วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฆาตกรในความมืด ฆาตกรรมในที่แจ้ง


เสียงกรีดร้องแหบโหยเป็นระยะ จากเงาดำที่บินวนเวียนเคลื่อนไหวไปมาอยู่เหนือไร่ มันคงพยายามมองหากิ่งไม้สูงเพื่อพักพิงให้ผ่านค่ำคืนนี้ไปอย่างปลอดภัย

และแล้วไม่นาน เสียงร้องชวนหดหู่กลายเป็นเสียงครางแผ่ว แว่วมาจากกิ่งไม้สูงหน้ากระท่อม

นกเป็ดน้ำพลัดฝูง มันคงตกใจอะไรบางอย่าง จึงมุ่งหน้ามาที่นี่

ในใจฉันหมายมาดไว้เลยว่าต้องเป็นนายพรานแน่ๆที่ทำให้มันกระเจิงหลงทางมาในยามดึก เพราะเมื่อคืนนี้ แสงไฟฉายวิบวั่บหลายดวง สาดจับไปที่พุ่มไม้สูงทางทิศเหนือของไร่ จนฝูงหมาเห่าหอนกันระงม

ในใจที่หวาดระแวงว่าอาจเป็นคนร้าย ก็พลันสร้างเรื่องราวขึ้น ฉันรีบดับตะเกียงซุ่มอยู่ในความมืดที่บันไดบ้าน รอดูทิศทางของแสงไฟว่าจะแวะเข้ามาในเขตไร่หรือเปล่า แม้จะมีสมุนหมาจำนวนไม่น้อย แต่เกมการล่าของนักล่าย่อมเหนือชั้น แค่กระดูกชุบยาพิษ เท่านี้ก็สยบหมาบ้านจอมตะกละได้แล้ว

กระทั่งความเงียบกลับคืนมา แสงไฟหายลับไปในทิวไม้หนาท้ายไร่ ค่ำคืนของฉันผ่านไป...โลกป่าของฉันยังคงปกติสุข แม้ไม่มีไฟฟ้าใช้ชั่วคราว

คืนนี้เสียงนกตัวนั้นร่ำร้องอย่างปวดร้าว ฉันตัดสินไปแล้วว่าเป็นเพราะพวกเขา....นายพราน นักล่าจากหมู่บ้าน

ทั้งที่ไม่มีวี่แววของผู้คนสัญจรผ่านไร่เช่นเมื่อคืน

จริงหรือเท็จ...ฉันไม่รู้
แต่ที่ฉันจะควรจะรู้...และเตือนตัวเองเอาไว้ คือ

อย่าด่วนตัดสินอะไรเพียงเพราะ"เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น"
อย่าด่วนตัดสินอะไรเพียงเพราะ"เคยได้ยินเรื่องราวแบบนั้น"
อย่าด่วนตัดสินอะไรเพียงเพราะ"เชื่อว่ามันต้องเป็นแบบนั้น"

ฉันเป็นคนไม่ล่าสัตว์ ฉันมีทางเลือกที่จะไม่กินเนื้อสัตว์ที่น่าสงสารเหล่านั้น ฉันจึงแยกตัวเองออกมาจากสังคมนักล่า บอกกับเขาว่า "ถ้าเลือกได้ ฉันเลือกที่จะไม่กินมัน"

อาณาจักรของฉัน...ไร่ของฉัน
เขตปลอดภัยของสัตว์ป่า สัตว์เล็กใหญ่ แม้กระทั่งไส้เดือน

มือฉันขาวสะอาด
มือฉันคือมือที่ปกป้องโลก

ดูสิ...ฉันเป็นคนดีแค่ไหน

ยิ่งดีเสียนี่กระไร
ยามที่ผลักไสเรื่องราวเลวร้ายต่างๆไปให้คนอื่นรับผิดชอบ

เพียงเสียงนกร้องในความมืด
กับเรื่องราวของการล่า

ฉันก็สร้างฆาตรกรขึ้นในใจที่ดำมืดได้สำเร็จ

.......

.

ท้องนากำลังป่วยไข้อาการหนัก
กอข้าวเหลืองซีดจนไร้เรี่ยวแรงจะตั้งท้อง
น้ำในนาแห้งผาก กอหญ้าเบียดแทรกแย่งแสงแดดอยู่หนาทึบ

ฉันคิดถึงการทำนาที่ภาคกลาง ที่ยังค้นหาไม่พบว่า
"นอมินีกับศรีภรรยาชาวนานั้นต่างกันอย่างไร"

เราคงต้องซื้อข้าวเขา(เจ้าของทีดินตัวจริง)กินกันบ้างล่ะ ปีนี้

ชาวนาข้างไร่ ทุกคนถอดใจ ไม่มีข้าวกินแน่นอน
เดือดร้อนที่สุด เห็นจะเป็นไส้เดือนดิน

ที่ว่างเปล่า ที่เคยปลูกอ้อย ที่เคยปลูกมัน ถูกเร่งไถพลิกดินให้ทันฤดูหนาวที่จะมาถึง

ไถชักร่อง หว่านปุ๋ยขี้ไก่ที่มีกลิ่นโซดาไฟโชยแสบจมูกลงไปในระหว่างร่อง แล้วไถกลบอีกครั้ง

เมล็ดแตงโมราคาแพงระยับ แช่น้ำยากันมดแมงมากิน
พองอกงามแตกใบสองสามใบ ฉีดยากันแมลง
พอออกดอกติดลูกก็ฉีดยาไล่แมลงครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง
ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง กว่าจะปลิดลูกเอาไปขาย

เมื่อไม่มีข้าวกิน แตงโมคือผลผลิตที่ทำเงินได้ดีที่สุด เร็วที่สุด

ฆาตรกรในที่แจ้ง ที่ฉันต้องให้อภัย

แต่ช่างปวดแสบปวดร้อนในหัวใจสิ้นดี


.....................

หมายเหตุ ภาพนาข้าวสวยๆ ที่เสลภูมิ ร้อยเอ็ด ไม่ใช่ขอนแก่น...ตามเนื้อเรื่อง

.

.

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net