วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดั๊กแด้(ตอนที่ 56 ผ่าแผนธุรกิจแอมเวย์+ วิธีการทำธุรกิจที่ถูกต้อง )


การที่ผมจะมาผ่าแผนให้ดูนั้น ขอย้ำว่า ไม่ได้มีเจตนาอื่น ยกเว้น ให้ทุกคนรู้ว่า ไอ้ที่ เค้ามาตื้อๆ คุณน่ะ เค้ามีรายได้จากอะไร

และที่ว่า กินหัวคิวน่ะ แบบไหน มีจริงหรือไม่ ถ้าผมอธิบายจุดไหน ขาดตกไป ก็ช่วยเสริมได้นะครับ

แผนการตลาด ขายตรงแบบหลายชั้นนั้น ไม่ได้แปลว่า บริษัทขายตรงถึงสมาชิกแล้วให้สมาชิกเอาไปขายหลายๆทอดนะครับ แต่หลายชั้นในที่นี้ หมายถึงมีองกรซ้อนกันและจ่ายผลประโยชน์หลายชั้น แต่ส่วนมาก เข้าใจกันว่า ขายตรงหลายชั้น คือ สินค้าเหล่านี้ ต้องซื้อกับสมาชิกเท่านั้น เพราะสมาชิกไปซื้อบริษัทมาขายอีกที

สาเหตุหลัก ที่ คนเกลียดแอมเวย์
ผมขอสรุป ว่า มี อยู่ไม่กี่ข้อครับ
-สินค้าแพง
-โดนคนใกล้ชิดหลอกให้ไปฟัง
-ถูกดูถูก
-คุยแต่เรื่องแอมเวย์

ส่วนตัวผมแล้ว ก็รู้สึกเช่นกันครับ เพราะส่วนมากที่เจอคนที่ยังทำไม่สำเร็จ หรือเพิ่งเข้าวงการ จะเป็นแบบที่ทุกคนเจอกัน

แต่ผมก็รู้จักหลายคนที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ส่วนใหญ่ที่เจอ จะเป็นคนที่สำเร็จแล้วครับ

ส่วนแผนการตลาดแอมเวย์นั้น
ผมขอเริ่มจาก การสมัครก่อนเลยครับ

การสมัครมี 2 แบบ คือ
member หรือจะเรียกสั้นๆว่า M ใช้เงินสมัคร 300 บาท ต่ออายุทุกปี ปัจจุบันลดค่าสมัครเหลือ 100บาท M นั้น ทำได้แค่ซื้อสินค้าในราคาสมาชิกเท่านั้น ทำธุรกิจไม่ได้ครับ

ABO หรือ นธอ นั่นแหละครับ ใช้เงินสมัคร 900 บาท ต่ออายุทุกปี ปีละ 450 บาท มีประกันให้ 100000บาท ซื้อของในราคาสมาชิกและทำธุรกิจได้

การซื้อสินค้าแต่ละชิ้น สินค้านั้นๆจะมีคะแนน ด้วยครับ คะแนน จะถูกเรียกว่า point value หรือ PV (1pv = 2.5บาท) คะแนน นี้ล่ะครับ ที่ใช้ในการคำนวน โบนัสการขึ้นตำแหน่ง และรายได้ในแต่ละเดือน ถ้า นธอ ทำpv ส่วนตัวและยอดในองกร รวมได้เท่าไหร่ ก็จะได้ ส่วนลดกลับมาตามขั้นตำแหน่งครับ

เช่น ยอดรวม 3000 pv ได้ ส่วนลด 3 %
9000pv ได้ส่วนลด 9%
150000 pv ได้ส่วนลด 21%

ทุกคนจะโฟกัสกันที่ Pv ทำให้หลายๆคน พยายามทำวิถีทางในการทำยอดส่วนตัวให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อยอดส่วนตัวเยอะก็จะได้เงินปันผลกลับมาเยอะเช่นกัน

แต่ วิธีทำยอดส่วนตัว มี 2 วิธีครับ
วิธีแรก ทำด้วยการซื้อมาใช้เอง แล้วก็หาลูกค้าให้มากที่สุด(เน้นขาย)

วิธีที่2 ซื้อมาใช้เองส่วนหนึ้ง และไม่เน้นขาย แต่เน้น แนะนำคนให้สมัคร เป็น M ในสายงานตัวเองครับ จริงอยู่ครับว่า M ไม่สามารถทำธุรกิจได้ แต่ ยอดซื้อที่มาจาก M จะเป็นยอดส่วนตัวของคนแนะนำไปด้วย

ดัง นั้น การที่คนส่วนมากไป เน้นขาย ยัดเยียดให้คนซื้อ ก็เพราะ ต้องการให้คุณเปิใจกับสินค้าก่อนแล้ว ค่อยสมัครสมาชิกครับ เพราะสมัครซื้อ ก็เป็นยอดของเค้า ถ้าไม่สมัคร ซื้อเฉยๆ ก็เป็นยอดของเค้าเหมือนกัน

..แล้วใครจะบ้าทำยอดให้ได้เดือนละ 150000 pv ล่ะ ถ้านับเป็นเงิน ก็ร่วม 3แสนกว่าบาท ต่อเดือนเลยนะ?

แน่นอนครับ เค้าจึงให้คุณสร้างองค์กรขึ้น ด้วยการ แนะนำคนมาสมัคร แบบ ABO นั่นเอง ยอดซื้อของคนที่เป็น ABO หรือ นธอ ในองค์กรนั้น

จะนับรวมเป็นยอดขององค์กรคุณด้วย เช่น

คุณ มียอดส่วนตัว อยู่ที่ 1000 pv ด้วยการซื้อเอง หรือ เป็นยอดจาก M ในองค์กรก็ได้

คุณไป แนะนำนาย เอและนายบี มา เป็น นธอ
นายเอ ซื้อของไป 1000 pv
นาย บี ก็ ซื้อของไป 1000 pv
เดือนนั้น คุณจะมียอดรวมทั้งองกร 3000 pv คุณจะได้ส่วนลดตามขั้นครับ นั่นคือ 3% นั่นเอง โดย จะคำนวนแบ่งจ่ายดังนี้

คุณจะได้ เงิน 1000 pv x 3% x2.5บาท = 75บาท

นายเอ และนาย บี ยังไม่ได้ อะไร เนื่องจากยอดส่วนตัว ยังไม่ถึง ขั้นที่จะได้ส่วนลด

จากนั้น พอขึ้นเดือนใหม่ ก็จะล้างคะแนนใหม่ นับยอดใหม่ทันที
แต่เมื่อเดือนต่อๆมา
คุณ แนะนำ นาย ซี นาย ดี เพิ่มขึ้นมา และ นาย เอ และนาย บี ก็แนะนำมาอีกคนละ2 คน คือนาย อี เอฟ จี ไอ

เช่น

คุณมียอดส่วนตัว 1000 pv
นายเอ มียอดส่วนตัว 2000 pv นายบี มียอดส่วนตัว 4000 pv นายซี มียอดส่วนตัว 1000 pv นายดี มียอดส่วนตัว 1000 pv
นายอีมียอดส่วนตัว 1000 pv -(นายเอแนะนำ) นายจีมียอดส่วนตัว 1000 pv (นายบีแนะนำ)
นายเอฟมียอดส่วนตัว 1000 pv-(นายเอแนะนำ) นายไอมียอดส่วนตัว 1000 pv(นายบีแนะนำ)
เดือนนี้ ยอดรวมคุณจะอยู่ที่ 13000 pv ครับ รายได้ของคุณในเดือนนี้ เท่ากับเอายอดส่วนตัว 1000 pv x 9% x 2.5 บาท = 207บาท ครับ
นาย เอ มียอดรวม 4000 pv ครับ รายได้ เท่ากับ เอายอดส่วนตัว 2000 pv x 3% X 2.5บาท = 138 บาท ครับ
นาย บี มียอด รวม6000 pv ครับ รายได้เท่ากับเอายอดส่วนตัว 4000 pv x 3% x 2.5บาท = 276 บาท ครับ ส่วน คนที่เหลือ ไม่ได้เงินครับ เพราะยอดไม่ถึง

จะเห็นได้ว่า ยอดในองค์กร มันยิ่งเยอะเท่าไหร่ ก็จะได้ ขั้น % ส่วนลดครับ แต่ ถ้ายอดส่วนตัว ไม่มี หรือมีน้อย รายได้ก็น้อยครับ

บางคนยอดส่วนตัวเป็น 0 จะมียอดองกรเท่าไหร่ ก็ได้0 บาท ครับ

เพราะฉะนั้น จะบอกว่า มาก่อน สบาย คนมาทีหลังทำงานหนักนั้น ไม่จริงเลยครับ ธุรกิจนี้ ใครไม่ทำ ก็ไม่ได้ครับ

ส่วนการขึ้นตำแหน่งนั้น
จะนับตามยอดคะแนนรวมในองกรนี่ล่ะครับ ขอไล่ให้ดูเฉพาะตำแหน่งที่รู้จักกันดีนะครับ คือ

เข็มเงิน มียอด 21% ใน1เดือน
เข็มทอง มียอด 21% ติดกัน 3เดือน
แพลทตินั่ม มียอด21% ภายใน6เดือน ใน1ปีปฏิทิน (ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน) ** ใช้เวลา เร็วสุด 1 ปีครับ มีน้อยคนที่ทำได้**
มรกต มีแพลทตินั่ม 3สายงานในองกร
เพชร มี แพลทตินั่ม 6สายงานในองกร
จากนั้น จะมี อีกหลายตำแหน่งครับ จนมีแพลทตินั่ม 20 สาย เลยทีเดียว ขอเล่าแค่นี้ก่อน

ตำแหน่งที่ บอกกันว่า จะหยุดได้รายได้ไม่หยุดนั้น คือ ตำแหน่ง แพลทตินั่มขึ้นไปครับ

ทำไมเค้าถึงบอกว่า ตำแหน่งนี้หยุดได้ หยุดได้จริงเหรอ

ขอให้ลองนึกถึง ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรมใหญ่ๆดูครับ ทุกที่ ต้องมีคนทำงาน เยอะพอสมควร องกรจึงแข็งแรงได้

ตำแหน่ง นี้ก็เช่นเดียวกันครับ คนที่ได้ตำแหน่งนี้ แสดงว่า มีคนในองกร มากพอสมควร คิดว่าเกินกว่า100คนล่ะครับ และ เกิดผู้นำในองกร มากกว่า5คนแล้วล่ะครับ ผู้นำเหล่านี้ จะไม่เลิกแน่นอนครับ เพราะแอมเวย์ให้เวลาพิสูจน์ตัวเอง 6เดือน ให้ยอด องกร ไม่ต่ำไปกว่า 150000 pv 21% ทุกเดือนให้ได้ ดัง นั้น เมื่อ มียอดแบบนี้ 6เดือนแล้ว จะถูกแต่งตั้งให้เป็นแพลทตินั่มครับ คุณจะได้ ยอดรวมทั้งหมดในองกรของคุณไป x4% จ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ที่คุณสร้างองกรที่แข็งแรงได้

รายได้ จะประมาณ 2หมื่น ถึง7หมื่นก็มีครับ แล้วแต่ว่า องค์กรใต้ล่างคุณจะมียอดรวมทั้งหมดเท่าไหร่ หรืออาจจะมีแพลทตินั่ม หรือไม่ก็ เพชร ซ้อนอยู่ใต้ล่าง ยิ่งยอดขายสูงเท่าไหร่ก็X4%จ่ายให้คุณไปตลอดครับ ถ้า ทำตามแบบที่ผมยกตัวอย่างให้ขั้นต้นนั้น จะไม่เจ็บตัวเลย เพราะคุณ แนะนำคุณสมัคร m เพื่อเป็นยอดส่วนตัวคุณ และแนะนำพัฒนา คนใหม่ๆทำแบบอย่างที่คุณทำ

งานนี้จะไม่ใช่งานที่เน้นการขายเลยครับ

เช่น คุณ แนะนำ ABO 5คน M 5คน

แล้วทุกคนทำแบบคุณ

องค์กรคุณอาจมี คนทั้งหมด ประมาณ 625 คน ทุกคนซื้อของเดือนละ 1000pv (คนซื้อจริงๆ อาจมีประมาณร้อยกว่าคน) ยอดคะแนนรวม จะมีมากกว่า 150000 pv ต่อเดือนเลยทีเดียว

ถ้าทำแบบนี้ กว่าจะได้ เดือนแรกๆ ก็มีรายได้แค่ หลักร้อยเท่านั้น กว่าจะ เป็น 21 % และได้ 4% จากองกรรวมได้
แต่คนที่ทำแบบนี้มีน้อยครับ เพราะกว่าจะได้ 21% มันใช้เวลานานมาก จนทำให้หลายคน คิดใช้วิธีลัดครับ

**ส่วนที่ทำผิดวิธีนั้น **

เค้าทำกันแบบนี้ครับ

บาง คน ไม่มีสายงานเลย แต่ เอาเงินตัวเองซื้อของให้ได้เดือนละ 3แสนกว่าบาท(ตุนของ ผิดจรรยาบรรณ) เพื่อให้ตัวเอง มีคะแนน 150000pv เป็น 21% ทุกๆเดือน

จากนั้น ทุกเดือนก็จะเอาของไปขาย เกิดอะไรขึ้นกับจิตใจคนเหล่านี้ครับ

-กลัวตัวเองจะไม่ได้ยอด
-กลัวตัวเองจะไม่ได้ทุนคืน
-คิดว่าทำแบบนี้6เดือนจะเป็น แพลทตินั่ม แล้วใช้ตำแหน่ง เป็นเครื่องมือในการ ทำสายงานให้ง่ายขึ้น สุดท้ายแล้ว คนเหล่านี้ จะตื้อขายของ เพื่อจะได้ระบายของแล้วได้สมาชิกมาเยอะๆ และ มีแต่ตำแหน่งครับ เงินจริงๆ ไม่ค่อยมี
หลายคนเคยจับผิด นธอ แล้วเจอคนแบบนี้ จะเห็นว่า เงินในบัญชี หมุนตลอดเวลา เงินที่ได้มานั้น ก็ทุ่มไปเยอะกว่า
ทำให้คนหลายคน เสื่อมศรัทธากับ นธอ และไม่เชื่อว่าจะได้เงินจริง
หรือ บาง คนพยายามทำตามแผนงานครับ แต่ เมื่อใกล้สิ้นเดือน ยอดรวมองกรตัวเอง ใกล้จะ 21% จึงใช้เงินตัวเองไปปิดยอด แล้วเอาของ ไปยัดเยียดขายให้คนอื่นครับ
คนทำแบบนี้มีเยอะมาก ทำให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดี สุดๆ
หรือ แม่ ทีม บางคน (อาจหลายคน)ต้องการเน้นยอดให้ได้เร็ว จึงแนะนำให้ ดาวน์ไลน์ ซื้อสินค้าที่มี คะแนนสูง ๆ เช่น เครื่องกรองอากาศและเครื่องกรองน้ำ

ส่วน ใหญ่ชอบแนะนำให้ซื้อ2ตัวครับ ใช้เอง ก่อนจะได้รู้แล้วอีกตัว เอาไว้ติดมือไปขายต่อครับ ถ้าซื้อไม่ไหวจะเสนอ วิธี ผ่อนกับบัตรเครดิตครับ ถ้าไม่มี จะแนะนำให้ทำบัตรเฟิร์สช้อยด์

การทำแบบนี้ นี่ล่ะครับ ทำให้ หลายคนที่เริ่มเข้ามาทำ ต้องหมดเงินไปเยอะ การที่คนหมดเงินเยอะ แน่นอนครับ ทุกคนต้องอยากได้คืน ถึงตอนนั้น ก็จะเริ่มไม่สนวิธีการล่ะครับ

จะ เห็นได้ว่า ยอดส่วนตัวนั้น เป็นสิ่งที่หลายคนโฟกัสกันเยอะครับ เพราะทำให้ตัวเองได้เงิน คนหลายคน จึงไปเน้นตรงนี้ ดังนั้น ภาพลักษณ์แอมเวย์จึงกลายเป็นงานขายไปครับ

แต่ถ้าทุกคนไม่เน้นยอดส่วน ตัว อยากมียอดส่วนตัวก็ ไปแนะนำ M ให้มากๆ แล้วพยายามพัฒนา คนในองค์กร ให้มาเป็น ABO แล้วทำงานตามระบบ เน้นให้ยอดองกรโตให้ต่อเนื่อง

ถ้าทำแบบนี้ได้ แอมเวย์ จะไม่ใช่งานขายครับ แล้วจะสำเร็จแบบ ไม่เจ็บตัว แล้วยัง พัฒนาศักยภาพ การเป็นผู้นำในองกรได้อีก

ส่วนการที่ ได้ค่าลิขสิทธิ์ 4 % ตลอดไปนั้น เป็นการเอาเปรียบคนข้างล่างหรือเปล่า นี่อาจเป็นสิ่งที่ หลายคนมองว่าใช่

แต่ จริงๆ แล้ว ถ้าเรามองว่า องกรหนึ่ง ๆ เจ้าของ บริษัท ทุ่มเทตัวเองสร้างธุรกิจจนใหญ่โต แล้วจ้างคนมาทำงานโดยจ่ายเป็นเงินเดือน จากนั้น ยอดขายโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วเจ้าของก็มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกเดือน

แต่ พนักงาน ทุกคนกับมีรายได้เท่าเดิม เงินเดือนขึ้นปีละไม่กี่% ถามว่า แบบนี้ ยุติธรรม มั้ยครับ

แอมเวย์ ก็เช่นกัน การสร้างคน จนเป็นองกรใหญ่ๆ จะ แข็งแรงได้นั้น ก็เหมือนเราเป็นเจ้าของนั่นล่ะครับ แรกๆจะเหนื่อยมาก แรงเสียดสีในธุรกิจมีมากแค่ไหน กว่าจะปรับทัศนคติผู้คนได้ กว่าจะ บริหารองกรให้เติบโตได้

ก็ไม่ง่ายเช่นกัน แต่ ดีกว่า เจ้าของบริษัทอื่นๆ ตรงที่เราลงทุน น้อยกว่าเท่านั้นเอง

Amway เป็นมากกว่าที่คุณเห็นหรือได้ยินมาครับ ถ้าคุณมองแต่ภายนอก ฟังจากคนอื่น แล้วไม่มาลองศึกษาดู และเรียนรู้องค์กรให้ดี ก่อนจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำ คุณอาจจพลาดโอกาสอะไรหลายๆอย่าง ไปก็ได้ครับ

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร มันขึ้นอยู่กับตัวคุณ แต่เพียงคุณอย่าปิดกั้นตัวเองเท่านั้น คุณอาจจะพบสิ่งดีๆ ในชีวิตขึ้นมาอีกอย่างในชีวิตก็ได้ครับ

ขอให้คุณโชคดีครับ กับสิ่งที่คุณเลือก

สอบถามได้ครับ

สุดเขตต์ พิทักษ์พลางกูร
peak_1123@yahoo.com

โดย peakajoo

 

กลับไปที่ www.oknation.net