคาวแต่แปลกมากตรงที่มันมีสีทองไม่ได้สีดำอย่างค้างคาวทั่วไป เลยต้องขอค้นข้อมูลเสียหน่อยว่ามันเป็นค้างคาวชนิดใดกันแน่...ทำไมถึงหลงมาอยู่แถวราชบุรี...

 

ค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ...

ค้างค้าวดังกล่าว คือค้างคาวยอดกล้วยปีกผีเสื้อ ลักษณะทั่วไป เป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กมากขนาดน้ำหนักไม่เกิน 10 กรัม จมูกมีขนเล็กๆ ยกเว้นบริเวณรูจมูก จมูกยื่นออกจากใบหน้า และงุ้มลงเล็กน้อย ริมฝีปากบน และริมฝีปากล่างมีขนเช่นกัน ใบหูค่อนข้างใหญ่ ขอบด้านหน้านูนเรียบ ปลายมนกลม ขอบหลังใต้ปลายใบหูนูนเช่นกัน ติ่งใบหูสูง และแคบ ขอบหน้าค่อนข้างเว้า ขอบหลังบริเวณโคนจะขยายออกเป็นส่วนที่กว้างที่สุด ขนคลุมลำตัวยาว หนาแน่น และปุย ด้านบนลำตัวสีส้มสด จนถึงสีแดงแกมน้ำตาล



          โดย ขนแต่ละเส้นเป็นสีเดียวกันตลอด ด้านล่างลำตัวสีเนื้อ สีข้างเป็นสีส้ม พังผืดปีกส่วนที่ติดกับลำตัว และใน แต่ละข้างของกระดูกปลายปีกเป็นสีส้มทั้งด้านบน และด้านล่าง บริเวณอื่นๆ สีดำ พังผืดขาสีส้มถึงสีแดง ส่วนที่ติดกับลำตัวด้านบน โคนขา และแข้งมีขน ส่วนด้านล่างไม่มีขน ขอบท้ายของพังผืดขามีขนละเอียดอ่อน ตีนมีขนเช่นกัน พังผืดปีกเชื่อมถึงโคนนิ้วด้านนอกที่สุดใน แต่ละขา


          เป็น ค้างคาวที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามยอดใบกล้วยที่ม้วนเป็นหลอดหรือท่อ และจะย้ายไปเรื่อยๆ เมื่อยอดกล้วยแก่ขยายออกไม่ม้วนเป็นหลอดแล้ว นอกจากนี้ยังพบเกาะตามใบแห้งของต้นไม้ ยอดหญ้าพง และยอดอ้อ และยอดอ้อย รวมทั้งมีรายงานเกาะตามรังของนกกระจาบธรรมดาตัวผู้ ซึ่งเป็นรูปหยดน้ำแขวนตามกิ่งก้านของต้นไม้ อยู่เป็นคู่หรือโดดเดี่ยว ออกหากินในช่วงเย็น โดยบินต่ำระดับยอดไม้พุ่ม ลักษณะการบินคล้ายผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ แต่บินเร็วกว่ามาก อาหารได้แก่แมลงต่างๆ โดยเฉพาะแมลงที่มีขนาดเล็ก โดยกินแมลงอัตราสูงถึง 3 กรัม / ตัว มีรายงานพบค้างคาวชนิดนี้จับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมิถุนายน ค้างคาวตัวผู้ และตัวเมียรวมทั้งลูกอ่อนที่เกาะติดอกแม่ถูกจับได้พร้อมกันบนใบตองแห้งใน เดือนสิงหาคม


          " การกระจายพันธุ์ ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อกระจายพันธุ์ในอินเดีย ศรีลังกา พม่า ตอนใต้ของประเทศจีน เวียดนาม ไทย มาเลเชีย และอินโดนีเซียสถานภาพ พบไม่บ่อย และปริมาณไม่มากนัก แต่พบทุกภาค จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองปัจจุบันค้างคราวในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 120 ชนิด เป็นค้างคาวกินผลไม้ 20 ชนิด และค้างคาวกินแมลง 100 ชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 จำนวน 100 ชนิด เป็นค้างคาวกินผลไม้ 10 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของค้างคาวกินผลไม้ และค้างคาวกินแมลง 90 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 90.00 ของค้างคาวในกลุ่มค้างคาวกินแมลง"

ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเคยพบเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เคยมีคนนำมาบริจาคให้ แต่ไม่สามารถเลี้ยงให้อยู่รอดได้ และไม่เคยพบเห็นอีกเลย จึงถือว่าเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยากมาก มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ในอดีตเคยพบกระจายอยู่ในแถบคาบสมุทรอินโดจีน ทั้ง ไทย อินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย และตอนใต้ของประเทศจีน แต่ปัจจุบันพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก


ข้อมูลจาก http://hilight.kapook.com/view/18820

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net